ที่โยนกันไปโยนกันมาก็คือ ใครเป็นประเทศเริ่มการแพร่ระบาดของโควิด-19 ผู้นำสหรัฐฯตั้งแต่ทรัมป์ยันไบเดนพูดย้ำๆซ้ำๆ ว่าคือจีน ประเทศตะวันตกหลายแห่งก็ตะโกนว่ามาจากจีน และจีนต้องรับผิดชอบต่อความเสียหายร้ายแรงของโลกในครั้งนี้
ระหว่างที่กำลังโยนขี้กันอย่างชุลมุนชุลเก สัปดาห์ที่แล้ว สถาบันสุขภาพแห่งชาติของสหรัฐฯ หรือ National Institutes of Health (NIH) ซึ่งเป็นหน่วยงานหลักของรัฐบาลสหรัฐฯ ที่รับผิดชอบการวิจัยด้านการแพทย์ชีวภาพและสาธารณสุข ได้เผยแพร่ผลการศึกษาฉบับหนึ่งซึ่งแสดงให้เห็นว่า มีชาวอเมริกันอย่างน้อย 7 คนใน 5 รัฐ ติดเชื้อโคโรนาไวรัสในช่วงเดือนธันวาคม 2562
ที่น่าสนใจคือช่วงเวลา ชาวอเมริกันทั้ง 7 คนถูกรายงานว่าติดเชื้อโควิด-19 อย่างเป็นทางการหลายสัปดาห์ 1.ก่อนที่สหรัฐฯจะรายงานอย่างเป็นทางการเรื่องพบผู้ติดเชื้อโควิด-19 เป็นครั้งแรก และ 2.ก่อนที่จะมีการระบาดครั้งแรกของโควิด-19 ในอู่ฮั่นของจีน
นี่แสดงว่าประเทศแรกที่มีการติดเชื้อโควิด-19 คือสหรัฐฯ รายงานชิ้นนี้ถ้าทำโดยคณะทำงานของประเทศอื่นก็คงจะถูกด่าว่ามีอคติ แต่รายงานชิ้นนี้ดันทำขึ้นโดยสถาบันสุขภาพ ซึ่งเป็น หน่วยงานของรัฐบาลสหรัฐฯ
ส่วนเชื้อโควิด-19 ระบาดไปที่จีนและประเทศอื่นได้ยังไง มีข้อสงสัยว่าเชื้อนี้น่าจะปะปนอยู่กับอาหารแช่แข็งที่นำเข้าจากสหรัฐฯไปขายที่จีน
สหรัฐฯไม่เคยปล่อยข่าวที่เสียหายกับฝ่ายตน แต่การที่สหรัฐฯยอมให้มีการเผยแพร่ผลการศึกษาของ NIH รัฐบาลสหรัฐฯน่าจะประเมินแล้วว่าเพราะมีหลักฐานอื่นที่อาจจะทำให้รัฐบาลสหรัฐฯเสียหายยิ่งไปกว่านี้ โดยเฉพาะหลักฐานในเรื่องของ ดร.แอนโทนี เฟาซี (Anthony Fauci)
ดร.เฟาซี เป็นผู้อำนวยการสถาบันโรคภูมิแพ้และโรคติดเชื้อแห่งชาติสหรัฐอเมริกา (NIAID) พ.ร.บ.ข้อมูลข่าวสารทำให้สามารถบังคับเปิดอีเมลของ ดร.เฟาซี และทราบว่านายคนนี้เป็นผู้ให้ทุนกับนักวิจัยหญิงชาวจีนในห้องแล็บที่อู่ฮั่นและสร้างไวรัสโควิด-19
...
กรณีของ ดร.เฟาซีเคยเป็นเพียงข่าวไวรัล แต่ปัจจุบันเป็นข่าวหลักที่ทั่วโลกรับรู้และจับตาดูว่าสหรัฐฯจะหาทางออกในเรื่องนี้ยังไง แม้แต่สมาชิกสภาคองเกรสของสหรัฐฯก็เรียกร้องให้รัฐบาลขับ ดร.เฟาซีออกจากการเป็นผู้อำนวยการ NIAID และนำตัวขึ้นสู่ศาล
กรณีของ ดร.เฟาซี ถูกขุดเป็นข่าวดังมากขึ้นทุกวัน ชาวโลกบางส่วนเริ่มชี้ไปที่สหรัฐฯว่าเป็นประเทศผู้เริ่มโควิด-19 อีเมลของ ดร.เฟาซีนับพันฉบับถูกนำมาเปิดเผย มีการโยง ดร.เฟาซีกับอุตสาหกรรมยายักษ์ใหญ่ มีบางคนโยงไปจนถึงมูลนิธิเก่าแก่ควบคุมความเป็นไปของโลก
ความเชื่อว่าการแพร่ระบาดของโควิด-19 เริ่มมาจาก ดร.เฟาซี มีมากขึ้นทั้งในระดับนานาชาติ ประเทศ องค์กร และบุคคล หาก ดร.เฟาซีผิดจริง ก็ยากที่สหรัฐฯจะปัดความรับผิดชอบ เพราะ ดร.เฟาซีเป็นเจ้าหน้าที่ระดับสูงของตน
เป็นไปได้ว่ากรณีของ ดร.เฟาซีทำให้สหรัฐฯยอมรับว่าพลเมืองของตน 7 คนติดเชื้อเมื่อธันวาคม 2562 และใช้ NIH แพร่ผลการศึกษาเพื่อยอมรับ การยอมรับแบบนี้ ไม่มีผลเสียหายมาก เพราะไม่มีผู้กระทำความผิดชัดเจน และสามารถมั่วได้ว่าเชื้อโรคนี้มาจากธรรมชาติ
ตอนที่จีนโดนสหรัฐฯโยนข้อหาในตอนแรก จีนก็พยายามปัดว่าไวรัสไม่ได้มาจากแล็บที่อู่ฮั่น แต่มาจากค้างคาว การโยนความผิดให้ค้างคาว ไม่ต้องมีใครรับผิดชัดเจน
ระดับทรัมป์ ซึ่งเป็นประธานาธิบดีของประเทศจะต้องรู้ข้อมูลอยู่แล้วว่า คนอเมริกัน 7 คนป่วยก่อนที่จะมีการระบาดที่อู่ฮั่น
แต่การที่ทรัมป์ชี้นิ้วด่าจีนตำหนิจีนอยู่อย่างตลอดเวลา เป็นความโหดเหี้ยมของตะวันตกที่พยายามโยนความผิดของตนมาให้จีน
ความจริงหลายอย่างบนโลกใบนี้ โดยพวกมหาอำนาจบิดปิดบังจนชาวโลกเข้าใจผิดเพี้ยนมาโดยตลอด ไม่ว่ามหาอำนาจสหรัฐฯ รัสเซีย จีน หรือประเทศอื่นๆ.
นิติการุณย์ มิ่งรุจิราลัย
songlok1997@gmail.com