ไลฟ์สไตล์
100 year

จรวดจีนตกสู่โลก สะท้อนปัญหาขยะอวกาศ ความยั่งยืนอุตสาหกรรมอวกาศที่ไม่ไกลตัว

ไทยรัฐออนไลน์
10 พ.ค. 2564 09:17 น.
SHARE

จรวดจีนตกสู่โลก สะท้อนปัญหาขยะอวกาศ ความยั่งยืนอุตสาหกรรมอวกาศที่ไม่ไกลตัว

ไทยรัฐออนไลน์

10 พ.ค. 2564 09:17 น.
  • ปัจจุบันมีขยะอวกาศ (Space Junk) ดาวเทียมเก่าหมดอายุ ท่อนจรวดนำส่งดาวเทียมและยานอวกาศ ตลอดจนชิ้นส่วนต่างๆ ของจรวด และกากเชื้อเพลิงที่หลงเหลือตกค้าง กว่า 9,300 ตัน ถูกทิ้งไว้ในวงโคจรรอบโลก ส่งผลให้เกิดปัญหาการพุ่งชนกัน และเกิดมลพิษขยะอวกาศ ซึ่งกลายเป็นประเด็นที่น่าวิตก 
  • แทนที่จะมองว่า ชะตากรรมของจรวด Long March 5B ที่ตกลงสู่โลกแบบไร้การควบคุม เป็นการกล่าวโทษจีนแต่เพียงฝ่ายเดียว แต่ที่จริงกรณีที่เกิดขึ้นอาจทำให้รัฐบาลและประชาคมโลกหันกลับมาโฟกัสกับปัญหาการจัดการขยะอวกาศอย่างจริงจังมากขึ้น เนื่องจากปัจจุบันมีบริษัทเอกชนเข้ามาทำธุรกิจให้บริการเชิงพาณิชย์ด้านอวกาศมากขึ้น 
  • จากข้อมูลระบุว่า ปัจจุบันนอกจากปล่อยจรวดไปยังดาวต่างๆแล้ว ยังมีการปล่อยดาวเทียมสู่วงโคจรโลกแล้ว 11,370 ดวง ส่วนใหญ่ปล่อยโดยบริษัทเอกชนของสหรัฐฯ แต่มีเพียงประมาณ 6,900 ดวงที่ยังโคจรและถูกใช้งานอยู่ ส่วนอีกกว่า 4,000 ดวงไม่ได้ถูกใช้งานแล้ว ในจำนวนนี้เกิดการระเบิด หรือไม่ก็ชนกันเอง เกิดเป็นขยะอวกาศกว่า 28,160 ชิ้น 

ในที่สุดชิ้นส่วนจรวด Long March 5B ที่จีนใช้ในการส่งโมดูลหลักของ "เทียนเหอ" สถานีอวกาศแห่งใหม่ของจีน ก็ตกสู่โลกอย่างปลอดภัย บริเวณมหาสมุทรอินเดีย ทางตะวันตกของเกาะมัลดีฟส์ เมื่อช่วงเช้าวันที่ 9 พ.ค.ที่ผ่านมา

ข่าวแนะนำ

สำนักงานวิศวกรรมอวกาศของจีน แถลงว่า หลังจากติดตามและวิเคราะห์การตกของชิ้นส่วนจรวด Long March 5B พบว่า เศษชิ้นส่วนจากท่อนสุดท้ายเข้าสู่ชั้นบรรยากาศโลกด้วยความเสี่ยงต่ำ เมื่อเวลาประมาณ 09.12 น. และตกลงใกล้เกาะมัลดีฟส์ 

ด้านหน่วยงานในสหรัฐฯและยุโรป เปิดเผยข้อมูลการติดตามชิ้นส่วนจรวดของจีน พบว่า ชิ้นส่วนนี้ได้เข้าสู่ชั้นบรรยากาศโลกที่ความเร็วประมาณ 13.7 กิโลเมตรต่อวินาที และส่วนใหญ่ถูกเผาไหม้ไประหว่างเข้าสู่ชั้นบรรยากาศโลก

โดยจรวด Long March 5B ถูกปล่อยขึ้นจากเกาะไหหนาน เมื่อวันที่ 29 เม.ย. เพื่อบรรทุก "เทียนเหอ" โมดูลหลักของสถานีอวกาศจีนขึ้นสู่วงโคจร และก่อนหน้านี้การตกสู่โลกของชิ้นส่วนจีน ถูกสื่อตะวันตกประโคมข่าวไปทั่วโลกตลอดทั้งสัปดาห์ที่ผ่านมา ทำให้เกิดความวิตกกังวลว่าชิ้นส่วนจรวดนี้จะเป็นอันตราย

แต่ขณะเดียวกันก็ทำให้หลายคนคิดถึงปัญหาที่น่าวิตกกว่านั้น นั่นคือชิ้นส่วนจรวดอีกกว่าสิบลำที่จีนมีกำหนดปล่อยสู่อวกาศในอนาคตช่วง 1-2 ปีนับจากนี้ เนื่องจากจีนกำลังเร่งสร้างสถานีอวกาศเป็นของตัวเอง ชิ้นส่วนเหล่านี้จะตกสู่โลกแบบไร้การควบคุมเช่นนี้ 

สก็อต เคลลี่ อดีตนักบินอวกาศนาซา กล่าวว่า ในอนาคตจีนมีแผนที่จะปล่อยจรวดอีกหลายครั้ง แต่กลับไม่มีวิธีการควบคุมจรวดกลับลงสู่โลก ซึ่งเป็นการละเมิดต่อข้อตกลงระหว่างประเทศว่าด้วยการดูแลความปลอดภัยของจรวดที่กลับเข้าสู่โลก และเขามองว่าถึงเวลาแล้วที่จะช่วยกันกดดันจีนให้คำนึงถึงความปลอดภัยของคนบนโลก

ขณะเดียวกัน ก็ทำให้เกิดความวิตกกังวลและมีการกลับมาพูดถึงปัญหาขยะในอวกาศ ซึ่งเป็นปัญหาที่ใหญ่กว่ามาก รวมไปถึงประเด็นความยั่งยืนของอุตสาหกรรมอวกาศ เพราะแม้ว่าโครงการอวกาศของสหรัฐฯจะใช้วิธีควบคุมการเข้าสู่ชั้นบรรยากาศโลก (Controlled Reentry) ด้วยการออกแบบวงโคจรให้สามารถคำนวณจุดตก และระยะเวลาได้ และออกแบบชิ้นส่วนจรวดให้เผาไหม้หมดในชั้นบรรยากาศ แต่เนื่องจากในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา บริษัทเทคโนโลยีการบินอวกาศของเอกชนอย่าง SpaceX ของสหรัฐฯก็มีการให้บริการปล่อยดาวเทียมไปแล้วหลายพันดวง 

ภายใต้กฎหมายระหว่างประเทศ ภาคเอกชนที่มีแผนจะส่งดาวเทียม 45,000 ดวงสู่วงโคจรต่ำของโลก ในช่วงไม่กี่ปีนับจากนี้ก็ต้องอยู่ในความรับผิดชอบทางกฎหมายของประเทศตัวเองด้วย เนื่องจากปัจจุบันมีขยะอวกาศ ได้แก่ ดาวเทียมเก่าหมดอายุ ท่อนจรวดนำส่งดาวเทียมและยานอวกาศ ตลอดจนชิ้นส่วนต่างๆ ของจรวด และกากเชื้อเพลิงที่หลงเหลือตกค้าง กว่า 9,300 ตัน ถูกทิ้งไว้ในวงโคจรรอบโลก ส่งผลให้เกิดปัญหาการพุ่งชนกัน และเกิดมลพิษขยะอวกาศ ซึ่งกลายเป็นประเด็นที่น่าวิตก 

เมื่อเดือนที่แล้วเจ้าหน้าที่ศูนย์ควบคุมที่สำนักงานใหญ่บริษัท SpaceX ในรัฐแคลิฟอร์เนียของสหรัฐฯ ต้องแจ้งเตือนนักบินอวกาศที่อยู่ในแคปซูล Crew Dragon และกำลังกลับสู่โลก ให้สวมชุดอวกาศแล้วกลับสู่ที่นั่งให้เรียบร้อย เนื่องจากมีความเสี่ยงว่าขยะอวกาศอาจจะพุ่งชนแคปซูล ซึ่งก่อนหน้านี้เคยเพิ่งเกิดเหตุการณ์ชิ้นส่วนขยะอวกาศขนาดเล็กพุ่งเข้ากระแทกกระจกบังลมของกระสวยอวกาศ ทำให้กระจก 2 ใน 3 ชั้นได้รับความเสียหายไป 

เมื่อปี 2552 ดาวเทียมสื่อสาร 2 ดวง ได้แก่ Iridium 33 และ Kosmos-2251 ของรัสเซีย เกิดพุ่งเข้าชนกันเองเหนือท้องฟ้าเขตไซบีเรีย ด้วยความเร็วกว่า 40,000 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ทำให้เกิดเศษซากกระจายหลายพันชิ้น และเมื่อเดือนที่แล้วองค์การอวกาศยุโรป เพิ่งจัดเสวนาหารือปัญหานี้ เนื่องจากปัจจุบันนี้มีดาวเทียมมากมายในวงโคจรต่ำของโลก ทำให้เกิดความเสี่ยงมากขึ้นว่าจะมีอุบัติเหตุชนกัน

จากข้อมูลขององค์การอวกาศยุโรป ระบุว่า ปัจจุบันมีการปล่อยดาวเทียมสู่วงโคจรโลก 11,370 ดวง ส่วนใหญ่ปล่อยโดยบริษัทเอกชนของสหรัฐฯ แต่มีเพียงประมาณ 6,900 ดวงที่ยังโคจรและถูกใช้งานอยู่ ส่วนอีกกว่า 4,000 ดวงหมดสภาพ ไม่ได้ถูกใช้งานแล้ว ในจำนวนนี้เกิดการระเบิด หรือไม่ก็ชนกันเองกว่า 560 ครั้ง เกิดเป็นขยะอวกาศกว่า 28,160 ชิ้น

ขยะอวกาศเหล่านี้มีขนาดและความเร็วต่างกันไป เศษขยะที่มีขนาดเล็กจิ๋ว แต่หากมีความเร็วสูง จะมีพลังทำลายสูง เศษโลหะขนาด 0.1 มิลลิเมตร หากมีความเร็ว 5 เมตรต่อวินาที ก็สามารถทะลวงชุดอวกาศของมนุษย์อวกาศให้เป็นรูได้ ขณะที่ขยะขนาดใหญ่ 0.5 มิลลิเมตร สามารถชนกระจกหน้าต่างของกระสวยอวกาศให้แตกละเอียดได้เลยทีเดียว 

โจแอน กาบรีโนวิคซ์ ผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายของศูนย์กฎหมายแห่งชาติด้านการควบคุมทางไกล อวกาศ และอวกาศ ในมิสซิสซิปปี กล่าวว่า ขยะอวกาศเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นมาสักพักแล้ว แต่ปัจจุบันนี้มีการแข่งขันด้านอุตสาหกรรมอวกาศเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ทั้งสหรัฐฯ ยุโรป รัสเซีย และจีน ซึ่งส่งผลให้ปัญหาการจัดการยิ่งมีความยุ่งยากซับซ้อนมากขึ้น

บรรดาผู้เชี่ยวชาญเคยพิจารณาหลายแนวทางในการกำจัดขยะอวกาศ ตั้งแต่การยิงเลเซอร์จากพื้นดินไปเผาขยะในอวกาศ แต่โครงการนี้ต้องใช้งบประมาณ 2,600-4,500 ล้านบาท เพื่อกำจัดขยะที่มีวงโคจรต่ำ และอาจสูงถึง 7,000 ล้านบาทสำหรับขยะที่ลอยสูง โดยต้องใช้เลเซอร์ที่มีพลังสูงมากๆ แนวความคิดนี้จึงยังไม่ได้รับการยอมรับ 

ขณะที่เมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมา นักวิจัยในสหรัฐฯมีการคิดค้นดาวเทียมกำจัดขยะอวกาศที่สามารถควบคุมให้ไปใช้ตาข่ายดักจับขยะอวกาศ ลากขยะกลับลงมาสู่วงโคจรแล้วเผาไหม้ตกลงมายังโลกได้ ขณะที่หลายฝ่ายมองว่า ปัญหาขยะอวกาศเป็นเรื่องจิตสำนึกของแต่ละประเทศที่จะต้องหาทางกำจัดขยะอวกาศของตัวเอง.

ผู้เขียน : เพ็ญโสภา สุคนธรักษ์

ข้อมูล : BBC, Scitechdaily CNN

แท็กที่เกี่ยวข้อง

จรวดจีนตกใส่โลกจรวดจีนสถานีอวกาศเทียนกงนาซาสเปซเอ็กซ์ขยะอวกาศข่าวต่างประเทศspecial contentปัญหาขยะอวกาศ

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันพฤหัสที่ 17 มิถุนายน 2564 เวลา 18:51 น.