ไลฟ์สไตล์
100 year

รู้จัก “นาฟตาลี เบนเนตต์” ผู้นำใหม่สายเหยี่ยวแห่งอิสราเอล

ไทยรัฐออนไลน์
18 มิ.ย. 2564 09:05 น.
SHARE

รู้จัก “นาฟตาลี เบนเนตต์” ผู้นำใหม่สายเหยี่ยวแห่งอิสราเอล

ไทยรัฐออนไลน์

18 มิ.ย. 2564 09:05 น.
  • นาฟตาลี เบนเนตต์ ผู้นำพรรคชาตินิยมสาบานตนรับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีอิสราเอลแล้ว เมื่อ 13 มิ.ย. ยุติการปกครองของ เบนจามิน เนทันยาฮู เจ้านายเก่าที่ครองอำนาจมานาน 12 ปี

  • เบนเนตต์ ผู้บอกว่าตนเองเป็นพวกสายเหยี่ยวมากกว่าเนทันยาฮู มีจุดยืนต่อต้านการตั้งรัฐปาเลสไตน์ในดินแดนอิสราเอลอย่างหัวชนฝา ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อการแก้ไขความขัดแย้งระหว่างยิวกับปาเลสไตน์

  • รัฐบาลใหม่ของนายเบนเนตต์ ต้องรับมือกับปัญหาภายในประเทศหลายอย่าง โดยเฉพาะการผ่านกฎหมายงบประมาณ ซึ่งถ้าไม่สำเร็จ อิสราเอลจะต้องจัดการเลือกตั้งใหม่ครั้งที่ 5 ในรอบ 2 ปี

หลังผ่านการเลือกตั้งที่ไม่รู้ผลถึง 4 ครั้งในเวลาแค่ 2 ปี และติดหล่มทางการเมืองมานาน ใครจะไปคิดว่าม้านอกสายตาอย่างนาย นาฟตาลี เบนเนตต์ ผู้นำพรรคชาตินิยมที่มีเสียงในสภาเพียง 7 เสียง จะกลายเป็นนายกรัฐมนตรีคนใหม่แห่งประเทศอิสราเอล ได้ควบคุมรัฐบาลแห่งชาติซึ่งประกอบเข้าด้วยกันถึง 8 พรรค

จากนักธุรกิจกลายเป็นนักการเมือง เบนเนตต์ไต่เต้าขึ้นมาจากการเป็นหัวหน้าเจ้าหน้าที่ของ เบนจามิน เนทันยาฮู ผู้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีอิสราเอลต่อเนื่องนานถึง 12 ปี แต่ทั้งคู่กลับแตกหักกันกลางทาง และสุดท้าย นายเบนเนตต์นี่เองที่เป็นกุญแจสำคัญในการโค่นอำนาจเจ้านายเก่าของเขาเมื่อวันอาทิตย์ที่ 13 มิ.ย.ที่ผ่านมา

นายเบนเนตต์เคยพูดว่าตนเองเป็นพวกสายเหยี่ยวมากกว่าเนทันยาฮู เขาต่อต้านแนวคิดเรื่องการตั้งรัฐปาเลสไตน์ในดินแดนอิสราเอลอย่างหัวชนฝา ต่างจากเนทันยาฮูที่มีแนวคิดเดียวกันแต่ไม่แสดงออกอย่างโจ่งแจ้ง แต่ในขณะที่เขามีความเป็นชาตินิยมสูง เบนเนตต์ก็แอบมีมุมมองแบบเสรีนิยม ต่อต้านการผูกขาด

อย่างไรก็ตาม นายเบนเนตต์มีเวลาบริหารประเทศเพียง 2 ปี ก่อนที่เขาจะต้องส่งไม้ต่อให้นาย ยาอีร์ ลาพิด ผู้นำพรรคสายกลาง ตามข้อตกลงแบ่งปันอำนาจ ทำให้คาดกันว่า เขาจะมุ่งเน้นจัดการปัญหาภายในประเทศเป็นหลัก

ข่าวแนะนำ

นาย ยาอีร์ ลาพิด ผู้นำพรรคสายกลาง และนาย นาฟตาลี เบนเนตต์ นายกรัฐมนตรีคนใหม่ของอิสราเอล
นาย ยาอีร์ ลาพิด ผู้นำพรรคสายกลาง และนาย นาฟตาลี เบนเนตต์ นายกรัฐมนตรีคนใหม่ของอิสราเอล

เป็นทหาร เรียนกฎหมาย และนักธุรกิจ

นาฟตาลี เบนเนตต์ เกิดเมื่อวันที่ 25 มี.ค. 2515 ในครอบครัวชาวยิว-อเมริกัน ซึ่งอพยพมาจากสหรัฐฯ หลังเกิดสงครามหกวันในปี 2510 ไม่นาน ชีวิตในวัยเด็กของเขาต้องย้ายที่อยู่ไปมาระหว่างอิสราเอล, แคนาดา และสหรัฐฯ หลายครั้ง และได้กลับมายังเมือง ไฮฟา บ้านเกิดตอนอายุ 10 ขวบ

ครอบครัวเบนเนตต์ทุกคนนับถือศาสนายิวออร์โธดอกซ์ นาฟตาลี ได้เป็นผู้นำเยาวชนขององค์กรเยาวชนไซออนิสต์ หลังจากเข้ามัธยมปลาย ต่อมาปี 2533 เขาถูกเกณฑ์เป็นทหาร ได้สังกัดหน่วยคอมมานโด ‘ซาเยเรต มัตคาล’ ซึ่งเป็นหน่วยสอดแนมพิเศษ และได้เข้าร่วมการต่อสู้ในเหตุความขัดแย้งเลบานอนใต้ (ปี 2525-2543)

หลังเสร็จสิ้นภารกิจรับใช้ชาติ เบนเนตต์ก็เข้าศึกษาคณะนิติศาสตร์ของมหาวิทยาลัยฮิบรูว์แห่งเยรูซาเลม จากนั้นย้ายไปอยู่แมนฮัตตัน ของสหรัฐฯ ในปี 2543 ร่วมก่อตั้งและเป็นซีอีโอของบริษัทซอฟต์แวร์ชื่อ ‘ไคโอตา’ (Cyota) ก่อนที่ 5 ปีต่อมาเขาจะขายบริษัทให้แก่บริษัทความปลอดภัยของสหรัฐฯ ได้เงินมา 145 ล้านดอลลาร์ ส่งให้เบนเนตต์กลายเป็นเศรษฐีคนใหม่

เบนจามิน เนทันยาฮู อดีตนายกรัฐมนตรีอิสราเอล
เบนจามิน เนทันยาฮู อดีตนายกรัฐมนตรีอิสราเอล

เส้นทางสู่ตำแหน่งนายกฯ

หลังทำธุรกิจอีกหลายอย่าง นายเบนเนตต์ก็เริ่มลงเล่นการเมือง เขาได้เป็นหัวหน้าเจ้าหน้าที่ของนายเนทันยาฮู ช่วงปี 2549-2551 ก่อนที่ทั้งสองจะแตกคอกัน ทำให้เบนเนตต์ลาออกจากพรรคลิคุด ไปเป็นหัวหน้าพรรคบ้านชาวยิว (Jewish Home) ซึ่งที่นั่นเขาชูนโยบายต่อต้านการตั้งรัฐปาเลสไตน์ และสามารถนำพรรคประสบความสำเร็จในการเลือกตั้งปี 2556 ส่ง ส.ส. เข้าสู่สภาได้สำเร็จ

พรรคของนายเบนเนตต์กลายเป็นแคนดิเดตพรรคร่วมที่สำคัญ ทำให้เขาได้รับตำแหน่งรัฐมนตรีในทุกรัฐบาลของเนทันยาฮู กระทั่งในปี 2562 รัฐบาลอิสราเอลล่ม ทำให้ต้องจัดการเลือกตั้งใหม่ แต่กลุ่มพันธมิตร “ฝ่ายขวาใหม่” (New Right) ของนายเบนเนตต์ที่เพิ่งก่อตั้ง กลับไม่ได้เก้าอี้ในสภาเลย นายเบนเนตต์จึงเปลี่ยนชื่อกลุ่มใหม่เป็น “ยามินา” (Yamina) ทว่าก็ทำผลงานไม่ดีในการเลือกตั้งใหม่ 3 ครั้งหลังจากนั้น โดยครั้งล่าสุด ได้ ส.ส. เพียง 7 คนเท่านั้น

อย่างไรก็ตาม สถานการณ์กลับเข้าข้างอดีตนักธุรกิจผู้นี้ เมื่อเนทันยาฮูก็ไม่สามารถจัดตั้งรัฐบาลผสมที่ยั่งยืนได้เลยในการเลือกตั้งถึง 4 ครั้งดังกล่าว ซึ่งล่าสุดคือเมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ทำให้นาย ยาอีร์ ลาพิด ผู้มี ส.ส. ในสภามากเป็นอันดับ 2 ได้สิทธิ์จัดตั้งรัฐบาลใหม่ และเขาประกาศจะตั้งรัฐบาลแห่งชาติ เพื่อโค่นเนทันยาฮูลงจากเก้าอี้นายกรัฐมนตรี

นายเบนเนตต์ตกลงเข้าร่วมการเจรจากับนายลาพิดกับกลุ่มฝ่ายค้านอื่นๆ และได้บรรลุข้อตกลงร่วมกันในวันที่ 2 มิ.ย. ว่าพวกเขาจะตั้งรัฐบาลผสม 8 พรรคอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในประวัติศาสตร์ 73 ปีของอิสราเอล และนายเบนเนตต์กับนายลาพิตจะสลับกันรับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีคนละ 2 ปี โดยเริ่มจากนายเบนเนตต์ ครองตำแหน่งจนถึงวันที่ 27 ส.ค. 2566

และแล้วในวันที่ 13 มิ.ย. รัฐสภาแห่งอิสราเอลก็ลงมติด้วยคะแนนเสียงฉิวเฉียดที่ 60-59 เสียง อนุมัติการจัดตั้งรัฐบาลแห่งชาติ ซึ่งนายเบนเนตต์ในวัย 49 ปี ก็ได้สาบานตนรับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีคนใหม่ของประเทศ แทนที่เบนจามิน เนทันยาฮู เจ้านายเก่าของเขาที่อยู่ในอำนาจมานานถึง 12 ปี

ต่อต้านการตั้งรัฐปาเลสไตน์

นายเบนเนตต์ถูกนิยามว่าเป็นนักชาตินิยมสุดโต่ง เจ้าตัวยังเคยบอกว่า เขามีหัวขวาจัดกว่านายเนทันยาฮู เป็นผู้สนับสนุนความชอบธรรมในการก่อตั้งรัฐยิวอิสราเอล รวมถึงในเขตเวสต์แบงก์, เยรูซาเลมตะวันออก และที่ราบสูงโกลัน ในซีเรีย ซึ่งอิสราเอลยึดครองมาหลังสงครามตะวันออกกลางปี 2510

เขาสนับสนุนสิทธิของอิสราเอลในการสร้างที่พักชาวยิวในเขตเวสต์แบงก์ และเยรูซาเลมตะวันออก ซึ่งเป็นหนึ่งในข้อขัดแย้งหลักกับปาเลสไตน์ ที่ต้องการให้รื้อถอน และจัดตั้งรัฐอิสระของปาเลสไตน์ในเวสต์แบงก์กับฉนวนกาซา โดยมีเยรูซาเลมตะวันออกเป็นเมืองหลวง แต่ภายใต้รัฐบาลเบนเนตต์ อย่าว่าแต่หยุดเลย แค่การแทรกแซงการก่อสร้างก็ทำได้ยากแล้ว

นายเบนเนตต์ยังต่อต้านแนวคิดการสร้างรัฐปาเลสไตน์ขึ้นเคียงคู่กับอิสราเอล หรือที่เรียกว่า “ทางออกแบบ 2 รัฐ” (two-state solution) ที่นานาชาติโดยเฉพาะสหรัฐฯ เสนอด้วย โดยเบนเนตต์ประกาศกร้าวในเรื่องนี้เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมาว่า “ตราบเท่าที่ผมมีอำนาจและการควบคุมใดๆ ผมจะไม่ยอมมอบดินแดนของอิสราเอลให้แม้แต่เซนติเมตรเดียว”

ในด้านภัยคุกคามจากกลุ่มติดอาวุธปาเลสไตน์ เบนเนตต์ก็เป็นหนึ่งในคนที่แสดงออกอย่างแข็งกร้าวที่สุด ออกตัวว่าสนับสนุนโทษประหารชีวิต ซึ่งไม่เคยเกิดขึ้นในอิสราเอลมานานร่วม 60 ปี เขายังปฏิเสธการหยุดยิงกับกลุ่มติดอาวุธฮามาสของปาเลสไตน์ ในเหตุความรุนแรงเมื่อปี 2561 และครั้งล่าสุดในเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมาด้วย

เวลามีจำกัด เน้นแก้ปัญหาภายใน

ด้วยภูมิหลังทางศาสนาของเขา ทำให้นายเบนเนตต์มีความเป็นชาตินิยมสูง แต่เชื่อว่าเนื่องจากเขาเคยไปใช้ชีวิตและทำธุรกิจในอเมริกาเหนือมาหลายปี ทำให้เศรษฐีรายนี้มีแนวคิดเสรีนิยมในบางเรื่อง โดยเขาเคยบอกกับสื่อในปี 2556 ว่า ต้องการทำลายการผูกขาดและทำลายการครอบงำของบรรดาสหภาพขนาดใหญ่ ที่มีต่อเศรษฐกิจของอิสราเอล

หรือในช่วงการเลือกตั้งล่าสุด นายเบนเนตต์เคยพูดด้วยว่า ชาวเกย์ควรได้รับสิทธิพลเรือนเทียบเท่ากับที่คนอื่นๆ ในอิสราเอลได้รับ

แต่ด้วยเวลาที่มีจำกัดเพียง 2 ปี ทำให้เชื่อว่ารัฐบาลเบนเนตต์จะมุ่งเน้นในเรื่องการแก้ปัญหาภายในประเทศก่อน ซึ่งรวมถึงปัญหาความสัมพันธ์ระหว่างศาสนากับรัฐ, ปัญหาค่าครองชีพและความเท่าเทียม ยิ่งกว่านั้น อิสราเอลยังไม่ได้ผ่านกฎหมายงบประมาณจริงๆ มาตั้งแต่เดือนมีนาคม 2561 แล้ว ซึ่งรัฐบาลใหม่มีเวลาแค่ 3 เดือนที่จะร่างกฎหมายใหม่ มิเช่นนั้นจะต้องยุบสภาแล้วเลือกตั้งใหม่

หากอิสราเอลต้องกลับมาเลือกตั้งใหม่เป็นครั้งที่ 5 ในรอบ 2 ปีจริง อาจเปิดช่องให้อดีตนายกรัฐมนตรี เนทันยาฮู ซึ่งเพิ่งตกเก้าอี้หมาดๆ มีโอกาสกลับมาทวงอำนาจคืนอีกครั้ง แต่การจัดตั้งรัฐบาลร่วม 8 พรรคแสดงให้เห็นว่า นายเบนเนตต์พร้อมที่จะประนีประนอมในเรื่องสำคัญ เพื่อให้รัฐบาลยังทำงานต่อไปได้ จึงต้องติดตามกันต่อไปว่า อิสราเอลจะมีรัฐบาลที่ยั่งยืนจริงๆ เสียทีหรือไม่.



ผู้เขียน : H2O

ที่มา : BBC, CNNindependent

แท็กที่เกี่ยวข้อง

นาฟตาลี เบนเนตต์special contentอิสราเอลนายกรัฐมนตรีผู้นำใหม่สายเหยี่ยวเบนจามิน เนทันยาฮูปาเลสไตน์รัฐบาลแห่งชาติรัฐบาลผสม

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันอาทิตย์ที่ 25 กรกฎาคม 2564 เวลา 10:01 น.