- อินเดียเผชิญกับการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ระลอกใหม่ ยอดผู้ป่วยพุ่งทะลุหลักแสนต่อวัน นำไปสู่การขาดแคลนวัคซีนในประเทศ
- ชาวอินเดียการ์ดตกหลังมีการผ่อนปรนมาตรการป้องกันโรคระบาดในประเทศ ละเลยการสวมใส่หน้ากากอนามัย มองข้ามการเว้นระยะห่างทางสังคม ขณะที่การรวมตัวกันในเทศกาลกุมภเมลา ซ้ำเติมให้มีผู้ติดเชื้อมากยิ่งขึ้น
- ด้านศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคแห่งแอฟริกา ชี้ว่า การจัดส่งวัคซีนจากอินเดียที่ล่าช้า อาจนำไปสู่หายนะต่อประเทศในแอฟริกาที่เข้าร่วมโครงการ โคแวกซ์
เมื่อช่วงต้นปี 2564 ที่ผ่านมา อินเดียเป็นประเทศที่เผชิญกับการระบาดขั้นรุนแรง เมื่อปีที่แล้วสามารถควบคุมให้จำนวนผู้ป่วยต่อวันลดลงเหลือราว 10,000 คนต่อวันได้สำเร็จ ขณะที่รัฐบาลอินเดียภายใต้นายนเรนทรา โมดี ได้เตรียมใช้ความสามารถในการผลิตวัคซีนจำนวนมหาศาลของอินเดียสานสัมพันธ์ทางการทูตผ่านวัคซีน โดยไม่มีใครรู้ว่าอีกไม่กี่เดือนหลังจากนั้นอินเดียจะกลายมาเป็นประเทศที่มียอดผู้ป่วยพุ่งทะลุ 200,000 ราย ติดต่อกันสามวันรวด ทำให้ยอดผู้ป่วยรวมทั่วประเทศพุ่งสูงขึ้นแซงหน้าประเทศบราซิล กลายเป็นประเทศที่มีผู้ป่วยมากเป็นอันดับที่สองของโลก
...
อินเดียเป็นหนึ่งในประเทศที่ต้องเผชิญกับการแพร่ระบาดอย่างหนักอีกครั้ง ซึ่งหนึ่งในปัจจัยที่ทำให้การแพร่ระบาดของโรครุนแรงในครั้งนี้ ส่วนหนึ่งเกิดจากการละเลยมาตรการควบคุมโรคระบาดต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการสวมใส่หน้ากากอนามัยในที่สาธารณะ และการละเลยการเว้นระยะห่างทางสังคม ขณะเดียวกันยังปรากฏภาพชาวอินเดียรวมตัวฉลองเทศกาลกุมภเมลา ริมแม่น้ำคงคากว่าพันคน ซึ่งเป็นบรรยากาศที่แออัดและแทบจะไม่มีใครสวมใส่หน้ากากอนามัย สุ่มเสี่ยงต่อการแพร่กระจายของเชื้อเป็นวงกว้าง ซึ่งหลังจากนั้นตัวเลขผู้ป่วยในอินเดียก็พุ่งขึ้นไม่หยุด
ยอดติดเชื้อในครั้งนี้ทำให้ประเทศที่ขึ้นชื่อว่าเป็นโรงงานผลิตวัคซีนของโลกกลับต้องเผชิญกับการขาดแคลนวัคซีนอย่างหนัก จนต้องเตรียมนำเข้าวัคซีน เร่งอนุมัติใช้วัคซีนจากต่างชาติ พร้อมทั้งชะลอการส่งออกวัคซีนให้แก่โครงการ 'โคแวกซ์' กระทบการเดินหน้าฉีดวัคซีนในประเทศที่มีรายได้น้อยทั่วโลก ขณะที่ทางการอินเดียย้ำชัดว่าจำเป็นต้องชะลอการส่งออก และเก็บวัคซีนไว้ฉีดให้แก่ประชาชนในประเทศ ที่ขณะนี้กำลังเผชิญกับสถานการณ์ระบาดขั้นรุนแรง
อินเดียขาดแคลนวัคซีนหนัก
อินเดียนั้นใช้วัคซีนที่ผลิตขึ้นในประเทศ คือวัคซีนแอสตราเซเนกา ที่ใช้ชื่อว่า โควิชีลด์ และ โคแวกซิน ที่ได้รับการพัฒนาจากบริษัท ภารัต ไบโอเทค และสภาวิจัยทางการแพทย์ของอินเดีย ซึ่งในช่วงต้นปีที่ผ่านมา ระหว่างเดือนมกราคมและมีนาคม อินเดียได้ส่งออกวัคซีนไปมากถึง 64 ล้านโดสทั่วโลก แต่เมื่อจำนวนผู้ป่วยในประเทศยังคงพุ่งขึ้นไม่หยุด อินเดียกลับต้องเป็นประเทศที่ต้องเผชิญกับการขาดแคลนวัคซีนต้านโรคโควิด-19 เสียเอง และยังประสบปัญหาผู้ป่วยล้นโรงพยาบาล หลังจากที่มีการผ่อนปรนมาตรการควบคุมโรคระบาด และกลายเป็นผู้นำเข้าวัคซีนต้านโรคโควิด-19 โดยเตรียมนำเข้าวัคซีนสปุตนิก วี ของรัสเซีย เพื่อครอบคลุมการฉีดวัคซีนให้แก่ประชาชน 125 ล้านคน
อินเดียเป็นประเทศผู้ผลิตวัคซีนต้านโรคโควิด-19 คิดเป็น 60 เปอร์เซ็นต์ ของวัคซีนที่ถูกส่งขายทั่วโลก และเป็นสถานที่ตั้งของ สถาบันเซรุ่มแห่งอินเดีย ซึ่งเป็นผู้ผลิตวัคซีนรายใหญ่ที่สุดในโลก กำลังการผลิตวัคซีนจำนวนมหาศาลทำให้อินเดียลงนามเป็นผู้ผลิตวัคซีนรายใหญ่แก่โครงการโคแวกซ์ โครงการกระจายวัคซีนให้แก่ประเทศที่มีรายได้น้อย โดยตั้งเป้าผลิตวัคซีน 200 ล้านโดส ให้แก่ 92 ประเทศ
...
ถึงแม้ว่าอินเดียได้เดินหน้าฉีดวัคซีนให้แก่ประชาชนไปแล้วอย่างน้อย 100 ล้านคน และมีผู้ได้รับวัคซีนครบสองโดสจำนวน 11 ล้านราย ถือเป็นประเทศที่ฉีดวัคซีนได้รวดเร็วที่สุดในโลก และตั้งเป้าฉีดวัคซีนให้แก่ประชาชน 250 ล้านคน ในเดือนกรกฎาคม 2563 แต่ประเทศอินเดียนั้นมีจำนวนประชากร 1.366 พันล้านคน มากเป็นอันดับสองของโลก ทำให้หนทางการฉีดวัคซีนให้ครอบคลุมยังคงต้องใช้เวลาอีกมาก บวกกับจุดฉีดวัคซีนในหลายรัฐของอินเดียต้องระงับการฉีดวัคซีนเนื่องจากมีวัคซีนไม่เพียงพอ
อีกปัจจัยที่ส่งผลให้อินเดียขาดแคลนวัคซีนอย่างหนักคือ การที่รัฐบาลอินเดียมุ่งที่จะพึ่งพาแต่เพียงวัคซีนที่ผลิตขึ้นเองในประเทศ คือวัคซีนโควิชีลด์ และ โคแวกซิน และไม่อนุมัติใช้วัคซีนจากต่างชาติ อย่างวัคซีนไฟเซอร์, โมเดอร์นา, จอห์นสัน แอนด์ จอห์นสัน และสปุตนิก วี แต่เมื่ออินเดียไหวตัวทันและอนุมัติใช้วัคซีนสปุตนิก วี ของรัสเซีย ก็ไม่ทันการณ์ เนื่องจากหลายพื้นที่ได้ประสบปัญหาการขาดแคลนวัคซีนอย่างหนักเสียแล้ว
กระทบการฉีดวัคซีนโครงการโคแวกซ์
...
การขาดแคลนวัคซีนอย่างหนักในอินเดียนั้นมีโอกาสส่งผลกระทบเป็นวงกว้างเมื่อประเทศที่ตั้งเป้าส่งออกวัคซีนหลายล้านโดส ต้องกลับมานำเข้าวัคซีน ทำให้การเดินหน้าฉีดวัคซีนในประเทศที่มีรายได้น้อย 60 ประเทศทั่วโลกที่เข้าร่วมโครงการโคแวกซ์อาจต้องสะดุด เนื่องจากโครงการดังกล่าวได้พึ่งการผลิตวัคซีนจากอินเดียเป็นส่วนใหญ่ โดยในเดือนเมษายน 2564 อินเดียได้ส่งออกวัคซีนไปเพียง 1.2 ล้านโดสเท่านั้น
การพึ่งพาผู้ผลิตวัคซีนเพียงรายเดียวนั้นเป็นสิ่งที่น่ากังวล ด้านศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคแห่งแอฟริกา ชี้ว่า การจัดส่งวัคซีนจากอินเดียที่ล่าช้า อาจนำไปสู่หายนะต่อประเทศในแอฟริกาที่ขณะนี้มีผู้ติดเชื้อสะสม 4.25 ล้านราย และเสียชีวิต 112,000 ศพ ซึ่งผู้เชี่ยวชาญคาดการณ์ตัวเลขของผู้ป่วยและเสียชีวิตที่แท้จริงนั้นสูงกว่าที่รายงาน ซึ่งการฉีดวัคซีนล่าช้ามากเท่าไร ก็จะยากต่อการควบคุมการแพร่ระบาดมากขึ้นเท่านั้น.
ผู้เขียน: นัฐชา
ที่มา: reuters, BBC, CNN, SCMP
...