หญิงชาวสกอตแลนด์อ้างแพ้วัคซีนต้านโควิดชนิดหายากหลังฉีดวัคซีนของแอสตราเซเนกา เข็มแรก เกิดผื่นแดงพุพองที่ขาทั้งสองข้าง จนต้องรักษาตัวในโรงพยาบาลนานถึง 16 วัน 

เมื่อ 22 เมษายน 64 สื่อต่างประเทศและเว็บไซต์เดลี่เมลรายงาน นาง Sarah Beuckmann หญิงชาวสกอตแลนด์ วัย 34 ปี ซึ่งมีบุตรแล้ว 1 คน อ้างเกิดอาการแพ้วัคซีนต้านโควิดชนิดหายาก ภายหลังเธอได้รับการฉีดวัคซีนต้านโควิดของแอสตราเซเนกาประมาณหนึ่งสัปดาห์ต่อมา โดยเธอได้รับความเจ็บปวดทรมานอย่างมากจากการมีผื่นแดงขึ้นจำนวนมากบริเวณขาทั้งสองข้างของเธอ และต่อมาได้กลายเป็นแผลพุพองน่ากลัว จนต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลเป็นเวลาหลายวัน

นาง Sarah Beuckmann ซึ่งอาศัยอยู่ที่เมืองกลาสโกว์ เมืองใหญ่ที่สุดในสกอตแลนด์ เปิดเผยว่าเธอได้รับการฉีดวัคซีนต้านโควิดของแอสตราเซเนกา เข็มแรก เมื่อกลางเดือนมีนาคม ที่ผ่านมา ซึ่งตอนแรกเธอก็มีอาการแพ้วัคซีนแบบธรรมดามากๆ เท่านั้น ทว่าหลังจากนั้นหนึ่งสัปดาห์ต่อมา เธอกลับมีความรู้สึกเกิดอาการเจ็บเสียวที่ขาทั้งสองข้าง และสังเกตเห็นว่ามีผื่นแดงขึ้นตามข้อเท้า ทำให้เธอได้รีบโทรศัพท์แจ้งเพื่อนัดตรวจอาการ ทว่าพอถึงช่วงบ่ายของวันนั้น ผื่นแดงที่เกิดตามขาได้กลายเป็นแผลพุพองและแตก จนทำให้เธอต้องรีบไปยังโรงพยาบาลมหาวิทยาลัยควีนเอลิซาเบธทันที ซึ่งอาการที่เกิดขึ้นทำให้มีช่วงหนึ่งเธอเกิดความกลัวว่าเธออาจต้องถูกตัดขาทั้งสองข้างทิ้ง

เดลี่เมลรายงานว่า นาง Beuckmann ได้รับการรักษาที่โรงพยาบาลมหาวิทยาลัยควีนเอลิซาเบธ เป็นเวลาถึง 16 วันจากอาการเกิดแผลพุพองที่เกิดตามมือ ใบหน้า ขา และก้น ก่อนจะได้รับอนุญาตให้ออกจากโรงพยาบาลได้ แต่เธอยังต้องไปรักษาอาการต่อที่บ้าน และยังต้องนั่งรถวีลแชร์ มีผ้าพันแผลพันขาทั้งสองข้าง

...

ด้านผู้เชี่ยวชาญด้านโรคผิวหนังหลายคนในอังกฤษแสดงความเห็นกับเมลออนไลน์ถึงอาการที่เกิดกับนาง Beuckmann ว่า เป็นเพราะร่างกายมีปฏิกิริยาต่อวัคซีน ซึ่งถือเป็นเคสหายาก ในขณะที่นาง Beuckmann ยังคงเรียกร้องให้ชาวอังกฤษเดินหน้ารับการฉีดวัคซีนต้านโควิด-19 พร้อมกล่าวถึงสาเหตุที่นำเรื่องที่เกิดขึ้นกับเธอหลังฉีดวัคซีนแอสตราเซเนกา มาเปิดเผยต่อสาธารณะก็เพื่อต้องการให้สาธารณชนมีความตระหนัก แต่ไม่ได้ต้องการสร้างความหวาดกลัวหรือตื่นตระหนกให้แก่ประชาชน ในขณะที่แพทย์ได้แนะนำกับเธอว่าไม่ควรได้รับการฉีดวัคซีนต้านโควิด-19 เข็มที่สองเพราะเธอมีอาการแพ้วัคซีน