ทางการชิลีตัดสินใจประกาศล็อกดาวน์ กรุงซานติอาโก เมืองหลวงของประเทศ หลังพบยอดติดเชื้อโควิด-19 ยังพุ่งสูง โดยมีผลตั้งแต่วันเสาร์นี้เป็นต้นไป

สถานการณ์การระบาดของโควิด-19 ในประเทศชิลียังไม่น่าไว้วางใจ หลังพบยอดติดเชื้อรายใหม่ยังพุ่งสูง ทั้งๆ ที่ประชากรเกือบ 60 เปอร์เซ็นต์ ได้รับวัคซีนครบโดสแล้ว โดย 58 เปอร์เซ็นต์ของประชากรทั้งหมด 17.5 ล้านคน ได้รับวัคซีนครบสองโดส ขณะที่อีก 75 เปอร์เซ็นต์ของจำนวนประชากร ได้รับวัคซีนแล้วอย่างน้อย 1 โดส ส่งผลทางการชิลีประกาศล็อกดาวน์กรุงซานติอาโก เมืองหลวงของประเทศตั้งแต่วันเสาร์นี้เป็นต้นไป ส่งผลให้ประชาชนกว่า 8 ล้านคนที่อาศัยในเมืองหลวง และพื้นที่โดยรอบต้องอยู่แต่ภายในบ้านพัก

โดยเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา ชิลีพบผู้ติดเชื้อรายใหม่เพิ่มมาถึง 7,716 ราย ส่วนใหญ่เป็นผู้ที่ยังไม่ได้รับวัคซีนครบโดส ส่งผลให้ตอนนี้ เตียงคนไข้ไอซียูเกือบเต็มศักยภาพที่จะรองรับผู้ป่วยแล้ว ขณะที่บุคลากรทางการแพทย์กำลังทำงานเกินกำลังที่จะรับไหว
โดยขณะนี้รัฐบาลกำลังเผชิญกับเสียงวิพากษ์วิจารณ์ ว่าเชื่อมั่นในชัยชนะในการรับมือกับโรคระบาดมากเกินไป จนทำให้รีบผ่อนคลายล็อกมาตรการหลายด้านเร็วเกินไป ทั้งมีการเปิดพรมแดน อนุญาตให้ประชาชนท่องเที่ยวได้อย่างอิสระในช่วงวันหยุดยาวที่ผ่านมา ขณะที่ร้านค้า ร้านอาหาร และรีสอร์ตต่างๆ ก็กลับมาเปิดให้บริการเพื่อหวังกระตุ้นเศรษฐกิจ จนต้องมาเผชิญกับการระบาดอีกระลอก
โดยนับตั้งแต่พบการระบาดของโควิด-19 ชิลีมีผู้ติดเชื้อแล้วเกือบ 1.5 ล้านคน และมีผู้เสียชีวิตสะสมอีกกว่า 30,000 ศพ.

...

ที่มา : บีบีซี