ไลฟ์สไตล์
100 year

เราชนะ–อเมริกาแพ้แล้ว

วีรพจน์ อินทรพันธ์
18 เม.ย. 2564 05:05 น.
SHARE

เราชนะ–อเมริกาแพ้แล้ว

วีรพจน์ อินทรพันธ์

18 เม.ย. 2564 05:05 น.

11 กันยายน 2544 ถือเป็นวันแห่งโศกนาฏกรรมความอัปยศของรัฐบาลสหรัฐอเมริกา และกลายเป็น “จุดเริ่มต้น” ของสงครามใน “อัฟกานิสถาน” ของแดนพญาอินทรี

จึงไม่แปลกที่ 20 ปีให้หลัง วันดังกล่าวได้ถูกเลือกเป็นสัญลักษณ์ของ “จุดสิ้นสุด” เช่นกัน โดยประธานาธิบดีโจ ไบเดน ประกาศถ้อยแถลงอย่างเป็นทางการไปเรียบร้อยเมื่อปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา

ข่าวแนะนำ

“เราไปอัฟกานิสถานเพราะการโจมตีอันโหดร้ายเมื่อสองทศวรรษก่อน แต่เรื่องนี้ก็ไม่ใช่เหตุผลที่จะมาอธิบายว่าทำไมเราต้องอยู่ต่อไปในปี 2564 เรามีทหารใหม่ที่พ่อแม่เคยร่วมรบในสงครามอัฟกานิสถานช่วงแรก เรามีทหารใหม่ในอัฟกานิสถานที่ยังไม่ลืมตาดูโลกตอนเกิดเหตุการณ์ 11 ก.ย. เราไม่สามารถทำแต่สิ่งเดิมๆ เพื่อหวังผลลัพธ์ใหม่ๆได้ ถึงเวลาแล้วที่เราจะยุติสงครามที่ยาวนานที่สุดของอเมริกา”

พร้อมให้กำลังใจรัฐบาลหุ่นเชิดที่ถูกทอดทิ้ง “แม้สหรัฐฯจะไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยวในด้านปฏิบัติการทางทหารในอัฟกานิสถาน แต่หน่วยงานการทูตและหน่วยงานด้านมนุษยธรรมจะดำเนินต่อไป เรายังคงสนับสนุนรัฐบาล และให้การช่วยเหลือเจ้าหน้าที่ความมั่นคงอัฟกานิสถาน ที่ยังคงต่อสู้อย่างกล้าหาญและเสียสละ”

นับเป็นการปิดฉากประวัติศาสตร์เปื้อนเลือดที่สำคัญของโลกไปอีกหนึ่งบท ซึ่งตามกำหนดการสหรัฐฯและชาติพันธมิตรตะวันตก จะเริ่มถอนทหารตามข้อตกลงที่ทำไว้กับศัตรู คือกองกำลังติดอาวุธ “ตาลีบัน” ตั้งแต่วันที่ 1 พ.ค. จนถึงวันที่ทหารนายสุดท้ายก้าวออกจากอัฟกานิสถาน 11 ก.ย.

กลายเป็นภาพเหตุการณ์เหมือนสมัยสงครามเวียดนาม ที่อดีต ประธานาธิบดีริชาร์ด นิกสัน ต้องประกาศถอนกำลังออกจากเวียดนามใต้และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ด้วยถ้อยคำสวยหรู “สันติภาพที่มาพร้อมกับเกียรติยศ” (Peace with honor) ทั้งคงสถานะให้ “อัฟกานิสถาน” ยังเป็นประเทศในโลกยุคใหม่ ที่ชาติมหาอำนาจกำราบไม่สำเร็จต่อไป หลังสงครามครั้งก่อนระหว่างปี 2522-2532 มีรัสเซีย (สหภาพโซเวียตในตอนนั้น) เป็นผู้ปราชัย

อย่างไรก็ตาม คำถามว่าสถานการณ์หลังจากนี้จะเป็นเช่นไรต่อไป คำตอบคงอยู่ที่สภาพการเมืองภายในของอัฟกานิสถานเอง ซึ่งแน่นอนว่าไม่มีทางที่ความรุนแรงจะยุติลง เพราะอย่าลืมว่าก่อนที่สหรัฐฯจะเข้ามา ตาลีบันคือรัฐบาลอัฟกานิสถาน แต่ถูกสหรัฐฯขับไล่ออกไปและตั้งกลุ่มนักการเมืองหุ่นเชิดเข้ามาแทน ทั้งมีรายงานที่น่าสนใจจากการลงพื้นที่ของสำนักข่าวบีบีซี ที่อาจช่วยเพิ่มความกระจ่างของทิศทางหลังจากนี้เช่นกัน

“ในเขตบาล์คห์ ทางภาคเหนือ ขับรถห่างจากเมืองมาซาร์–อี–ชาริฟ ไปประมาณ 30 นาที เรามีโอกาสได้สัมภาษณ์สมาชิกระดับสูงของตาลีบัน นามว่า ฮาจี เฮคมัต ผู้ที่ขณะเดียวกันคือนายกเทศมนตรีเงาของคนในพื้นที่ ฮาจีเข้าร่วมกับกลุ่มตาลีบันตั้งแต่สมัยยังเป็นรัฐบาล อัฟกานิสถานเมื่อกว่า 30 ปีก่อน ฮาจีให้การต้อนรับเราอย่างดี มีการตั้งขบวนนักรบตาลีบันยืนตลอดสองข้างทางเป็นแถวยาว บ้างถือจรวดต่อต้านรถถังอาร์พีจี บ้างถือไรเฟิลเอ็ม 4 ที่ยึดมาจากกองทัพสหรัฐฯ”

“เมื่อไปถึงผู้บัญชาการตาลีบันในพื้นที่ชื่อบาร์ยาไล เข้ามาพูดคุยทักทาย และชี้ไปตามถนนที่เราไม่ได้มุ่งหน้าไปต่อ อธิบายว่าเลยออกไปจะเป็นตลาดที่ทหารรัฐบาลดูแลอยู่ แต่พวกนั้นไม่กล้าหรอกที่จะออกจากค่าย เพราะรู้กันดีนอกค่ายคือพื้นที่ของนักรบมูจาฮีดีน” ซึ่งนี่คือสภาพความเป็นจริงที่เกิดขึ้น รัฐบาลปกครองเมืองใหญ่ต่างๆ แต่ก็ถูกล้อมกรอบด้วยนักรบตาลีบันที่ยึดครองพื้นที่ชนบท นอกจากนี้ ตาลีบันยังมีหน่วยข่าวกรองคอยชี้เป้า ส่งกำลังออกจับกุมบุคคลใดๆที่มีความเชื่อมโยงกับรัฐบาล และส่งตัวให้ศาลตาลีบันพิพากษาลงโทษ

ในการสนทนา ฮาจี เฮคมัต เชิญชวนทีมเรานั่งจิบชาครู่ใหญ่ ก่อนให้ความเห็นเรื่องทิศทางในอนาคตว่า พร้อมรับมือกับสถานการณ์ทุกอย่าง เราพร้อมอย่างเต็มที่สำหรับกระบวนการสันติภาพ แต่ก็พร้อมทำสงครามจิฮัดด้วยเช่นกัน จิฮัดคือการสักการะบูชา ซึ่งคนเราเวลาบูชาสิ่งใดสิ่งหนึ่ง ไม่ว่าจะใช้เวลาหรือลงมือทำมากน้อยเพียงใด ก็จะไม่รู้สึกเหนื่อยหน่ายแต่อย่างใด

เมื่อถามว่าพร้อมที่จะแชร์อำนาจกับกลุ่มการเมืองในอัฟกานิสถานหรือไม่ ฮาจีตอบว่าขึ้นอยู่กับแกนนำการเมืองตาลีบันที่กำลังเจรจาสันติภาพอยู่ในกาตาร์ เขาว่าไงเราก็ว่าตาม ฮาจีได้พาทีมเราออกทัวร์พื้นที่ เยี่ยมโรงเรียนประถม ที่เด็กๆกำลังเรียนด้วยตำราที่ได้รับบริจาคจากสหประชาชาติ และใช้หลักสูตรการสอนตามกระทรวงศึกษาธิการ พร้อมชี้แจงต่อกรณีกลุ่มตาลีบันไม่อนุญาตให้สตรีได้รับการศึกษาว่า เราให้ผู้หญิงเรียนหนังสือได้ เป็นครูได้ เพียงสวมฮิญาบให้เรียบร้อยก็เท่านั้น เช่นเดียวกับนักรบบางรายที่สำทับว่า ส่งลูกสาวเรียนหนังสืออยู่

แต่ภาพรวมของการพบปะทั้งหมดที่เกิดขึ้น สมาชิกตาลีบันทุกคนแสดงท่าทีผ่อนคลาย เป็นกันเอง เหมือนกับคนที่เชื่อมั่นอย่างสุดหัวใจว่าตัวเองคือผู้กำชัย และความคิดนี้ก็ไม่ผิดเพี้ยนไปจากนั้น เมื่อทีมข่าวถามถึงประเด็นสหรัฐฯถอนทหารออกจากอัฟกานิสถาน

“เราชนะสงคราม อเมริกาแพ้แล้ว” คือคำประกาศที่ชัดเจนจากปากของ “ตาลีบัน”.

วีรพจน์ อินทรพันธ์

แท็กที่เกี่ยวข้อง

อัฟกานิสถานสหรัฐอเมริกาโจ ไบเดนถอนทหารถอนทหารสหรัฐตาลีบันวีรพจน์ อินทรพันธ์7 วันรอบโลก

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันศุกร์ที่ 14 พฤษภาคม 2564 เวลา 05:07 น.