เสาร์ 22 พฤษภาคม 2564 ที่ผ่านมา คนจีนในเมืองไทยทุกคนที่ผมรู้จักหน้าตาเศร้าหมอง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เหว่ย นา ภรรยาของผม ที่พูดซ้ำๆ หลายครั้งว่า วันนี้วันเดียว เราคนจีนสูญเสียท่านที่เป็นเสมือนญาติผู้ใหญ่ของเราไปถึง 2 คน
เมื่อเข้าไปใน WeChat แอปพลิเคชันส่งข้อความครบวงจรที่คนจีนใช้เยอะและบ่อยที่สุด โดยใช้กันมากกว่า 1,100 ล้านคน ผมก็พบข้อความไว้อาลัยทุกหนทุกแห่ง ไม่น่าเชื่อว่าคนจีนซึ่งมีจำนวนมากเกิน 1 พันล้านคนจะมีความรู้สึกเดียวกันได้พร้อมเพรียงอย่างนี้
อาทิตย์ที่ผ่านมา เป็นวันที่สาธารณรัฐประชาชนจีนสูญเสียปูชนียบุคคลสำคัญของชาติไปพร้อมกัน 2 คน คือ นายหยวนหลงผิง และนายแพทย์อู๋เมิ่งเชา การเสียชีวิตของบุคคลทั้ง 2 ท่าน ทำให้บรรยากาศทั้งประเทศตกอยู่ในความโศกเศร้าและไว้อาลัยอย่างที่ผมเรียนรับใช้ไปในย่อหน้าแรก
หยวนหลงผิงหรือที่คนจีนเรียกว่าปู่หยวน นักวิทยาศาสตร์ด้านปฐพีวิทยา เสียชีวิตในวัย 91 ปี ที่นครฉางซา มณฑลหูหนาน ปู่หยวนมุ่งมั่นทำงานเพื่อพัฒนาภาคการเกษตรมาโดยตลอด แม้แต่ในวันที่เสียชีวิต ปู่หยวนก็ยังออกไปทำงานในนาข้าว แต่พลัดหกล้ม และไปเสียชีวิตที่โรงพยาบาล
ย้อนหลังกลับไปเมื่อทศวรรษที่ 1970 หยวนหลงผิงได้คิดค้น ข้าวลูกผสม หรือ Hybrid rice ที่ให้ผลผลิตสูงสายพันธุ์แรกบนแผ่นดินจีน ถือว่าเป็นความก้าวหน้าด้านเกษตรกรรมครั้งใหญ่ของจีน ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา ข้าวลูกผสมของปู่หยวนได้หยั่งรากลงดิน กระจัดพลัดพรายไปทั่วแผ่นดิน ระยะเวลากว่า 5 ทศวรรษที่ปู่หยวนวิจัยและพัฒนาพันธุ์ข้าวลูกผสม มาถึงตอนนี้ก็เข้าสู่รุ่นที่ 3 พื้นที่ปลูกข้าวพันธุ์ลูกผสมทั่วจีนรวมแล้วกว้างใหญ่ไพศาลถึง 100 ล้านไร่ หรือร้อยละ 57 ของพื้นที่ปลูกข้าวทั้งหมด ข้าวที่ได้ทำให้ประชาชนคนจีนได้มีข้าวกินถึง 80 ล้านคนต่อปี
...
คนจีนยกย่องว่าเพราะความทุ่มเททำงานด้านการเกษตรของปู่หยวน จึงช่วยให้คนจีนสร้างความมั่นคงทางอาหารมาจนถึงวันนี้ หยวนหลงผิงเคยประกาศความฝันของตัวเองไว้ 2 ข้อ คือ “การนั่งพักผ่อนอยู่ใต้ต้นข้าวสูงใหญ่” และ “ข้าวลูกผสมช่วยให้ผู้คนทั่วโลกได้อิ่มท้อง” รัฐบาลจีนได้มอบเหรียญเกียรติยศให้หยวนหลงผิงเมื่อ พ.ศ.2562
คนจีนในยุคปัจจุบันเกือบแทบทุกคนเล่าให้ลูกหลานฟังถึงความอดอยากปากแห้งเมื่อ 30-40 ปีในอดีต ต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า ถ้าไม่ได้ปู่หยวน เราก็คงไม่มีข้าวพอกินในตอนนี้
อีกท่านคือ นายแพทย์อู๋เมิ่งเชา ศัลยแพทย์โรคตับและนักวิชาการจากสถาบันบัณฑิตวิศวกรรมศาสตร์แห่งชาติจีน ซึ่งได้รับการยกย่องว่าเป็นบิดาแห่งการผ่าตัดตับและระบบน้ำดีของจีน ท่านถึงแก่กรรมในวัย 99 ปี
อย่างที่ผมเรียนผู้อ่านท่านที่เคารพไปแล้วว่า คนจีนนิยมยกย่องให้เกียรติบุคคลที่อุทิศตนทำงานเพื่อประชาชนอย่างหนัก ท่านเป็นผู้คิดค้นระบบการผ่าตัดตับที่มีลักษณะเฉพาะในจีน และสามารถช่วยชีวิตผู้ป่วยได้เป็นจำนวนมาก เช่นเดียวกับปู่หยวน แม้ว่าวัยจะล่วงเลยถึง 90 กว่าปี นายแพทย์อู๋ก็ยังติดตามอาการและให้การดูแลผู้ป่วยจนถึงวาระสุดท้ายของชีวิต
การให้เกียรติยกย่องคนธรรมดาแต่เสียสละเพื่อชาติบ้านเมืองอย่างนี้ ผมเห็นอีกประเทศก็คือ เวียดนาม ย้อนหลังกลับไปกว่า 20 ปีที่แล้ว ผมตามพ่อไปที่สามแยกด่งหลก อ.กานหลก จ.ฮาติงห์ ที่นั่นเป็นสถานที่ธรรมดาๆ แห่งหนึ่ง แต่ที่ไม่ธรรมดาคือ ประวัติศาสตร์ท้องถิ่นที่สะท้อนถึงความรักชาติของวีรชนที่เสียสละในช่วงสงครามเวียดนาม แม้แต่ผมที่เป็นคนต่างชาติเมื่อฟังแต่ละคำ แต่ละประโยคที่ล่ามแปลแล้ว ก็ยังอดสะเทือนใจไม่ได้ กว่าจะได้รับชัยชนะและเป็นเอกราช ไม่ใช่แต่เพียงชนชั้นผู้นำเท่านั้น แต่วีรชนซึ่งเป็นประชาชนคนเล็กๆ ก็สามารถสร้างความยิ่งใหญ่ได้เช่นเดียวกัน
ความเป็นหนึ่งเดียวของประชาชนทั้งชาติในหลายประเทศไม่มี วีรบุรุษของชาติที่แท้จริงไม่มี เพราะผู้คนแบ่งเป็นฝักฝ่าย โจมตีกันอยู่ตลอดเวลา บางประเทศมีพลเมืองไม่ถึงสิบล้าน ก็ยังสร้างความกลมเกลียวให้เกิดขึ้นไม่ได้.
นิติการุณย์ มิ่งรุจิราลัย
songlok1997@gmail.com