- ฮ่องกงมีการใช้กลยุทธ์หลากหลายในการจูงใจให้ประชาชนออกไปรับวัคซีนต้านโควิด-19 ตั้งแต่การลุ้นลอตเตอรี่ แจกเงิน ไปจนถึงลุ้นรับอาคารพักอาศัย แต่ดูเหมือนจะไม่ได้ผลเท่าที่ควร
- ชาวฮ่องกงที่มีรายได้น้อยจำนวนมากต้องการจะฉีดวัคซีน แต่พวกเขาไม่มีเงินเพียงพอที่จะตรวจสุขภาพตัวเองก่อนการรับวัคซีน ว่าจะพร้อมสำหรับการรับวัคซีนหรือไม่
- ผู้เชี่ยวชาญแนะนำรัฐบาลให้เปลี่ยนกลยุทธ์มาให้ความรู้ประชาชน เพื่อขจัดความกลัววัคซีน รวมทั้งผลข้างเคียงจากวัคซีน
รัฐบาลฮ่องกงเผชิญกับแรงกดดันมากขึ้นเรื่อยๆ จากความพยายามในการกระตุ้นให้ชาวฮ่องกงออกไปรับวัคซีนก่อนที่จะถึงสิ้นเดือนสิงหาคมนี้ เพราะวัคซีนนับล้านโดสจะหมดอายุการใช้งาน และจำเป็นต้องทิ้งวัคซีนไปอย่างน่าเสียดาย
ฮ่องกงตั้งเป้าไว้ว่าจะฉีดวัคซีนให้ประชากรให้ได้อย่างน้อย 70 เปอร์เซ็นต์ จากจำนวนประชากรทั้งหมด 7.5 ล้านคนเพื่อให้เกิดภูมิคุ้มกันหมู่ แต่จากตัวเลขปัจจุบัน มีประชากรฮ่องกงเพียง 1.2 ล้านคน หรือราว 16.6 เปอร์เซ็นต์เท่านั้นที่ได้รับวัคซีนครบโดสแล้ว และมีอีก 1.8 ล้านคน หรือราว 25.1 เปอร์เซ็นต์ที่เพิ่งได้รับวัคซีนโดสแรก นับตั้งแต่ฮ่องกงเริ่มปูพรมฉีดวัคซีนฟรีให้ประชาชนในเดือนกุมภาพันธ์ โดยใช้วัคซีนจาก 2 ค่ายได้แก่ ไฟเซอร์ และซิโนแวค
...
อัตราการเข้ารับวัคซีนต้านโควิด-19 ของชาวฮ่องกงลดลงอย่างมากในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา เพราะประชาชนขาดความเชื่อมั่นในรัฐบาล รวมทั้งกลัวผลข้างเคียงของวัคซีน ทำให้ภาคธุรกิจกว่า 30 บริษัทต้องหาวิธีสร้างแรงจูงใจ ด้วยการประกาศให้รางวัลต่างๆ แก่คนที่เข้ารับวัคซีน ทั้งการจ่ายเงินให้ในช่วงลาหยุด แจกคูปองช็อปปิ้ง แจกตั๋วเครื่องบิน ตั๋วรถไฟใต้ดิน แจกไอโฟน ไปจนถึงแจกเงินสด มาตั้งแต่เดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา
ขณะที่พนักงานของภาครัฐที่เข้ารับวัคซีนตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน ไปจนถึง 31 สิงหาคมนี้ จะได้สิทธิลาหยุดโดยได้รับเงินเดือน หลังจากวันที่ไปรับวัคซีนได้ 1 วัน นอกจากนี้ยังจะได้ร่วมลุ้นรับโชคเป็น ห้องชุดพักอาศัยขนาด 449 ตารางฟุต มูลค่า 10.8 ล้านดอลลาร์ฮ่องกง, การเข้าพักโรงแรมฟรีตลอดทั้งปี, หุ้นของบริษัท และรถยนต์ไฟฟ้ามูลค่า 500,000 ดอลลาร์ฮ่องกงด้วย
ซึ่งกลยุทธ์จูงใจที่ออกมาโดยเฉพาะการร่วมลุ้นรับอาคารพักอาศัยก็ทำให้ การจองฉีดวัคซีนเพิ่มขึ้นมาเป็น 25,600 ราย เมื่อวันที่ 28 พฤษภาคมที่ผ่านมา เพิ่มจากวันก่อนหน้าที่มีผู้จองคิวฉีดวัคซีน 20,200 คน และเพิ่มมาถึง 47,600 คนในวันที่ 1 มิถุนายนที่ผ่านมา และนับจากนั้นอัตราการจองคิวเข้ารับวัคซีนโดยเฉลี่ยก็อยู่ที่ 20,000-40,000 คน
คนทำงานอยากได้วันลาหยุดหลังฉีดวัคซีน
เดนนิส หว่อง วัย 27 ปี ที่ทำงานในสำนักพิมพ์ เพิ่งลงชื่อจองคิวรับวัคซีนเมื่อวันที่ 2 มิถุนายน หลังทางบริษัทประกาศให้พนักงานลาหยุดได้ 1 วันหลังรับวัคซีนแต่ละโดส โดยจะยังคงจ่ายค่าแรงในวันลาให้ด้วย โดยเขาระบุว่า ตารางงานของเขาแน่นมาก ทำให้ไม่มีเวลาพอที่จะไปรับวัคซีนได้ในวันทำการ ซึ่งเหตุผลหลักที่เขาลงชื่อรับวัคซีนเป็นเพราะการอนุญาตให้ลาพักงานได้ มากกว่าที่จะลุ้นรับโชคใหญ่อย่างห้องชุด ที่โอกาสเป็นไปได้แทบจะเป็นศูนย์ อีกทั้งยังรู้สึกว่า ฮ่องกงสามารถควบคุมการระบาดได้ดี จนเขาไม่จำเป็นต้องรีบเข้ารับวัคซีน โดยฮ่องกงมีรายงานผู้ติดเชื้อรายใหม่เมื่อวันศุกร์ (18 มิ.ย.) เพียง 3 คน ทั้งหมดมาจากต่างประเทศ ในขณะที่ยอดติดเชื้อสะสมอยู่ที่ 11,884 ราย และเสียชีวิตสะสมรวม 210 ศพ
จากผลสำรวจของ สถาบันเอเชียแปซิฟิกศึกษา มหาวิทยาลัยจีนฮ่องกง พบว่า ผู้ตอบแบบสอบถาม 705 คน เชื่อว่ายิ่งมีคนเข้ารับวัคซีนมากเท่าไร ฮ่องกงก็จะยิ่งกลับเข้าสู่ภาวะปกติเร็วขึ้นเท่านั้น โดย 2 ใน 3 ของกลุ่มตัวอย่าง เชื่อว่าการได้หยุดงานโดยรับเงินเดือนหลังไปรับวัคซีนน่าจะเป็นแรงจูงใจที่ชาวฮ่องกงสนใจมากที่สุด ขณะที่อีกครึ่งหนึ่งของกลุ่มตัวอย่าง เชื่อว่า การยกเว้นการกักตัวสำหรับคนที่รับวัคซีนแล้วก็น่าจะช่วยกระตุ้นให้คนเข้ารับวัคซีนได้มากขึ้น ขณะที่อีก 2 ใน 5 เชื่อว่าการแจกเงินก็น่าจะได้ผล
...
ด้านนักสังคมสงเคราะห์ มองว่า สิ่งจูงใจที่จะได้รับความสนใจจากกลุ่มคนชั้นล่างให้เข้ามารับวัคซีนจะเป็นเรื่องของค่าใช้จ่าย อย่างที่นักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ เสนอจะให้เงิน 1,000 ดอลลาร์ฮ่องกง แก่คนชั้นล่างที่เข้ารับวัคซีนและไปตรวจสุขภาพจำนวน 5,000 คน ก็เป็นไอเดียที่ไม่เลว เนื่องจากผู้มีรายได้น้อยในฮ่องกงที่ยังไม่ได้รับวัคซีนส่วนใหญ่ เป็นเพราะพวกเขาไม่มีเงินที่จะไปพบแพทย์เพื่อตรวจร่างกายก่อนที่จะเข้ารับวัคซีน และยังไม่มีเงินสำรองเพื่อใช้จ่ายหากได้รับผลข้างเคียงจากวัคซีนอีกด้วย
เอาชนะความกลัว
นอกจากปัญหาจากวันลา หรือปัญหาของค่าใช้จ่ายที่ทำให้ชาวฮ่องกงไม่ยอมเข้ารับวัคซีนแม้จะมีสิ่งจูงใจมากมาย ความกลัวผลข้างเคียงจากวัคซีน ความไม่มั่นใจในประสิทธิภาพของวัคซีนที่รัฐบาลจัดหามาให้ก็ยังเป็นปัญหาสำคัญ ที่ดึงรั้งชาวฮ่องกงไม่ให้เข้ารับวัคซีน เพื่อรอวัคซีนตัวอื่นที่พวกเขาต้องการ ทำให้รัฐบาลต้องเร่งสร้างความเชื่อมั่นให้มวลชนมั่นใจในวัคซีน มีความโปร่งใสที่จะให้ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับวัคซีน และให้ความมั่นใจแก่ประชาชนว่าพวกเขาจะได้รับการดูแลถ้าหากเกิดความผิดพลาดอะไรขึ้นหลังจากการรับวัคซีน
...
โดยประชาชนบางส่วนแสดงความเห็นว่า พวกเขาเป็นเสาหลักของครอบครัว เขาจะเสี่ยงให้เกิดอะไรขึ้นกับตัวเองไม่ได้ และวัคซีนควรจะช่วยปกป้องชีวิต ไม่ใช่ไปฉีดวัคซีนเพื่อจะลุ้นลอตเตอรี่ บางส่วนก็ให้ความเห็นว่าการได้ที่พักอาศัยใหม่ก็คงไม่มีประโยชน์อะไรหากเขาต้องตายจากการฉีดวัคซีนไปก่อน.
ผู้เขียน : อาจุมม่าโอปอล
ที่มา : เอบีซี , นิวยอร์กไทมส์ , เอสซีเอ็มพีดอทคอม