- อีดริส เดบี ประธานาธิบดีซึ่งปกครองประเทศชาดมานานถึง 30 ปี เสียชีวิตแล้ว หลังจากไปต่อสู้กับกลุ่มกบฏในแนวหน้าแล้วได้รับบาดเจ็บ
- หลังการเสียชีวิตของนายเดบี กองทัพก็แต่งตั้งลูกชายของเขาขึ้นสืบทอดอำนาจทันที ทำให้เกิดกระแสต่อต้านจากทั้งฝ่ายกบฏและกลุ่มฝ่ายค้าน
- ประเทศเพื่อนบ้านต่างเป็นกังวลว่า ความเปลี่ยนแปลงในชาด จะส่งผลกระทบไปทั้งภูมิภาค เพราะชาดถือเป็นกำลังหลักในการต่อสู้กับกลุ่มติดอาวุธในแอฟริกาตะวันตก
ประธานาธิบดี อีดริส เดบี ซึ่งปกครองประเทศชาด (Republic of Chad) มากนานกว่า 30 สิบปี เสียชีวิตแล้วในวันที่ 20 เม.ย. 2564 จากบาดแผลที่ได้รับระหว่างบัญชาการกองทัพต่อสู้ในแนวหน้ากับกลุ่มกบฏซึ่งใช้ชื่อว่า ‘กลุ่มแนวหน้าเพื่อความเปลี่ยนแปลงและปรองดองในชาด’ หรือ FACT
การเสียชีวิตอย่างกะทันหันของนายเดบี ทำให้ชาด รวมถึงประเทศเพื่อนบ้าน และหุ้นส่วนระหว่างประเทศตกอยู่ในความสับสนอลหม่าน เพราะชาดภายใต้การนำของนายเดบี เป็นแกนหลักในการต่อสู้กับกลุ่มติดอาวุธในภูมิภาคแอฟริกากลางและแอฟริกาตะวันตก รวมทั้งเป็นพันธมิตรของฝรั่งเศสกับสหรัฐฯ ในการรับมือกลุ่มก่อการร้ายอย่างไอซิสกับอัลเคดาด้วย
เนื่องจากสถานการณ์ทางการเมืองในชาดมีความเปราะบางสุดๆ อยู่แล้ว ความตายของนายเดบี อาจทำให้เกิดการแย่งชิงอำนาจ จนเสถียรภาพของประเทศต้องสั่นสะเทือน และแรงสั่นนี้อาจแผ่ขยายออกไปยังประเทศเพื่อนบ้านหรือไกลกว่านั้น
...
อีดริส เดบี เป็นใคร?
อีดริส เดบี อิตโน เกิดเมื่อวันที่ 18 มิ.ย. 2495 เป็นสมาชิกเผ่าบิดายัต (Bidayat) ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มชาติพันธ์ุ ‘ซากาวา’ (Zaghawa) เขาเรียนจบได้ปริญญาตรีสาขาวิทยาศาสตร์ ก่อนจะเข้าโรงเรียนทหารในกรุงเอ็นจาเมนา และถูกส่งไปฝึกที่ฝรั่งเศส กระทั่งกลับชาดในปี 2519 พร้อมกับใบอนุญาตนักบินอาชีพ
ในช่วงทศวรรษที่ 1980 นายเดบีได้เป็นผู้นำกองทัพออกต่อสู้กับกลุ่มกบฏภายใต้รัฐบาลของประธานาธิบดี ฮิสเซเน ฮาเบร ก่อนที่ทั้งคู่จะแตกคอกัน จนนายเดบีต้องหนีออกนอกประเทศไปอยู่ที่ลิเบียและทำข้อตกลงกับ พันเอก โมฮัมมาร์ กัดดาฟี ศัตรูของนายฮาเบร ซึ่งช่วยเขาก่อกบฏและกับข้อมูลเกี่ยวกับปฏิบัติการของเจ้าหน้าที่ซีไอเอในชาด
นายเดบีกับกลุ่มกบฏของเขาบุกเมืองหลวงในเดือนธันวาคมปี 2533 และโค่นอำนาจของนายฮาเบรได้สำเร็จ แต่หลังจากนั้นรัฐบาลของเขาก็ต้องเผชิญความท้าทายมากมาย รวมถึงความพยายามก็รัฐประหารอีกหลายครั้งตลอด 30 ปีที่ผ่านมา
เขายังถูกโจมตีว่าบริหารประเทศผิดพลาดในหลายเรื่อง เช่นการให้ความสำคัญกับเผ่าของตนเองก่อน แต่สิ่งที่นักวิเคราะห์มองว่าเป็นความล้มเหลวที่สุดคือการจัดการทรัพยากรน้ำมันในประเทศ เพราะหลังจากชาดกลายเป็นหนึ่งในชาติผู้ผลิตน้ำมันเต็มตัวในปี 2546 นายเดบีกลับนำรายได้จากการขายน้ำมันไปใช้จ่ายสุรุ่ยสุร่าย ไม่นำเงินที่ว่ามาพัฒนาประเทศ ทำให้ชาดยังคงเป็นหนึ่งในชาติที่ยากจนที่สุดในแอฟริกามาจนถึงทุกวันนี้
ทำไมประธานาธิบดีออกไปสู้ในแนวหน้า?
ในยุคปัจจุบัน การที่บุคคลระดับผู้นำประเทศจะไปสู้รบกับกลุ่มกบฏในแนวหน้าด้วยตัวเองเป็นสิ่งที่แทบไม่มีทางเกิดขึ้น แต่ไม่ใช่สำหรับชายที่ชื่อ อีดริส เดบี เพราะตั้งแต่ก่อนที่เขาจะยึดอำนาจ เขาได้รับการฝึกฝนทางทหารในฝรั่งเศส และเป็นหัวหน้าที่ปรึกษากองทัพของนาย ฮิสเซเน ฮาเบร ซึ่งถูกนายเดบีโค่นอำนาจในปี 2533
หลังจากนั้นนายเดบีก็ออกไปต่อสู้ในแนวหน้ากับกลุ่มติดอาวุธหรือกลุ่มกบฏอีกหลายครั้ง รวมถึงการต่อสู้ครั้งใหญ่กับกลุ่มติดอาวุธ ‘โบโก ฮาราม’ ที่ทะเลสาบชาดเมื่อปีก่อน ตอกย้ำว่า เขาเป็นนายทหารเต็มตัว
เมื่อปี 2549 ซึ่งเป็นช่วงที่ชาดเผชิญกับคลื่นผู้อพยพจำนวนมาก ที่หลบหนีความรุนแรงจากแคว้นดาร์ฟูร์ในซูดาน นายเดบีให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าว ซีเอ็นเอ็น ว่า “ผมเป็นประธานาธิบดีเพียงคนเดียวที่พูดว่า เราจำเป็นต้องก่อสงครามเพื่อนำมาซึ่งความสงบสุข มันเกิดขึ้นแล้วในบอสเนีย ทำไมจะเกิดขึ้นที่ดาร์ฟูร์ไม่ได้? ถ้าจำเป็นก็ขอให้สร้างสันติสุขด้วยกำลังเถิด”
...
ตอนที่นายเดบีเดินทางไปทางเหนือของประเทศเมื่อช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา เขาก็เพิ่งชนะการเลือกตั้งได้เป็นประธานาธิบดีต่อเป็นสมัยที่ 6 และเตรียมยืดระยะเวลาครองอำนาจ 30 ปีของตัวเองออกไปอีก แม้ฝ่ายค้านส่วนใหญ่จะบอยคอตการเลือกตั้งครั้งนี้ก็ตาม
แต่หลังจากข่าวการเสียชีวิตของนายเดบีถูกประกาศเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา บรรยากาศในกรุงเอ็นจาเมนาก็เต็มไปด้วยความเศร้าหมองและความไม่สะบายใจ ร้านค้าจำนวนมากปิดทำการ
ความตายที่อาจสะเทือนทั้งภูมิภาค
หลังนายเดบีเสียชีวิต กองทัพชาดก็ไม่รอช้า ประกาศแต่งตั้งนายมาฮามัต อิดริส เดบี นายพล 4 ดาว และบุตรชายวัย 37 ปี ของนายเดบีเป็นรักษาการประธานาธิบดีทันที ทั้งที่ตามรัฐธรรมนูญแล้ว ผู้นำรัฐสภาแห่งชาติต่างหากที่ต้องก้าวขึ้นมารับตำแหน่ง ในกรณีที่ประธานาธิบดีเสียชีวิต หรือต้องออกจากตำแหน่งอย่างกะทันหัน
ตามประกาศของกองทัพชาด นายมาฮามัตจะเป็นผู้นำประเทศนาน 18 เดือนในฐานะผู้นำสภากองทัพเพื่อการเปลี่ยนผ่านอำนาจ ก่อนจะมีการเลือกตั้ง แต่กลุ่มกบฏ FACT ออกมาแสดงความไม่ยอมรับการแต่งตั้งนายมาฮามัตทันที โดยระบุว่า ชาดไม่มีระบอบสืบทอดอำนาจแบบกษัตริย์ และขู่จะนำกำลังบุกไปให้ถึงกรุงเอ็นจาเมนา ขณะที่พรรคฝ่ายค้านประณามว่าเป็นการรัฐประหาร
...
ความขัดแย้งภายในเป็นสิ่งที่ประเทศเพื่อนบ้านของชาดกังวลว่าจะกระทบความมั่นคงในภูมิภาค โดยนายอเล็กซ์ เธิร์สตัน ผู้ช่วยศาสตราจารย์วิชารัฐศาสตร์ของมหาวิทยาลัยซินซินเนติในสหรัฐฯ กล่าวว่า ผลกระทบจากความตายของนายเดบีจะเป็นอย่างไรนั้น ขึ้นอยู่กับสิ่งที่เกิดขึ้นในชาด
“หากผู้นำคนใหม่ปกครองตามโมเดลของนายเดบี บางทีสถานภาพปัจจุบันในชาดและการประจำการทางทหารของชาดอาจดำเนินต่อไป” นายเธิร์สตันกล่าว “แต่สถานภาพปัจจุบัน ส่งผลเสียต่อชาวชาดในหลายๆ ด้าน ซึ่งหากผู้สืบทอดสูญเสียการควบคุม ความแตกแยกอาจแผ่ขยายไปถึงเพื่อนบ้านอย่าง ไนเจอร์, สาธารณรัฐแอฟริกากลาง, ดาร์ฟูร์ และอื่นๆ”
นอกจากนั้น ชาดยังเป็นพันธมิตรสำคัญของชาติตะวันตกในการต่อสู้กับกลุ่มก่อการร้ายอัลเคดาในมาเกรบ และกลุ่มติดอาวุธรัฐอิสลาม หรือ ไอซิส โดยเฉพาะฝรั่งเศส ซึ่งนายเดบีมีความสัมพันธ์อันดีมาอย่างยาวนาน แต่การเปลี่ยนผู้นำอาจทำให้ความสัมพันธ์นี้เปลี่ยนไปก็เป็นได้
ผู้เขียน: H2O
ที่มา: BBC, CNN, Aljazeera
...