ไลฟ์สไตล์
100 year

พม่าปรับทัพรับศึกสองด้าน

วีรพจน์ อินทรพันธ์
4 เม.ย. 2564 05:06 น.
SHARE

พม่าปรับทัพรับศึกสองด้าน

วีรพจน์ อินทรพันธ์

4 เม.ย. 2564 05:06 น.

“อีกไม่ช้าก็จะเกิดการนองเลือดครั้งใหญ่ และหากสิบปีผ่านไป มองย้อนกลับมาตรงจุดนี้ ประวัติศาสตร์จะตัดสินเราเช่นไร ต่อการที่เราไม่ยอมทำอะไรเลย”

เป็นคำพูดกดดันต่อที่ประชุมคณะมนตรีความมั่นคงสหประชาชาติ (UNSC) ต่อสถานการณ์ที่เกิดขึ้นใน “เมียนมา” ของคริสทีน ชราเนอร์ เบิร์กเนอร์ ทูตพิเศษประจำเมียนมา หวังให้ประชาคมโลกเกิดแอ็กชัน เข้าช่วยยับยั้งความรุนแรงไม่ให้ลุกลามไปมากกว่านี้ ไม่ว่าด้วยหนทางวิธีการใดๆ

ข่าวแนะนำ

ขณะที่จอ โม ตุน ทูตเมียนมาประจำสหประชาชาติ ได้เรียกร้องยิ่งกว่านั้น เขียนจดหมายถึงอันโตนิโอ กูเตร์เรส เลขาธิการสหประชาชาติ ขอให้ประชาคมโลก ช่วยคุ้มครองประชาชนเมียนมา ยกระดับมาตรการคว่ำบาตร ระงับบัญชีธนาคารที่เกี่ยวข้องกับกองทัพทัดมาดอว์ ระงับการลงทุนในเมียนมา ยุติการจัดส่งอาวุธให้ทหาร ไปจนถึงการกำหนดให้น่านฟ้าเมียนมาเป็นเขตห้ามบิน “No–fly zone”

กระนั้นจากประวัติศาสตร์ที่ผ่านมา เมียนมาเคยถูกตัดขาดจากโลกภายนอกมาเป็นเวลากว่าสองทศวรรษมาแล้ว แม้จะทำให้ประเทศล้าหลังไปมาก แต่สุดท้ายก็ไม่มีผลอะไรกับระบบการเมืองที่โยงกับกองทัพอย่างเหนียวแน่น และผู้กุมอำนาจของเมียนมาก็เคยเห็นมาก่อน ว่าพอปรับตัวให้เข้ากับสูตรสากลทีละนิดๆ เม็ดเงินการลงทุนก็จะไหลกลับคืนมาอยู่ดี ขึ้นอยู่กับว่าเมื่อไรก็เท่านั้น

แถมใครเข้ามาก่อนย่อมได้เปรียบ เพราะอย่างปี 2531 ช่วงที่ เมืองฝรั่งต่อต้านเมียนมาอย่างหนัก ทั้งมีการปราบปรามนักศึกษาอย่างรุนแรง ประเทศไทยเราก็เคยสวนกระแส มีการส่ง พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ ที่ตอนนั้นดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการกองทัพบก เข้าพบอย่างฉันมิตรกับ พล.อ.อาวุโส ซอหม่อง แกนนำรัฐประหารในอดีต กลายเป็นตัวแทนระดับสูงของรัฐบาลต่างชาติคนแรกที่เดินทางเยือนเมียนมา ขณะผลลัพธ์ที่ตามมาคือฝ่ายเมียนมาประกาศให้เราเป็นเพื่อนแท้ พร้อมให้สิทธิพิเศษสัมปทานป่าไม้ ทรัพยากร ไปจนถึงธุรกิจโรงแรม

ด้วยเหตุนี้ จึงเป็นไปได้สูงที่ปฏิกิริยาต่อต้านจากนานาชาติ ก็จะเป็นเพียงเสียงโวยวาย ที่ไม่ได้อะไรเป็นชิ้นเป็นอัน ขณะที่ผู้ประท้วงก็จะล้มตายต่อไปอย่างน่าเศร้า โดย ตัวเลขเหยื่อความรุนแรงพุ่งทะลุ 540 คน และคาดว่าจะยังคงเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ

อย่างไรก็ตาม หากติดตามท่าทีของกองทัพเมียนมาแล้ว จะเห็นได้ว่าศึกหนักในตอนนี้ ไม่ได้อยู่ที่ “พลเรือน” เพียงอย่างเดียว แต่ยังมี “กลุ่มชาติพันธุ์” ต่างๆที่นับวันเริ่มแสดง ท่าทีปฏิปักษ์เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ อย่างกลุ่มสหภาพแห่งชาติกะเหรี่ยง “KNU” ทางภาคตะวันออก หรือกองกำลังคะฉิ่นอิสระ “KIA” ทางภาคเหนือ ไม่รวมไปถึงกองทัพแห่งอาระกัน “AA” รัฐยะไข่ ที่เริ่มมีความเคลื่อนไหว

จนถึงขั้นที่กองทัพเมียนมา ต้องดำเนินการรุกชิงความได้เปรียบ (หรือเอาเข้าจริงแล้ว เป็นการตั้งรับ?) ส่งฝูงเครื่องบินรบทิ้งระเบิดโจมตีทางอากาศ โดยจากข่าวสารที่มีอย่างจำกัดเนื่องจากการตัดสัญญาณอินเตอร์เน็ตไวไฟ มีรายงานเพียงว่า เป็นปฏิบัติ การโจมตีกลุ่มคะฉิ่นทางภาคเหนือ มุ่งเน้นเป้าหมายไปยังพื้นที่ร่อนทอง แหล่งรายได้ของกองกำลังติดอาวุธ และปฏิบัติถล่มฐานที่มั่นของกลุ่มติดอาวุธในรัฐฉานอย่างต่อเนื่อง

ขณะที่กองกำลังเหล่านี้ ก็ใช่จะนิ่งเฉย มีรายงานการส่งกำลังเข้าตีค่ายทหารเมียนมาในพื้นที่ชายแดนใกล้ไทย ส่วนทางภาคเหนือ ก็มีการเปิดฉากยิงด้วยปืนใหญ่ใส่สถานีตำรวจ พร้อมส่งกำลังเข้าตีในพื้นที่เหมืองหยก แหล่งรายได้สำคัญของกองทัพทัดมาดอว์

เป็นที่น่าสนใจว่า สถานการณ์จะดำเนินต่อไปเช่นไร กองทัพเมียนมาจะแก้เกมกันอย่างไร อย่างตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมานี้ มีการเคลื่อนไหวอย่างเข้มข้น

ทัดมาดอว์เหมือนจะส่งสัญญาณว่า อยากจะกำราบฝ่ายพลเรือนให้อยู่หมัดเสียก่อน มีการประกาศผ่านสถานีโทรทัศน์เอ็มอาร์ทีวีของทางการ ขอให้กลุ่มชาติพันธุ์ “ช่วยรักษาสันติภาพ” และกองทัพก็จะยุติปฏิบัติการทางทหารทั้งหมด เป็นเวลา 1 เดือน ตั้งแต่วันที่ 1 เม.ย. ถึง 30 เม.ย. ซึ่งตีความได้ว่า เป็นการประกาศ “หยุดยิง” กลายๆ แต่แน่นอนว่าเรื่องนี้ ไม่ครอบคลุมถึงกลุ่มคนที่ “ขัดขวาง” ความมั่นคงของรัฐ

ตามด้วยเหตุเผาห้างทหาร รูบี้ มาร์ต ในนครย่างกุ้ง ที่ถูกกล่าวหาว่า เป็นฝีมือฝ่ายความมั่นคงเสียเอง เพื่อใช้เป็นข้ออ้างปราบปรามผู้ชุมนุมอย่างจริงจังยิ่งขึ้น เพราะเหตุการณ์เกิดในช่วงเคอร์ฟิวตีสอง คนออกจากบ้านลำบาก อีกทั้งอุปกรณ์ที่ผู้ชุมนุมใช้ประจำอย่างระเบิด ขวด ก็ยากที่จะทำให้อาคารที่ปิดบานเหล็กมิดชิดวอดได้ทั้งหลัง

และการที่จู่ๆกองทัพ “จีน” ก็เคลื่อนกำลังประชิดพรมแดนรัฐฉาน โดยมีจุดประสงค์เพื่อดูแลความปลอดภัยท่อก๊าซพลังงาน ที่ตัดผ่านรัฐฉานเข้าสู่ประเทศจีน แต่ไม่ได้ระบุรายละเอียดเพิ่มเติมว่าจะดำเนินการ “คุ้มครอง” เช่นไร นี่คือกองทัพเมียนมาขอจีนให้มาตั้งทัพช่วยขนาบจากทางตะวันออก เพื่อปรามกลุ่มชาติพันธุ์ ให้ขยับเขยื้อนตัวลำบากหรือไม่

งานนี้รอจับตากันอย่างใกล้ชิด ว่าคำตอบที่อยู่ในใจ พล.อ.อาวุโส “มิน อ่อง หล่าย” คืออะไร.

วีรพจน์ อินทรพันธ์

แท็กที่เกี่ยวข้อง

7 วันรอบโลกวีรพจน์ อินทรพันธ์พม่าประท้วงพม่ารัฐประหารพม่ารัฐประหาร 2564พม่าปฏิวัติพม่าเมียนมาอองซานซูจีมินอ่องลายรัฐประหารพม่าข่าวต่างประเทศข่าวต่างประเทศล่าสุด

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันพฤหัสที่ 22 เมษายน 2564 เวลา 03:17 น.