ไลฟ์สไตล์
100 year

ประเทศ G7 ลอกการบ้านจีน

นิติการุณย์ มิ่งรุจิราลัย
15 มิ.ย. 2564 05:01 น.
SHARE

ประเทศ G7 ลอกการบ้านจีน

นิติการุณย์ มิ่งรุจิราลัย

15 มิ.ย. 2564 05:01 น.

เมื่อวาน ผมรับใช้ผู้อ่านท่านถึงเส้นทางสายไหมที่เสนอโดยสหรัฐฯ เกาหลีใต้ และญี่ปุ่นไปแล้ว วันนี้ขอรับใช้เรื่องข้อริเริ่มหนึ่งแถบหนึ่งเส้นทาง หรือ One Belt One Road Initiative ซึ่งตอนนี้เรียกกันสั้นๆว่า BRI หรือเส้นทางเศรษฐกิจสายใหม่และเส้นทางสายไหมทางทะเลแห่งศตวรรษที่ 21 ของจีนกันต่อ

BRI ที่เสนอโดยนายสี จิ้นผิงเมื่อ พ.ศ.2556 ตั้งใจว่าจะใช้โครงการนี้ประสานนโยบาย+เชื่อมโยงโครงสร้างพื้นฐาน+การทำมาค้าขาย+การหมุนเวียนทางการเงิน และเชื่อมใจของผู้คนตามเส้นทาง BRI ที่มีมากถึง 4,400 ล้านคน ในภูมิภาคเอเชียตะวันออก เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เอเชียใต้ เอเชียตะวันตก เอเชียกลาง และยุโรปตะวันออก ทำให้เศรษฐกิจของทุกประเทศตามเส้นทาง BRI บูมตูมตาม

ข่าวแนะนำ

นอกจากจีนจะลงนามในข้อตกลงความร่วมมือกับประเทศต่างๆ เกี่ยวกับ BRI มากถึง 138 ประเทศ และ 30 องค์กรแล้ว นายสี จิ้นผิงยังตั้งกองทุนเส้นทางสายไหมในวันที่ 29 ธันวาคม 2557 อัดฉีดเม็ดเงินและลงทุนเพื่อสร้างโอกาสการพัฒนาในโครงการที่เกี่ยวข้องกับโครงสร้างพื้นฐาน การพัฒนาทรัพยากร และความร่วมมือด้านอุตสาหกรรมการผลิตในประเทศต่างๆ ตามแนวเส้นทาง BRI โดยกองทุนนี้มีความสัมพันธ์กับธนาคารเพื่อการพัฒนาพหุภาคีของภูมิภาคและประเทศอื่นๆ ทั่วโลก

ไม่เฉพาะกองทุนเส้นทางสายไหมเท่านั้น นายสี จิ้นผิงยังตั้งธนาคารเพื่อการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานแห่งเอเชียหรือ AIIB เมื่อธันวาคม 2558 ซึ่งเป็นสถาบันการเงินพหุภาคีระดับภูมิภาคระหว่างรัฐบาลที่เน้นสนับสนุนการก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐาน มีสมาชิกทั้งสิ้น 103 ประเทศ จำนวนสมาชิกเป็นอันดับ 2 รองจากธนาคารโลก เน้นลงทุนในด้านพลังงานและไฟฟ้า การคมนาคม การสื่อสาร โทรคมนาคม การประปา การบำบัดน้ำเสีย การรักษาสิ่งแวดล้อม ฯลฯ

BRI ที่นายสี จิ้นผิงวางไว้เมื่อ 6 ปีเริ่มผลิดอกออกผล การลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน และการค้าขายระหว่างประเทศคึกคัก ขบวนรถไฟขนส่งสินค้าจากเมืองต่างๆของจีนมุ่งหน้าสู่ยุโรปทุกวัน จนนิตยสารนิเคอิ เอเชียของญี่ปุ่นถึงกับรายงานว่า รถไฟสายด่วนจีน หรือ China Railway Express กลายเป็นตัวเลือกที่มีราคาย่อมเยาและรวดเร็วกว่าสำหรับการขนส่งสินค้าทุกอย่าง ตั้งแต่รถยนต์ไปจนถึงของใช้ในครัวเรือนจากจีนสู่ยุโรป และกลายเป็นเส้นเลือดใหญ่ทางการค้าระหว่างจีนและยุโรป

ตอนแรก พวกประเทศเศรษฐีทั้งหลายต่างหัวเราะเยาะโครงการ BRI ของจีนกันจนฟันกระเด็นออกมานอกปาก แต่พอมาถึงวันนี้ BRI ของจีนสำเร็จอย่างดีเยี่ยม พวกประเทศเศรษฐี G7 ซึ่งไม่มีสติ ปัญญาคิดโครงการของตัวเอง ต่างก็ตาลีตาเหลือกลอกการบ้านจีนแบบโดยหวังว่า พวกตนอาจจะประสบความสำเร็จแบบจีนบ้าง

13 มิถุนายน 2564 กลุ่มประเทศอุตสาหกรรมชั้นนำ 7 แห่งหรือ G7 ที่ประกอบด้วยสหรัฐฯ แคนาดา สหราชอาณาจักร เยอรมนี ฝรั่งเศส อิตาลี และญี่ปุ่น รวมทั้งสหภาพยุโรป ประกาศแผนยุทธศาสตร์ Build Back Better World หรือยุทธศาสตร์สร้างโลกที่ดีกว่าขึ้นมาใหม่ เรียกสั้นๆ ว่า B3W

สหรัฐฯและกลุ่ม G7 ประกาศว่า การจัดตั้งยุทธศาสตร์ B3W นี้ขึ้นมาก็เพื่อให้เป็นทางเลือกที่มีคุณภาพสูงกว่าแผนยุทธศาสตร์เส้นทางเศรษฐกิจสายใหม่และเส้นทางสายไหมทางทะเลแห่งศตวรรษที่ 21 หรือ BRI ของจีน แถมยังย้ำซ้ำๆ ว่า แผนยุทธศาสตร์ B3W ของกลุ่ม G7 นี้ถือว่าเป็นโครงการของพันธมิตรที่น่าเชื่อถือและไว้ใจได้ของกลุ่มประเทศกำลังพัฒนา

สหรัฐฯและกลุ่ม G7 ยังโม้ต่อว่า พวกตนจะมอบความช่วยเหลือหลากหลายรูปแบบ โดยเป็นหุ้นส่วนที่ขับเคลื่อนด้วยคุณค่า มาตรฐานสูง โปร่งใส นำโดยประเทศประชาธิปไตย เพื่อช่วยสร้างโครงสร้างพื้นฐานในกลุ่มประเทศกำลังพัฒนาที่ต้องการรวมกันมากถึง 40 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือ 1,243 ล้านล้านบาท โดยครอบคลุมด้านสาธารณสุข เทคโนโลยี สิ่งแวดล้อม และที่สำคัญคือการส่งเสริมความเท่าเทียมกันในสังคม ไม่ได้เน้นเฉพาะเรื่องโครงสร้างพื้นฐานและเศรษฐกิจเท่านั้น

B3W ของพวก G7 ขยับตัวหลังจากที่จีนออกตัวแซงหน้าไปไกลจนกลุ่มประเทศตะวันตกกังวลใจว่าอิทธิพลจีนกำลังแผ่ขยายไปทั้งโลก จนตัวเองยากจะหยุดยั้ง สิ่งที่จะทำได้คือต้องร่วมมือกันคานอำนาจกับจีน หลายคนสังหรณ์ว่า B3M จะแป๊ก.

นิติการุณย์ มิ่งรุจิราลัย
songlok1997@gmail.com

แท็กที่เกี่ยวข้อง

G7BRIจีนสี จิ้นผิงเศรษฐกิจสายใหม่กลุ่ม G7สหรัฐฯเปิดฟ้าส่องโลกนิติการุณย์ มิ่งรุจิราลัย

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันอังคารที่ 3 สิงหาคม 2564 เวลา 18:35 น.