ไลฟ์สไตล์
100 year

มฤตยูโควิด-19 ใน "อินเดีย"

วีรพจน์ อินทรพันธ์
2 พ.ค. 2564 05:01 น.
SHARE

มฤตยูโควิด-19 ใน "อินเดีย"

วีรพจน์ อินทรพันธ์

2 พ.ค. 2564 05:01 น.

ในเพลานี้ คงไม่มีประเทศใดที่สถานการณ์แพร่ระบาดของไวรัสมรณะโควิด-19 จะรุนแรงไปกว่า “อินเดีย” หลังภาพที่ปรากฏออกมาต่อสายตาชาวโลก ไม่ต่างอะไรกับนรกบนดิน เหตุการณ์อันน่าเศร้าต่างหลั่งไหลออกมาดั่งสายน้ำคงคา อย่างสำนักข่าวบีบีซี อังกฤษ ที่ตีแผ่เรื่องราวตัวอย่างของราเจช วารี เทวี วัย 58 ปี ซึ่งเสียชีวิตลงเนื่องจากไม่ได้รับความช่วยเหลืออย่างทันท่วงที

หญิงรายนี้ เป็นหนึ่งในชาวอินเดียที่มีชะตากรรมคล้ายๆกัน คือมีอาการป่วยของโรคโควิดอย่างชัดเจน แต่ไม่ได้เข้ารับการตรวจ จนสุดท้ายญาติพี่น้องเร่งพาไปโรงพยาบาล และพบว่าเชื้อกินปอดไปแล้ว ระดับออกซิเจนในร่างกายลดลงอย่างต่อเนื่อง จนอยู่ในระดับอันตราย

ข่าวแนะนำ

ด้วยการที่ไม่มีใบรับรองผลตรวจเชื้อ ทางโรงพยาบาลจึงปฏิเสธที่จะรับเข้าแอดมิต แต่ใช้หลักมนุษยธรรมรับเป็นผู้ป่วยในห้องฉุกเฉิน ICU อย่างไรก็ตาม ผ่านไป 36 ชั่วโมง ทางแพทย์ได้แจ้งแก่ครอบครัวว่า ออกซิเจนของโรงพยาบาลหมดแล้ว ขอดิสชาร์ตส่งกลับบ้าน และแนะนำให้ไปหาโรงพยาบาลที่ใหญ่กว่านี้

พี่น้องที่พยายามติดต่อไปยังโรงพยาบาลต่างๆ ต่างได้รับคำตอบเป็นเสียงเดียวกันว่าเตียงเต็ม จนสุดท้ายจึงตัดสินใจใช้เส้นสาย ขอให้นักการเมืองท้องถิ่นเข้าช่วยเหลือ จนได้รับข่าวว่าพบโรงพยาบาลที่มีเตียงว่างแล้ว แต่ด้วยความที่ไม่มีออกซิเจนยื้อชีวิต จึงทำให้เธอเสียชีวิตภายในรถยนต์ของญาติ ที่หน้าโรงพยาบาลนั่นเอง

หรืออย่างราเจช โซนี ที่รอลุ้นชะตากรรมของพ่อบังเกิดเกล้าว่าจะลงเอยเช่นไร คนขับรถตุ๊กๆรายนี้ในรัฐราชาสถาน เผยว่าหลังอาการของบิดาเริ่มหนักขึ้น ก็ได้ตัดสินใจขอรถพยาบาล แต่ปรากฏทุกสายก็เงียบหายไป จึงพาพ่อขึ้นรถคู่ชีพ ตระเวนหาโรงพยาบาล

“สิ่งที่เกิดขึ้นคือทุกโรงพยาบาลต่างปฏิเสธที่จะรับพ่อเข้าแอดมิต กลายเป็นว่าขับรถหาโรงพยาบาลเป็นเวลากว่า 8 ชั่วโมง ไม่ได้อะไรขึ้นมาเลย แถมมี 2-3 แห่งสั่งให้พ่อตรวจหาเชื้อและคิดเงิน ก่อนที่จะบอกว่าเตียงเต็มให้ไปหาที่แอดมิตเอง สุดท้ายเงินไม่พอแล้ว เลยตัดสินใจเอาพ่อกลับบ้าน ดูอาการเอง ที่คิดคือจะไปขอกู้เงินเขาเพื่อเอาไปซื้อเครื่องออกซิเจนตั้งไว้ที่บ้าน แต่ก็ไม่รู้ว่าจะหาได้หรือเปล่า เพราะสินค้าขาดแคลน”

สะท้อนให้เห็นว่า ความประมาทของทั้งภาครัฐและประชาชน คิดว่า “คุมไวรัสอยู่หมัดไปแล้ว” ได้ส่งผลลัพธ์เช่นไร เพราะกรณีนี้ต้องย้อนไปตั้งแต่ช่วงระบาดระลอกแรกเดือน มิ.ย.-ก.ย.ปีก่อน อัตราการติดเชื้อโควิดของอินเดียในตอนนั้นเริ่มจาก 11,000 คนต่อวัน และขยับเป็น 35,000 คนต่อวัน ทำให้รัฐรีบออกมาตรการควบคุม จนยอดเริ่มนิ่ง ก่อนลดลงอย่างต่อเนื่องมาในเดือน ต.ค.-พ.ย.

กระนั้นสิ่งที่เกิดขึ้นตามมาคือการผ่อนคลายนับตั้งแต่เดือน พ.ย. เป็นต้นมา มีการจัดกิจกรรมทางศาสนาที่ผู้ศรัทธาเข้าร่วมหลักสิบล้านคน งานเสวนาปราศรัยหาเสียงหลักแสนคน คนเริ่ม “ลืมตัว” โควิดไม่เห็นมีอะไรเลย แถมวัคซีนยี่ห้อต่างๆก็เริ่มจัดส่ง ของที่จะช่วยให้อะไรๆดีขึ้นกำลังจะมาถึงแล้ว

จนเข้าสู่การระบาดระลอก 2 ในวันที่ 10 ก.พ. ที่ผ่านมา รอบใหม่นี้สถานการณ์มาเหมือนเดิม อัตราการติดเชื้อเฉลี่ยอยู่ที่ 11,000 คนต่อวัน จนเข้าเดือน เม.ย. ยอดเฉลี่ยก็เพิ่มเป็น 35,000 คนต่อวัน ไม่มีอะไรผิดเพี้ยนหลุดแพตเทิร์น...แต่ปรากฏว่า 10 วันให้หลังที่ยอดติดเชื้อแตะสามหมื่น จำนวนผู้ติดเชื้อก็พุ่งขึ้นแบบกะทันหัน กลายเป็นว่าผู้ติดเชื้อเฉลี่ยขึ้นมาอยู่ที่ 89,800 คนต่อวัน

ผู้เชี่ยวชาญโรคติดต่อของอินเดียมองว่า อารมณ์คนหมู่มากที่เริ่มเชื่อว่าโควิดคือเรื่องปกติธรรมดา เป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้เกิดการแพร่ระบาดอย่างรุนแรง แต่ขณะเดียวกัน ปัจจัยที่มองข้ามไม่ได้อีกประการ คือการปรากฏของ “เชื้อกลายพันธุ์” ที่ติดต่อง่ายกว่าเดิม แถมมีคุณลักษณะหลบเลี่ยงภูมิคุ้มกันของคนที่เคยติดโควิดมาแล้ว

โดยไวรัสโควิดกลายพันธุ์ตัวนี้ ทางการให้รหัสว่า “B.1.617” ซึ่งมีการรับรองกันในวันที่ 25 มี.ค. แต่ในความเป็นจริงแล้ว เชื่อกันว่าควรจะตรวจหลายเดือนก่อนหน้านี้ ปัญหามาจากการที่รัฐไม่ใส่ใจเท่าที่ควรกับการเช็กรหัสพันธุกรรมของไวรัส อย่างในเดือน ธ.ค. ปีก่อน มีการตรวจพันธุกรรมไวรัสเพียง 5,000 ตัวอย่างเท่านั้น ทั้งที่ควรจะเช็กรหัสของไวรัส ให้ได้เป็นสัดส่วนอย่างน้อย 5 เปอร์เซ็นต์ของตัวอย่างทั้งหมด

และตอนนี้ เชื้อประเภทนี้ได้แพร่กระจายไปอย่างน้อย 20 ประเทศ ทั่วโลกแล้ว มีรายงานว่าที่อังกฤษ ผู้ติดเชื้อ B.1.617 เพิ่มขึ้นเป็นกว่า 400 คน ภายในเวลา 2-3 สัปดาห์ เป็นที่น่าจับตาว่าจะส่งผลกระทบมากน้อยเพียงใด เพราะอย่าลืมว่า หลายประเทศรวมถึงประเทศไทย ก็กำลังได้รับผลกระทบอย่างหนักจากเชื้อกลายพันธุ์ “B.1.1.7” จากแดนอังกฤษ

หากสมทบด้วยเชื้อจากอินเดียแล้วจะขนาดไหน ไม่รวมถึงเรื่องเชื้ออินเดียที่เริ่มกลายพันธุ์เพิ่มเติมแล้ว โดยแตกไลน์เป็น B.1.6172 และ B.1.6173 ที่ยังไม่ชัดเจนว่าอันตรายมากน้อยเพียงใด.

วีรพจน์ อินทรพันธ์

แท็กที่เกี่ยวข้อง

โควิด-19สถานการณ์โควิดโควิดอินเดียเสียชีวิตจากโควิดออกซิเจนขาดแคลนเชื้อกลายพันธุ์7 วันรอบโลกวีรพจน์ อินทรพันธ์

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันศุกร์ที่ 18 มิถุนายน 2564 เวลา 11:32 น.