- สถาบันเซรั่มแห่งอินเดีย ผู้ผลิตวัคซีนรายใหญ่ของโลก จำหน่ายวัคซีนแอสตราเซเนกาในอินเดีย ประกาศจะขายวัคซีนให้กับรัฐบาลท้องถิ่น โรงพยาบาลเอกชน รัฐบาลกลาง ในราคาที่ไม่เท่ากัน
- ภาวะที่รัฐบาลไม่มียุทธศาสตร์การแจกจ่ายวัคซีนที่ชัดเจน ทำให้เกิดเสียงวิจารณ์ว่าไม่มีการควบคุมราคา ไม่มีหลักประกันว่าคนเปราะบางจะได้วัคซีน เลือกปฏิบัติ และคนบางกลุ่มจะไม่ได้รับวัคซีนฟรี
สถาบันเซรั่มแห่งอินเดีย (Serum Institute of India: SII) ผู้ผลิตวัคซีนรายใหญ่ของโลก จำหน่ายวัคซีนแอสตราเซเนกาในอินเดีย ภายใต้ชื่อ 'โควิชีลด์' (Covishield) ประกาศเมื่อวันที่ 21 เมษายนว่า จะขายวัคซีนแอสตราเซเนกาให้กับรัฐบาลท้องถิ่นในอินเดีย 400 รูปี (ประมาณ 170 บาท) ต่อโดส และราคา 600 รูปี (ประมาณ 250 บาท) ต่อโดสแก่โรงพยาบาลเอกชน ส่วนรัฐบาลกลางจะได้วัคซีนในราคา 150 รูปี (ประมาณ 65 บาท) ต่อโดส พร้อมทั้งระบุว่า จะเปิดขายวัคซีนอย่างเสรีในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า ก่อนหน้านี้ SII ขายวัคซีน 100 ล้านโดสแก่รัฐบาลกลางในราคา 150 รูปีรวมภาษีต่อโดสไปแล้ว แถลงการณ์ล่าสุดของ SII ระบุว่าจะเริ่มขายให้กับรัฐบาลในราคา 400 รูปี ต่อโดส
SII ประกาศราคาวัคซีนในช่วงเวลาที่อินเดียมีผู้ติดเชื้อโควิด-19 พุ่งสูงขึ้น เฉลี่ยเกือบ 300,000 รายต่อวัน และมีผู้เสียชีวิตวันเดียวกว่า 2,000 ราย รัฐบาลอินเดียระบุว่า จะเริ่มให้ผู้อายุ 18 ปีขึ้นไปทุกคนได้รับวัคซีนตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม ซึ่งครึ่งหนึ่งจะมาจากวัคซีนที่รัฐบาลกลางจองไว้ ส่วนที่เหลือจะแบ่งกันเป็น ‘ตลาดเปิด’ จัดสรรแก่รัฐต่างๆ โรงพยาบาลเอกชน และบริษัทเอกชนที่จะหาซื้อให้กับพนักงานของตัวเอง ทั้งนี้รัฐบาลกลางรับผิดชอบการแจกวัคซีนฟรีให้กับผู้ที่อายุ 45 ปีขึ้นไป บุคลากรทางการแพทย์ และผู้ปฏิบัติงานแนวหน้า
ทันทีที่ SII ประกาศราคา นักการเมืองและอดีตรัฐมนตรีจากพรรคฝ่ายค้าน ออกมาวิจารณ์รัฐบาลและเรียกร้องให้ใช้ราคาเดียวทั้งประเทศ ทั้งรัฐบาลกลางและรัฐต่างๆ อีกทั้งมองว่าเป็นการเลือกปฏิบัติ
ราหุล คานธี หัวหน้าพรรคคองเกรส แสดงความไม่พอใจที่รัฐบาลไร้ยุทธศาสตร์ในการแจกจ่ายวัคซีนผ่านทวิตเตอร์ว่า “ไม่มีวัคซีนฟรีสำหรับคนอายุ 18-45 ปี พ่อค้าคนกลางซื้อวัคซีนได้โดยไม่มีการควบคุมราคา ไม่มีหลักประกันว่าคนเปราะบางจะได้วัคซีน เลือกปฏิบัติ ไม่มียุทธศาสตร์ในการกระจายวัคซีน”
นโยบายนี้ทำให้ผู้อายุ 18-45 ปี ต้องหาทางเข้าถึงวัคซีนเอง การได้รับวัคซีนฟรีจะขึ้นอยู่กับรัฐบาลท้องถิ่นที่มีนโยบายต่างกัน หลายรัฐแจกจ่ายฟรี เช่น อุตตรประเทศ อัสสัม ในกรณีที่ต้องฉีดวัคซีนในโรงพยาบาลเอกชนต้องจ่ายเงินค่าวัคซีนถึง 600 รูปี บวกกับภาษีและค่าบริการอื่นๆ ของโรงพยาบาลอีก
ด้านผู้เชี่ยวชาญด้านสาธารณสุข เจ้าหน้าที่ระดับสูงของรัฐบาลกลางและตัวแทนจากรัฐบาลท้องถิ่นกังวลว่า คนจนหลายล้านคนจะไม่ได้รับวัคซีน
ผู้กำหนดนโยบายคนหนึ่งตั้งคำถามกับการเปิดขายวัคซีนเสรี ราคาที่แตกต่างกันระหว่างรัฐบาลกลางและรัฐบาลท้องถิ่น นอกจากนี้ แต่ละรัฐก็มีนโยบายการกระจายวัคซีนแจกจ่ายวัคซีนแตกต่างกันด้วย เจ้าหน้าจากรัฐบาลท้องถิ่นแสดงความเห็นว่า รัฐบาลกลางควรแทรกแซงและกำหนดเป้าหมาย และมีความโปร่งใสในการกระจายวัคซีนที่ควรจะเป็นธรรม
อ้างอิง:
indianexpress.com
aljazeera.com
indianexpress.com
science.thewire.in


