รัฐวิกตอเรียของออสเตรเลีย พบผู้ติดเชื้อในรอบ 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา มากที่สุดในรอบกว่า 7 เดือน เร่งสกัดการแพร่ระบาดก่อนจะลุกลามบานปลาย
รัฐวิกตอเรียของออสเตรเลีย พบผู้ติดเชื้อรายใหม่จำนวน 6 ราย ในรอบ 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา ซึ่งนับว่าเป็นจำนวนผู้ติดเชื้อรายวันที่มากที่สุดในรัฐวิกตอเรีย นับตั้งแต่เดือนตุลาคมปีที่แล้ว โดยทางการได้แจ้งเตือนไปยังผู้สัมผัสใกล้ชิดกับผู้ป่วยมากกว่า 300 คนให้เข้ารับการตรวจและกักตัวดูอาการ โดยหลายรายมีประวัติไปในสถานที่ชุมชนที่มีผู้คนจำนวนมาก ทำให้ นายเจมส์ เมอร์ลิโน ผู้ว่าการรัฐวิกตอเรีย แสดงความเป็นห่วง เพราะกลัวจะเกิดการระบาดในวงกว้าง
โดยเมื่อปีก่อน รัฐวิกตอเรีย อยู่ภายใต้มาตรการล็อกดาวน์เพื่อควบคุมการระบาดของโควิด-19 มานานกว่า 100 วัน หลังพบการระบาด และมีผู้ติดเชื้อจำนวนมากกว่า 20,000 คน ซึ่งนับเป็น 70 เปอร์เซ็นต์ของผู้ติดเชื้อทั้งประเทศ และ 90 เปอร์เซ็นต์ของผู้เสียชีวิตทั้งประเทศ ซึ่งการพบการติดเชื้อเพิ่มขึ้นมาในครั้งนี้ ทำให้รัฐวิกตอเรียต้องใช้มาตรการคุมเข้มโรคโควิด-19 อีกครั้ง ส่งผลให้ประชาชนในพื้นที่รอบนครเมลเบิร์น ต้องสวมใส่หน้ากากอนามัยขณะอยู่ภายในสถานที่ปิด ทั้งร้านอาหาร โรงแรม และภายในอาคารต่างๆไปจนถึง 4 มิถุนายนนี้ รวมทั้งจำกัดจำนวนคนในการรวมตัวกัน ส่วนรัฐอื่นๆ ของออสเตรเลีย ก็มีการจำกัดการเดินทาง อย่างรัฐเซาท์ ออสเตรเลีย มีคำสั่งห้ามการเดินทางเข้ารัฐจากพลเมืองรัฐวิกตอเรียแล้ว ขณะที่รัฐบาลกลาง ประกาศจะส่งวัคซีนแอสตราเซเนกา 40,000 โดสไปยังรัฐวิกตอเรีย เพื่อเร่งสร้างภูมิคุ้มกันให้แก่ผู้สูงอายุในบ้านพักคนชรา
...
ซึ่งถึงแม้ออสเตรเลียจะสามารถรับมือได้ดีกับการควบคุมการแพร่ระบาดของโรค โดยประชาชนต่างให้ความร่วมมือกับการปิดสถานที่ต่างๆ และการเว้นระยะห่าง แต่นับว่าจำนวนผู้ที่รับวัคซีนยังมีจำนวนไม่มาก โดยอยู่ที่ราว 10 เปอร์เซ็นต์ของประชากรเท่านั้น เนื่องจากวัคซีนยังมีจำนวนจำกัด รวมทั้งเพิ่งมีการเปลี่ยนนโยบายมาอนุญาตให้คนที่มีอายุต่ำกว่า 50 ปีสามารถรับวัคซีนของไฟเซอร์-ไบออนเทคได้.
ที่มา : แชนแนลนิวส์เอเชีย