หลังจากการฟ้องร้องดำเนินคดีอันดุเดือดระหว่างสองยักษ์ใหญ่ทางเทคโนโลยีนานนับ 10 ปี ใน “คดีลิขสิทธิ์แห่งศตวรรษ” ที่ทั่วโลกจับตามมอง ในที่สุดศาลฎีกาสหรัฐฯ ก็ตัดสินให้กูเกิลเป็นผู้ชนะคดี ด้วยคะแนน 6-2 เมื่อวันที่ 5 เม.ย.ที่ผ่านมา
คดีประวัติศาสตร์มูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์เกิดขึ้นเมื่อ “ออราเคิล” ฟ้อง “กูเกิล” ในเดือน ส.ค.ปี 2553 โดยอ้างว่า “ระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์” ของกูเกิลนั้น ละเมิดสิทธิบัตร “เทคโนโลยีภาษาจาวา” ยังละเมิดลิขสิทธิ์ชุดคำสั่งภาษาจาวา ซึ่งเป็นของ “ซันไมโครซิสเต็มส์” (ที่ถูกออราเคิลซื้อและเสร็จสิ้นกระบวนการตั้งแต่ต้นปี 2553) โดยไม่ได้รับอนุญาต จึงขอให้ศาลสั่งให้กูเกิลยุติการสร้างและเผยแพร่แอนดรอยด์ รวมถึงเรียกค่าเสียหายจากการละเมิดโดยเจตนา
ในการสู้คดี ฝ่ายกูเกิลชี้ว่าการกระทำดังกล่าวเป็นหลักปฏิบัติตามปกติที่ยอมรับกันในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีอยู่แล้ว แต่ออราเคิล แย้งว่ากูเกิลลอกเลียนข้อมูลอย่างร้ายแรง โดย กูเกิลเป็นผู้ได้รับชัยชนะในศาลชั้นต้น โดยชี้ว่า สามารถทำได้ตามหลัก Fair Use หรือการใช้งานอย่างเป็นธรรมภายใต้กฎหมาย ไม่เป็นการละเมิดลิขสิทธิ์แต่อย่างใด แต่เมื่อมาถึงศาลอุทธรณ์ ศาลกลับคำพิพากษาจากศาลชั้นต้นให้ออราเคิลเป็นผู้ชนะคดี
เมื่อถึงศาลฎีกา คำพิพากษาระบุว่ากูเกิลใช้โค้ดบางส่วนของจาวานำมาสร้างระบบปฏิบัติการสมาร์ทโฟนแอนดรอยด์จริง แต่นำมาใช้เพียง 11,000 บรรทัด จากโค้ดทั้งหมด 2.86 ล้านบรรทัด เพียง 0.4% เท่านั้น และนำมาใช้งานเฉพาะอินเตอร์เฟซของซอฟต์แวร์ ซึ่งเป็นสิ่งจำเป็นในการพัฒนาโปรแกรม ถือเป็นการนำมาใช้โดยชอบธรรมตามกฎหมาย ไม่ได้ละเมิดกฎหมายลิขสิทธิ์และไม่ต้องจ่ายค่าตอบแทน
ผู้เชี่ยวชาญกล่าวว่าการตัดสินใจของศาลที่สนับสนุนกูเกิล อนุญาตให้คัดลอกโค้ดเป็น “การใช้งานที่เหมาะสม” นั้นจะอำนวยความสะดวกในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ และนวัตกรรมทางเทคโนโลยีได้อย่างรวดเร็วยิ่งขึ้น และจะทำให้บริษัทต่างๆสามารถต่อยอดเทคโนโลยีซึ่งกัน และกัน ส่วนกูเกิลกล่าวว่าเป็นชัยชนะของผู้บริโภค ความสามารถในการทำงานร่วมกัน และวิทยาการคอมพิวเตอร์ ซึ่งจะให้ความมั่นใจทางกฎหมายแก่นักพัฒนารุ่นต่อไปในการผลิตผลิตภัณฑ์และบริการใหม่ๆที่เป็นประโยชน์ต่อผู้บริโภค.
อมรดา พงศ์อุทัย


