ไลฟ์สไตล์
100 year

ส่องวัคซีนโควิดทั่วโลก แอสตราเซเนกาทำลิ่มเลือดอุดตัน ซิโนแวคป้องกันต่ำจริงหรือ?

ไทยรัฐออนไลน์
13 เม.ย. 2564 09:48 น.
SHARE

ส่องวัคซีนโควิดทั่วโลก แอสตราเซเนกาทำลิ่มเลือดอุดตัน ซิโนแวคป้องกันต่ำจริงหรือ?

ไทยรัฐออนไลน์

13 เม.ย. 2564 09:48 น.
  • เจ้าหน้าที่จีนชี้ วัคซีนต้านโควิด-19 ของซิโนแวคมีประสิทธิภาพในการป้องกันโรคต่ำ และจีนกำลังอยู่ระหว่างการพิจารณาผสมวัคซีนตัวอื่นเข้าร่วมเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการป้องกันโรค ก่อนที่จะกลับคำ บอกว่าเป็นเรื่องเข้าใจผิด
  • หน่วยงานสาธารณสุขเริ่มพบความเชื่อมโยงระหว่างภาวะลิ่มเลือดอุดตันหลังจากการฉีดวัคซีนแอสตราเซเนกา หลายประเทศระงับการฉีดชั่วคราว
  • การมีวัคซีนต้านโควิด-19 หลากหลายทำให้มีการเลือกแบรนด์วัคซีน ขณะที่ผู้เชี่ยวชาญสหรัฐอเมริกาได้แนะนำว่าประชาชนควรเข้ารับวัคซีนเมื่อถึงคิวของตนแม้ว่าวัคซีนที่จะได้รับการฉีดจะไม่ใช่ตัวที่ต้องการก็ตาม เพราะไม่มีใครทราบว่าหากปฏิเสธวัคซีนไปแล้ว ก็ไม่มีใครรู้ว่าอนาคตจะได้คิวฉีดวัคซีนอีกหรือไม่

ในช่วงที่หลายประเทศทั้งในเอเชียและยุโรปต่างต้องเผชิญกับการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 กันอีกระลอก ทำให้ต้องเร่งฉีดวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 กันยกใหญ่ เพื่อให้เกิดภูมิคุ้มกันหมู่ แต่วัคซีนต้านโรคโควิด-19 จากแต่ละบริษัทนั้นมีข้อดีและข้อด้อยที่แตกต่างกันไป ซึ่งวัคซีนที่ตกเป็นพาดหัวข่าวในช่วงที่ผ่านมาคงหนีไม่พ้น วัคซีนแอสตราเซเนกา ซึ่งเป็นการร่วมกันพัฒนาจากบริษัทแอสตราเซเนกา ร่วมกับมหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ด ประเทศอังกฤษ ที่มีหลายประเทศระงับการฉีดในบางช่วงอายุ เนื่องจากพบภาวะลิ่มเลือดอุดตันหลังจากได้รับการฉีดวัคซีน ทำให้เกิดการตั้งคำถามถึงความปลอดภัยในการฉีดวัคซีนตัวดังกล่าว

ข่าวแนะนำ

ขณะที่วัคซีนที่หลายคนคงคุ้นหูไม่น้อยคือ ซิโนแวค วัคซีนสัญชาติจีนที่มีการถกเถียงกันถึงประสิทธิภาพในการป้องกันโรคโควิด-19 ซึ่งวัคซีนตัวดังกล่าวนั้นถูกขนส่งไปยังหลายประเทศทั่วโลก ทั้งจากการเจรจาซื้อขาย และจากการที่ทางการจีนบริจาคให้ประเทศด้อยพัฒนา แต่ไม่นานมานี้เจ้าหน้าที่ของจีนดันหลุดพูดว่า วัคซีนนั้นมีประสิทธิภาพในการป้องกันโรคต่ำ

แอสตราเซเนกาและภาวะลิ่มเลือดอุดตัน

หลายประเทศทั่วโลก ทั้งแคนาดา และเยอรมนี รวมไปถึงในเอเชียอย่างฮ่องกงได้จำกัดการฉีดวัคซีนแอสตราเซเนกาในผู้สูงวัยเท่านั้น หลังจากมีรายงานการพบภาวะลิ่มเลือดอุดตันในยุโรป โดยเมื่อเดือนมีนาคมปีที่แล้วองค์การยาแห่งสหภาพยุโรป หรือ อีเอ็มเอ ระบุว่า ไม่พบความเชื่อมโยงระหว่างวัคซีนแอสตราเซเนกาและความเสี่ยงโดยรวมของภาวะลิ่มเลือดอุดตัน แต่ได้ระบุให้รัฐบาลของแต่ละประเทศเฝ้าระวังภาวะดังกล่าว แต่ในภายหลังทางองค์การได้ระบุว่า ภาวะลิ่มเลือดอุดตันนั้นควรถูกบรรจุไว้ในรายการผลข้างเคียงที่พบได้ยากของวัคซีนชนิดนี้

เมื่อวันที่ 7 เมษายน ที่ผ่านมา ทางด้านหน่วยงานกำกับดูแลยาและผลิตภัณฑ์สุขภาพ ของสหราชอาณาจักร ระบุว่า ผู้ที่มีอายุต่ำกว่า 30 ปี ที่ไม่มีโรคประจำตัวนั้นควรฉีดวัคซีนตัวอื่นทดแทน ซึ่งถึงแม้จะยังไม่มีหลักฐานว่าอาการลิ่มเลือดอุดตันสัมพันธ์กับการฉีดวัคซีน แต่ความเชื่อมโยงนั้นเริ่มชัดเจนมากยิ่งขึ้น

อาการของภาวะลิ่มเลือดอุดตันนั้นขึ้นอยู่กับบริเวณที่เกิดการอุดตัน หากเกิดการอุดตันบริเวณปอด จะมีอาการ เช่น หายใจสั้นลงและเจ็บหน้าอก หากเกิดภาวะอุดตันของลิ่มเลือดบริเวณสมอง จะมีอาการปวดหัว เห็นภาพเบลอและมีอาการชัก และหากเกิดการอุดตันบริเวณขาก็จะส่งผลให้มีอาการขาบวม

แต่ถึงแม้ว่าภาวะดังกล่าวจะทำให้เกิดความกังวลในการเข้ารับวัคซีน แต่ด้านผู้เชี่ยวชาญยังคงยืนยันว่าวัคซีนแอสตราเซเนกานั้นปลอดภัยและมีประสิทธิภาพสำหรับคนหมู่มาก

ทางการจีนยอมรับวัคซีนซิโนแวคประสิทธิภาพการป้องกันไวรัสต่ำ

กลายเป็นประเด็นที่ถูกหยิบยกขึ้นมาพูดถึงอีกครั้งสำหรับประสิทธิภาพของวัคซีนซิโนแวค วัคซีนสัญชาติจีนที่ถูกส่งไปทั่วโลก หลังจากที่นายเกา ฟู่ ผู้อำนวยการศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคระบาดของจีน ระบุว่าวัคซีนซิโนแวค นั้นมีประสิทธิภาพในการป้องกันโรคต่ำ ซึ่งขณะนี้จีนได้เตรียมพิจารณาผสมวัคซีนตัวอื่นเข้าด้วยกันเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของวัคซีน นอกจากนี้ยังกล่าวถึงขั้นตอนในการปรับเปลี่ยนจำนวนโดสและระยะเวลาการฉีด

ขณะเดียวกันทั่วโลกนั้นมีข้อมูลเกี่ยวกับประสิทธิภาพของวัคซีนจากจีนไม่มากนัก โดยการทดลองวัคซีนในประเทศบราซิล ชี้ว่า วัคซีนซิโนแวค มีประสิทธิภาพในการป้องกันโรคอยู่ที่ 50.4 เปอรเซ็นต์ ซึ่งมากกว่าเกณฑ์ขององค์การอนามัยโลกที่อยู่ที่ 50 เปอร์เซ็นต์ เพียงเล็กน้อยเท่านั้น ขณะที่ผลการทดสอบในประเทศตุรกีและอินโดนีเซียพบว่าประสิทธิภาพของวัคซีนซิโนแวคนั้นอยู่ที่ 91 เปอร์เซ็นต์ และ 65 เปอร์เซ็นต์

ภายหลัง นายเกา ฟู่ ได้กลับลำ และบอกว่า มีการตีความคำพูดของเขาผิดไป พร้อมทั้งให้สัมภาษณ์กับสื่อของจีนอย่างโกลบอล ไทมส์ ว่า อัตราการป้องกันโรคของวัคซีนในโลกนี้นั้นมีสูงมีต่ำแตกต่างกันไป และการที่จะพัฒนาประสิทธิภาพของวัคซีนนั้นเป็นคำถามที่ต้องได้รับการไตร่ตรองโดยนักวิทยาศาสตร์ทั่วโลก และย้ำว่าคำพูดของเขาที่บอกว่า วัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 ของจีนนั้นมีประสิทธิภาพในการป้องกันต่ำ เป็นเรื่องที่ถูกเข้าใจผิด

ไฟเซอร์-ไบออนเทค เดินหน้าเตรียมให้เด็กต่ำกว่า 15 ฉีดวัคซีน

วัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 อีกตัวที่เริ่มมีการฉีดในช่วงแรกๆ คือ วัคซีนจากบริษัทไฟเซอร์ที่ร่วมพัฒนากับบริษัทไบออนเทค หรือที่เรียกว่า วัคซีนไฟเซอร์ วัคซีนตัวนี้ได้ถูกระบุว่ามีอัตราการป้องกันโรคได้มากถึง 97 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งทางบริษัทได้เตรียมเดินหน้ายื่นขอการอนุมัติการใช้ฉุกเฉินเพื่อฉีดให้แก่เด็กที่มีอายุระหว่าง 12 - 15 ปี

การประกาศดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากที่มีผลการทดลองในเฟสที่สามในผู้ที่มีอายุระหว่าง 12 - 15 ปี แสดงให้เห็นว่าวัคซีนไฟเซอร์นั้นมีประสิทธิภาพในการป้องกันโรคได้ 100 เปอร์เซ็นต์ 

ทั้งนี้ วัคซีนไฟเซอร์นั้นใช้เทคโนโลยี mRNA เพื่อสร้างภูมิคุ้มกัน และต้องถูกจัดเก็บในอุณหภูมิที่เย็นจัด -70 องศา ทำให้การขนส่งวัคซีนนั้นไม่สะดวกและมีค่าใช้จ่ายที่สูง

ด้านสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา หรือ เอฟดีเอ ของสหรัฐฯ ได้อนุมัติให้ใช้วัคซีนฉุกเฉินจาก 3 บริษัท ได้แก่ ไฟเซอร์, โมเดอร์นา และ จอห์นสัน แอนด์ จอห์นสัน ซึ่งวัคซีนทั้งสามตัวนั้นมีอัตราการป้องกันโรคในระดับสูง โมเดอร์นาและไฟเซอร์มีประสิทธิภาพในการป้องกันโรคถึง 95 เปอร์เซ็นต์ ขณะที่ จอห์นสัน แอนด์ จอห์นสัน มีประสิทธิภาพ 72 เปอร์เซ็นต์จากการทดลองในสหรัฐฯ

ความแตกต่างของตัวเลขประสิทธิภาพวัคซีนจากการทดลองได้ทำให้ประชาชนบางรายเลือกที่จะฉีดวัคซีนบางตัวเท่านั้น ขณะที่ผู้เชี่ยวชาญสหรัฐอเมริกาได้แนะนำว่าประชาชนควรเข้ารับวัคซีนเมื่อถึงคิวของตนแม้ว่าวัคซีนที่จะได้รับการฉีดจะไม่ใช่ตัวที่ต้องการก็ตาม เพราะไม่มีใครทราบว่าหากปฏิเสธวัคซีนไปแล้ว ก็ไม่มีใครรู้ว่าอนาคตจะได้คิวฉีดวัคซีนอีกหรือไม่.

ผู้เขียน: นัฐชา (Nattachar K.)

ที่มา: Aljazeera, BBC, Aljazeera

แท็กที่เกี่ยวข้อง

วัคซีนโควิดspecial contentแอสตราเซเนกาซิโนแวควัคซีนไฟเซอร์โควิด 19ข่าวต่างประเทศ

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันพุธที่ 12 พฤษภาคม 2564 เวลา 14:03 น.