บริษัทยักษ์ใหญ่ได้เริ่มมองหาผู้ที่มีฝีมือในการต่อกรกับแฮกเกอร์ ที่นับวันยิ่งสร้างความเสียหายให้กับเศรษฐกิจเพิ่มมากขึ้น ทำให้เจ้าหน้าที่ดูแลความปลอดภัยไซเบอร์กลายเป็นอาชีพที่เงินเดือนสูงลิ่ว

สำนักข่าวซีเอ็นเอ็น รายงาน หนึ่งในอาชีพสุดฮอตในยุคนี้คือ เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยไซเบอร์ หลังเกิดเหตุการณ์กลุ่มแฮกเกอร์เข้าโจมตีทางไซเบอร์ จนส่งผลกระทบเป็นวงกว้าง ซึ่งหนึ่งในเหตุการณ์ที่กระทบไปถึงราคาน้ำมัน คงหนีไม่พ้นการที่โคโลเนียล ไปป์ไลน์ บริษัทท่อส่งน้ำมันรายใหญ่ของสหรัฐอเมริกา ถูกกลุ่มแฮกเกอร์เจาะข้อมูลเรียกค่าไถ่ ทำให้ต้องระงับการดำเนินงาน กระทบต่อการจ่ายน้ำมัน จนมีปั๊มน้ำมันบางส่วนในสหรัฐฯ มีน้ำมันไม่พอจ่าย ขณะเดียวกันบริษัท ไมโครซอฟท์ ได้ระบุว่า กลุ่มแฮกเกอร์ที่อยู่เบื้องหลังการโจมตีระบบโซลาร์เซล ของบริษัทสหรัฐฯ ในปี 2563 นั้นเป็นกลุ่มเดียวกันกับที่โจมตีหน่วยงานของรัฐบาลสหรัฐฯ อีก 150 หน่วยงาน ซึ่งการโจมตีทางไซเบอร์นั้นนำไปสู่ผลกระทบการเศรษฐกิจอย่างแสนสาหัส ทำให้บริษัทต่างๆ มองหาผู้ที่จะเข้ามาทำหน้าที่ป้องกันการโจมตีหรือเจาะข้อมูลทางไซเบอร์

ขณะเดียวกันมีรายงานว่า สหรัฐฯ ขาดแคลนแรงงานที่เกี่ยวข้องกับความปลอดภัยทางไซเบอร์ และต้องการแรงงานในภาคส่วนดังกล่าวเพิ่ม 359,000 ราย ไม่ว่าจะเป็นนักวิเคราะห์ระบบระดับเบื้องต้น ไปจนถึงพนักงานระดับบริหารที่ดูแลความเสี่ยงจากการโจมตีทางไซเบอร์ 

...

ด้าน สำนักงานสถิติแรงงานสหรัฐฯ ระบุว่า ตำแหน่งผู้วิเคราะห์ข้อมูลความปลอดภัย จะกลายเป็นหนึ่งในตำแหน่งงานที่เติบโตเร็วที่สุดในอีก 10 ปีข้างหน้า โดยมีอัตราการจ้างงาน 31 เปอร์เซ็นต์ ขณะที่ตำแหน่งงานอื่นๆ มีอัตราการเติบโตเฉลี่ย 4 เปอร์เซ็นต์

ส่วนเว็บไซต์ ไอริชไทมส์ ระบุว่าเงินเดือนของผู้อำนวยการศูนย์รักษาความปลอดภัยไซเบอร์นั้นสูงถึง 290,000 ยูโรต่อปี หรือราว 11 ล้านบาท พร้อมกับสิทธิประโยชน์อีกมากมาย ซึ่งเงินเดือนที่สูงลิ่วนั้นเกิดจากการแข่งขันในตลาดแรงงาน.

ที่มา: CNN, Irishtimes