ไลฟ์สไตล์
100 year

เมแกนโดนซ้ำ'แผลเดิม'ดัชเชสเรื่องเยอะ: เจ้าหญิงในเทพนิยายสู่วิกฤติราชวงศ์

ไทยรัฐออนไลน์
6 มี.ค. 2564 11:43 น.
SHARE

เมแกนโดนซ้ำ'แผลเดิม'ดัชเชสเรื่องเยอะ: เจ้าหญิงในเทพนิยายสู่วิกฤติราชวงศ์

ไทยรัฐออนไลน์

6 มี.ค. 2564 11:43 น.
  • เมแกน โดนโจมตีครั้งใหม่ แต่ซ้ำ 'แผลเดิม' ถูกเจ้าหน้าที่ในวังกล่าวหา 'บูลลี่' ข่มเหงรังแกผู้ช่วยส่วนตัว หลังเคยถูกข้าราชบริพารและสื่ออังกฤษเรียกขาน 'ดัชเชสเรื่องเยอะ' 
  • ศึกครั้งใหม่ เมแกน Vs ราชวงศ์อังกฤษ ควีนเอลิซาเบธสั่งสอบหาข้อเท็จจริงทันที
  • เมแกน เขย่าราชวงศ์อังกฤษ โต้กลับ โดนปล่อยข่าวนี้โจมตี ก่อนถึงกำหนดการรายการสัมภาษณ์ของเจ้าชายแฮร์รี่-เมแกนกับโอปราห์ วินฟรีย์จะออกอากาศทางทีวี 7 มี.ค.

โดนโจมตีซ้ำ 'แผลเดิม' แต่หนักกว่าเก่า

ข่าวแนะนำ

และแล้ว ‘เมแกน มาร์เคิล’ ดัชเชสแห่งซัสเซกซ์ ก็ต้องเผชิญหน้ากับการถูกโจมตีอย่างหนักหน่วงในเรื่องใหม่ แต่ถือเป็นการตีซ้ำ 'แผลเดิม' แผลที่เคยถูกข้าราชบริพารในวังและสื่ออังกฤษโจมตีกระหน่ำก่อนหน้ามาอย่างหนัก เกี่ยวกับอุปนิสัยใจคอที่ทุกอย่างต้องเป๊ะเพอร์เฟกต์ สร้างความอิดหนาระอาใจ จนพากันเรียกขานเธอกันว่า 'ดัชเชสเรื่องเยอะ' กระทั่งเจ้าชายแฮร์รี่และเมแกนได้ถอนตัวจากสมาชิกชั้นสูงราชวงศ์อังกฤษ ย้ายไปประทับในสหรัฐอเมริกาปีที่ผ่านมา

เมแกน ดัชเชสแห่งซัสเซกซ์
เมแกน ดัชเชสแห่งซัสเซกซ์

เมื่อเดอะ ไทม์ส หนังสือพิมพ์ในอังกฤษรายงานเป็นที่แรกเมื่อต้นเดือนมีนาคม ที่ผ่านมา อ้างเจ้าหน้าที่ระดับสูงในวังเคนซิงตัน เคยร้องเรียนทางอีเมลเมื่อ ต.ค.61 แต่เกิดหลุดสู่ภายนอก กล่าวหาเมแกนว่าได้ ‘บูลลี่’ ข่มเหงรังแกผู้ช่วยส่วนตัว จนถูกบังคับออกจากวังไปถึง 2 คน และเมแกนยังทำลายความเชื่อมั่นของผู้ช่วยส่วนตัวอีกคน เป็นรายที่ 3 ขณะที่เจ้าชายแฮร์รี่และเมแกนประทับที่พระราชวังเคนซิงตัน ในกรุงลอนดอน 

นสพ.เดอะ ไทม์ส อ้างว่า เจ้าหน้าที่ในวังเคนซิงตันคนดังกล่าวได้ร้องเรียนเรื่องนี้ เพื่อต้องการให้สำนักพระราชวังบักกิงแฮมรับทราบเพื่อจะได้คุ้มครองปกป้องเจ้าหน้าที่ในวังทั้ง 3 คน ซึ่งพวกเขาอ้างว่าต้องตกอยู่ภายใต้แรงกดดันชนิดไม่สามารถจะทนได้จากเมแกน

 สมเด็จพระราชินีเอลิซาเบธที่ 2 และเมแกน ดัชเชสแห่งซัสเซกซ์
สมเด็จพระราชินีเอลิซาเบธที่ 2 และเมแกน ดัชเชสแห่งซัสเซกซ์

ควีนเอลิซาเบธที่ 2 สั่งสอบทันที

หลังจาก เดอะ ไทม์ส ในเครือซันเดย์ ไทม์ส สื่อดังในอังกฤษ รายงานข่าวนี้จนกลายเป็นข่าวใหญ่ ที่เขย่าทั้ง เมแกน และราชวงศ์อังกฤษอย่างหนัก จนถึงกับทำให้สมเด็จพระราชินีเอลิซาเบธที่ 2 มีพระราชกระแสรับสั่งให้ดำเนินการสอบสวนหาข้อเท็จจริงว่าเมแกนได้ข่มเหงผู้ช่วยส่วนตัวจริงหรือไม่ ซึ่งเป็นเรื่องที่สำนักพระราชวังบักกิงแฮมไม่เคยทำมาก่อน!!

เมื่อ 4 มี.ค.64 สำนักพระราชวังบักกิงแฮมได้ออกแถลงการณ์จะดำเนินการสอบสวน เนื่องจากมีความกังวลเป็นอย่างยิ่งเกี่ยวกับข้อกล่าวหาเหล่านี้ในการปฏิบัติต่อข้าราชบริพารของดยุคและดัชเชสแห่งซัสเซกซ์ จนทำให้มีผู้ช่วยส่วนตัวถูกบังคับให้ออกไปจากวัง 2 คน และผู้ช่วยส่วนตัวอีกคนถูกทำลายความเชื่อมั่นจนถึงกับร้องไห้ออกมา

แถลงการณ์จากวังบักกิงแฮม ยังระบุด้วยว่าจะมีการพูดคุยสอบถามบรรดาข้าราชบริพารที่เกี่ยวข้องในช่วงเวลานั้น รวมทั้งเจ้าหน้าที่ที่ได้ออกไปจากวังแล้ว จะถูกเชิญให้มาร่วมในการไต่ถามด้วย เพื่อจะได้เป็นบทเรียนที่จะได้เรียนรู้กันต่อไป


‘ข้าราชบริพารในวังมีศักดิ์ศรีตามนโยบายการทำงานในพระราชวังมาเป็นระยะเวลานานแล้ว และสำนักพระราชวังไม่อดทนและจะไม่อดทนต่อการบูลลี่หรือล่วงละเมิดข่มเหงข้าราชบริพารในสถานที่ทำงาน’


ศึกเมแกน Vs ราชวงศ์อังกฤษ


สำหรับการที่เมแกนถูกโจมตีครั้งใหม่ล่าสุด ถึงแม้เธอได้พาเจ้าชายแฮร์รี่ถอนตัวจากการเป็นสมาชิกชั้นสูงราชวงศ์อังกฤษไปประทับอยู่ไกลบ้านถึงรัฐแคลิฟอร์เนีย ในสหรัฐอเมริกาตั้งแต่ปี 2563 แล้วก็ตาม ถือเป็นการโจมตีอุปนิสัยใจคอพฤติกรรมส่วนตัวของเมแกนหนักกว่าเดิม จากที่เคยเพียงแต่ถูกข้าราชบริพารบ่นวิพากษ์วิจารณ์กันในวังและเรื่องหลุดมาถึงนักข่าวมาก่อนแล้ว เพราะครั้งนี้ทางวังบักกิงแฮมไม่ได้ปล่อยให้ผ่านไปเฉยๆ ถึงกับมีการสอบสวนว่าข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร

ขณะเดียวกัน เรื่องนี้กลายเป็นการปะทะกันอย่างหนัก ระหว่างเมแกนกับสำนักพระราชวังอังกฤษ โดยเมแกนโต้ตอบว่าเป็นการปล่อยข่าวถล่มเธอ เนื่องจากเกิดขึ้นเพียงไม่กี่วันก่อนจะถึงกำหนดรายการสัมภาษณ์พิเศษของเจ้าชายแฮร์รี่และเมแกน กับโอปราห์ วินฟรีย์ พิธีกรคนดัง เตรียมจะออกอากาศทางสถานีโทรทัศน์ช่อง CBS ในสหรัฐฯ วันที่ 7 มีนาคม ตามเวลาท้องถิ่น

นอกจากนั้น ไม่กี่วันก่อน ยังเกิดเสียงเรียกร้องให้มีการเลื่อนการออกอากาศรายงานสัมภาษณ์พิเศษนี้ออกไป เพราะเจ้าชายฟิลิป ดยุคแห่งเอดินบะระ พระชนมายุ 99 พรรษา พระราชสวามีในสมเด็จพระราชินีเอลิซาเบธที่ 2 กำลังประชวร ประทับที่โรงพยาบาลในกรุงลอนดอนมานานกว่า 2 สัปดาห์แล้ว

สำหรับการให้สัมภาษณ์เปิดพระทัยของเจ้าชายแฮร์รี่และเมแกนกับโอปราห์ วินฟรีย์ ถือเป็นรายการสัมภาษณ์พิเศษที่ผู้คนทั่วโลกโดยเฉพาะชาวอังกฤษรอดู และขณะนี้ได้มีการติดต่อซื้อรายการไปออกอากาศในประเทศต่างๆ แล้วถึง 66 ประเทศ รวมทั้งในอังกฤษและสหรัฐฯ

หลังจากสถานีโทรทัศน์ช่อง CBS ได้ปล่อยทีเซอร์ เผยแพร่คลิปช่วงสำคัญๆ โปรโมตรายการเชิญชวนให้คนรอเกาะขอบทีวีเฝ้าหน้าจอก่อนแล้ว โดยเจ้าชายแฮร์รี่ได้เปิดพระทัยถึงสาเหตุที่ย้ายมาประทับในสหรัฐฯ เพราะทรงกลัวที่สุดว่าประวัติศาสตร์จะซ้ำรอย หวั่นเกรงว่าเมแกนจะเผชิญชะตากรรมเช่นเดียวกับเจ้าหญิงไดอานา พระมารดาผู้ล่วงลับ

ก่อนหน้านี้ เจ้าชายแฮร์รี่เคยตรัสว่า การตัดสินพระทัยถอนตัวจากสมาชิกชั้นสูงราชวงศ์อังกฤษก็เพื่อทรงปกป้องพระองค์เองและครอบครัวจากสื่อ หลังจากเดือน ก.พ.ที่ผ่านมา ดยุคและดัชเชสแห่งซัสเซกซ์ได้ประกาศว่าจะไม่กลับไปทรงงานในฐานะสมาชิกราชวงศ์อังกฤษอีกต่อไป

เมแกน จากเจ้าหญิงในเทพนิยายสู่วิกฤติราชวงศ์อังกฤษ

มาถึงวันนี้ หลายคนคงไม่อยากเชื่อว่า เมแกน มาถึงจุดนี้ได้อย่างไร? จากหญิงสาวสามัญชน อดีตนักแสดงสาวชาวอเมริกันที่เคยผ่านการสมรสมาแล้ว แต่กลับครองใจเจ้าชายแฮร์รี่ เจ้าชายหนุ่มแห่งราชวงศ์อังกฤษ ได้เข้าพิธีแต่งงานอย่างยิ่งใหญ่งดงาม กลายเป็นเจ้าหญิงราวกับในเทพนิยาย แต่แล้วไม่กี่ปีต่อมา ได้เกิดเรื่องราวที่เกี่ยวข้องกับเธอมากมาย และนำมาสู่วิกฤติเขย่าราชวงศ์อังกฤษ

มีรายงานว่า หลังถูกโจมตีครั้งใหม่นี้ เมแกน ได้มอบหมายให้โฆษกส่วนตัวออกมากล่าวกับนักข่าวว่า เมแกนรู้สึกเสียใจที่โดนโจมตีล่าสุดในเรื่องพฤติกรรมของเธอ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในฐานะที่เธอเคยตกเป็นเป้าโดนบูลลี่มาก่อน และมีความตั้งใจอย่างแรงกล้าที่จะสนับสนุนบุคคลเหล่านั้นที่เคยมีประสบการณ์เจ็บปวดทุกข์ทนจากการถูกข่มเหงรังแกมาตลอด

เรียกว่า เมแกน ตอบโต้ทุกเรื่องที่ถูกกล่าวหา และคงทำให้ศึกเมแกนกับราชวงศ์อังกฤษ ที่สื่อชี้ว่า ได้ก่อให้เกิดวิกฤติราชวงศ์ครั้งเลวร้ายที่สุด ยังไม่จบง่ายๆ แน่นอน

ผู้เขียน : อรัญญา ศรีจันทรนิตย์

ที่มา : Dailymail, BBC, Thetimes

แท็กที่เกี่ยวข้อง

เมแกนspecial contentเจ้าชายแฮร์รี่สมเด็จพระราชินีเอลิซาเบธที่2ราชวงศ์อังกฤษอังกฤษบูลลี่โอปราห์ วินฟรีย์ข่าวต่างประเทศข่าวต่างประเทศล่าสุดข่าวต่างประเทศวันนี้premium content

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันอังคารที่ 13 เมษายน 2564 เวลา 19:37 น.