การบริโภคอาหารจำพวก “แมลง” ไม่ใช่เรื่องแปลกใหม่ มนุษย์กินแมลงมานานนับพันปีแล้ว ปัจจุบันผู้คนจำนวนไม่น้อยนอกจากจะหันมาเลือกอาหารที่ดีต่อสุขภาพมากขึ้น ยังคำนึงถึงเรื่องของความยั่งยืน และมองหาผลิตภัณฑ์ทางเลือกที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากกว่าการเลี้ยงวัว หรือแหล่งโปรตีนขนาดใหญ่อื่นๆ ส่งผลให้อาหารที่มีส่วนประกอบหรือทำจากพืชเป็นที่นิยมอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะใช้พืชเป็นส่วนประกอบในอาหารเพิ่มขึ้น ซึ่งอาจเป็นการทดแทนเนื้อสัตว์ทั้งหมด หรือผสมกับเนื้อสัตว์ประเภทอื่น ในขณะที่ก็มีการส่งเสริมให้แมลงเป็นแหล่งอาหารที่มีประโยชน์ต่อมนุษย์ ด้วยคุณค่าทางโภชนาการที่สูง โดยเฉพาะโปรตีน และยังมีต้นทุนการผลิตต่ำกว่าอีกด้วย
เมื่อสัปดาห์ก่อน องค์การความปลอดภัยของอาหารแห่งยุโรป (EFSA) ได้อนุมัติและรับรองให้ “ด้วงหนอนนก” ซึ่งเป็นตัวอ่อนของแมลงปีกแข็งชนิดหนึ่งที่มีลักษณะผอมยาวรูปทรงกระบอกสีน้ำตาลอ่อน ให้เป็น “อาหารที่ผลิตขึ้นด้วยนวัตกรรมใหม่” (Novel foods) ที่ปลอดภัยต่อการบริโภคได้ใน 27 ประเทศสมาชิกสหภาพยุโรป ซึ่งคาดว่าจะบังคับใช้อย่างเป็นทางการในไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า โดยสามารถใช้หนอนอบแห้งทั้งตัวมาผลิตเป็นขนมขบเคี้ยว หรือป่นเป็นผงใช้ในการปรุงอาหารไม่ว่าจะเป็นเบอร์เกอร์ โปรตีนเชก หรือแม้แต่บิสกิต
อย่างไรก็ตามอาหารอันโอชะชนิดนี้อาจไม่เหมาะกับทุกคน โดยเฉพาะผู้ที่มีอาการแพ้กุ้งและไรฝุ่นมีแนวโน้มที่จะเกิดอาการไม่พึงประสงค์ ดังนั้นผู้ผลิตจึงต้องติดฉลากให้ชัดเจนเพื่อเตือนว่าอาจก่อให้เกิดอาการแพ้ได้ นับเป็นครั้งแรกที่แมลงได้รับการรับรองให้เป็นอาหารปลอดภัยในสหภาพยุโรป แม้ว่าจะมีการบริโภคแมลงอยู่แล้วในบางประเทศสมาชิกก็ตาม ทั้งนี้เนื่องจากมีการปรับปรุงกฎระเบียบด้านอาหารในปี 2561 เพื่อให้สอดคล้องกับการพัฒนาด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีทางอาหาร ที่กำหนดให้การนำแมลงมาจำหน่ายเพื่อบริโภคต้องได้รับการอนุมัติ นอกจากนี้ EFSA ยังมีวาระพิจารณาแมลงชนิดอื่นๆอีก 11 ชนิด ที่ยื่นขออนุมัติให้เป็นอาหารที่ผลิตขึ้นด้วยนวัตกรรมใหม่ หลังจากการกินแมลงเริ่มเป็นที่นิยมมากขึ้น
...
การบริโภคแมลงนอกจากจะอุดมไปด้วยคุณค่าทางโปรตีนสูงมีไขมันและกรดอะมิโนที่จำเป็นต่อร่างกายแล้ว กระบวนการผลิตยังเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ยังช่วยกำจัดศัตรูพืชได้อีกต่างหาก.
อมรดา พงศ์อุทัย