ไปไม่รอดแน่

ข่าว

      ไปไม่รอดแน่

      สายล่อฟ้า
      6 มี.ค. 2564 05:01 น.
      SHARE

      ไปไม่รอดแน่

      สายล่อฟ้า

      6 มี.ค. 2564 05:01 น.

      ท่าทีอาเซียน รัฐบาลทหารเมียนมา สถานการณ์การเมืองในเมียนมานับแต่เข้ายึดอำนาจของคณะทหารภายใต้การนำของ พล.อ.อาวุโส มิน อ่อง หล่าย ผบ.สูงสุด

      ยังไม่มีอะไรใหม่นอกจากการปราบปรามประชาชนที่ลุกขึ้นมาต่อต้านขยายวงไปทั่วทั้งประเทศ แม้กระทั่งจากชนกลุ่มน้อยบางกลุ่ม

      แม้ว่าจะใช้กองกำลังความมั่นคงของเมียนมาเปิดฉากยิงประชาชนที่ชุมนุมต่อต้านหลายเมืองจนเสียชีวิตและบาดเจ็บเพิ่มจำนวนมากขึ้นทุกวัน

      แต่ก็ไม่ได้ทำให้เสียขวัญแต่อย่างใดมีแต่พร้อมต่อสู้ที่เข้มข้นขึ้น

      ประเมินจากความเป็นไปแล้วคงไม่ใช่เรื่องง่ายอย่างที่รัฐบาลทหารมุ่งหวังเพื่อให้สยบยอมอย่างเคยกระทำมาแล้ว

      เพราะปัจจุบันโลกได้เปลี่ยนแปลงไปมากชาวเมียนมาที่เคยผ่านเหตุการณ์ทางการเมืองในลักษณะอย่างนี้มาพอสมควร

      อีกทั้งได้ลิ้มรสประชาธิปไตยมาแล้วย่อมเห็นความแตกต่างที่ชัดเจน

      นั่นคงได้เห็นการต่อสู้ที่รุนแรงมากขึ้นและมุ่งไปสู่ชัยชนะอย่างเดียว

      เช่นกันฝ่ายทหารก็มั่นใจการปราบปรามด้วยความรุนแรงจะทำให้เกิดความหวั่นไหว สุดท้ายก็จะต้องยอมแพ้โดยปริยาย

      ทว่าน่าจะคาดการณ์ผิดเพราะมีแต่จะต้องสูญเสียไปทั้งประเทศ

      นี่เพียงแค่สถานการณ์ภายในที่ยังไม่มีชาติอื่นเข้าไปยุ่งเกี่ยวโดยตรง เพียงแต่เข้าไปกดดันทางออก

      ไม่ว่าจะเป็นอาเซียน อียู สหรัฐฯ และยูเอ็น

      นั่นคือการประกาศคว่ำบาตรในส่วนของผู้นำทหารและเจ้าหน้าที่รัฐบาลชุดปัจจุบันเป็นรายบุคคลและธุรกิจผลประโยชน์เท่านั้น

      แต่ยังไม่ถึงมาตรการคว่ำบาตรทั้งระบบอาเซียนได้มีการประชุมประเทศสมาชิกมีอยู่ 4 ประเทศเท่านั้นที่แสดงออกชัดเจนคืออินโดนีเซีย มาเลเซีย สิงคโปร์ และบรูไน (ในฐานะประธานอาเซียน) ในปีนี้

      ข้อสรุปก็คือเรียกร้องให้รัฐบาลทหารปล่อยตัวอองซาน ซูจี และเสนอให้ผู้มีส่วนได้เสียทุกฝ่ายเข้าร่วมกระบวนการปรึกษาหารือเพื่อหาทางออกร่วมกัน

      ย้ำว่าเหตุการณ์ในเมียนมานั้นไม่เพียงแต่มีผลกระทบต่อเมียนมาเท่านั้น แต่ยังมีผลกระทบต่อภูมิภาคนี้ด้วย

      หลักการเดิมของอาเซียนคือไม่แทรกแซงหรือก้าวก่ายกิจการภายในของแต่ละประเทศอย่างที่เคยปฏิบัติกันมานั้น

      คงใช้ไม่ได้อีกต่อไปแล้ว...

      สิงคโปร์อีกประเทศหนึ่งที่แสดงตนอย่างชัดเจนต่อสถานการณ์ในเมียนมาเพราะมีธุรกิจและผลประโยชน์มากกว่าประเทศอื่นๆก็ต้องปกป้องธุรกิจของเขาอย่างเต็มที่

      หากสหรัฐฯและอียูที่ยังต้องจัดการปัญหาภายในของเขาเพราะยังมีปัญหาเรื่องโควิด-19 และสหรัฐฯเพิ่งเปลี่ยนผู้นำคนใหม่พูดง่ายๆว่ายังตั้งหลักกันไม่ได้

      แม้แต่จีนก็ยังรู้สึกไม่สบายใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

      ว่าไปแล้วคงอีกไม่นานแรงกดดันจากนานาชาติจะทำให้รัฐบาลทหารจะต้องยอมลดท่าทียอมเจรจาเพื่อหาทางออกร่วมกัน

      ดีกว่าถูกโดดเดี่ยวพ่ายแพ้อย่างไม่มีทางเลือก.

      อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

        วิดีโอแนะนำ

        แม่ลุ้นมาก! ส่งลูกไปโรงเรียนวันแรก โล่งอกโล่งใจ แต่ตอนรับกลับแม่ต้องกุมขมับ
        04:22

        แม่ลุ้นมาก! ส่งลูกไปโรงเรียนวันแรก โล่งอกโล่งใจ แต่ตอนรับกลับแม่ต้องกุมขมับ


        thairath-logo

        ApplicationMy Thairath

        ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
        วันพฤหัสที่ 19 พฤษภาคม 2565 เวลา 01:28 น.
        ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
        เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์