วันนี้ “จีน” ไม่มี “คนจน” “สี จิ้นผิง” ประกาศชัยชนะ

ข่าว

    วันนี้ “จีน” ไม่มี “คนจน” “สี จิ้นผิง” ประกาศชัยชนะ

    ซูม
    5 มี.ค. 2564 05:01 น.
    SHARE

    วันนี้ “จีน” ไม่มี “คนจน” “สี จิ้นผิง” ประกาศชัยชนะ

    ซูม

    5 มี.ค. 2564 05:01 น.

    เมื่อปลายๆเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ได้กล่าวในที่ประชุมพรรคคอมมิวนิสต์อย่างภาคภูมิใจว่า ประเทศจีนของท่านสามารถเอาชนะความยากจนข้นแค้นอย่างที่สุดได้สำเร็จแล้วในปี ค.ศ.2020 หรือ พ.ศ.2563 ที่ผ่านมานี้เอง

    เมื่อคนยากจนข้นแค้นกลุ่มสุดท้ายของจีนมีรายได้สูงขึ้นเหนือ 4,000 หยวนต่อปี หรือ 18,700 บาท อันเป็นเส้นวัดความยากจนของประเทศได้ครบถ้วนในที่สุด

    ย้อนหลังไปเมื่อปี ค.ศ.2013 หรือ พ.ศ.2553 ประธานาธิบดีสีออกมาแถลงตัวเลขจำนวนคนยากจนของจีนว่า ยังมีอยู่ถึง 98.99 ล้านคน กระจายอยู่ในเทศมณฑล 832 แห่งทั่วประเทศ

    รัฐบาลจีนจึงขอประกาศเป็นเป้าหมายว่า ภายใน ค.ศ.2020 จีนจะพัฒนาคนจนทั้งหมดให้ก้าวพ้นเส้นความยากจนให้จงได้

    ในที่สุดท่านก็ทำได้ จึงได้ออกมาแถลงในการประชุมพรรคคอมมิวนิสต์ เมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ถึงความสำเร็จดังกล่าว

    ประธานาธิบดี สี จิ้นผิง กล่าวต่อที่ประชุมใหญ่พรรคคอมมิวนิสต์ ตอนหนึ่งว่า “การขจัดความยากจนอย่างที่สุด คือเกียรติสูงสุดของพรรคคอมมิวนิสต์ และประชาชน...เป็นวาระของมวลมนุษยชาติที่สมควรได้รับการบันทึกไว้เป็นประวัติศาสตร์”

    ข้อมูลทั้งหลายทั้งปวงข้างต้นนี้ ผมสรุปมาจากข่าวของ “เมเนเจอร์ออนไลน์” เมื่อ 2 วันก่อน ต้องขอขอบคุณไว้ ณ ที่นี้

    ผมอ่านข่าวนี้หลายเที่ยว อ่านจบแล้วก็อดมิได้ที่จะต้องกล่าวแสดงความยินดีแก่ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง และสาธารณรัฐประชาชนจีน ที่ประสบความสำเร็จอย่างใหญ่หลวงในการพัฒนาประเทศ

    ที่สำคัญข่าวนี้แสดงให้เห็นว่า ตลอดเวลาที่จีนเดินหน้าไปสู่ความสำเร็จจากประเทศที่เคยยากจน สามารถไต่ระดับขึ้นมาเป็นประเทศที่มีขนาดเศรษฐกิจใหญ่เป็นที่ 2 ของโลก รองจากสหรัฐฯเท่านั้น...จีนมิได้ทอดทิ้งคนยากคนจนเลย

    เป็นที่ทราบกันดีแล้วว่า แนวความคิดเรื่องกำหนดเส้นวัดความยากจนของแต่ละประเทศ ว่าควรอยู่ที่เท่าใด ผู้คนของประเทศนั้นจึงจะพออยู่ พออาศัยได้อย่างมีความสุขตามอัตภาพ เป็นความริเริ่มของธนาคารโลก

    มีการแนะนำให้ประเทศต่างๆกำหนดเส้นวัดความยากจนขึ้นมา อย่างประเทศไทยเรา ก็นำมาใช้ตั้งแต่แผนพัฒนาฉบับที่ 5 พ.ศ.2525-2529 สมัยป๋าเปรมเป็นนายกรัฐมนตรี และทุกวันนี้ก็ยังใช้อยู่และขยับเส้นวัดขึ้นมาเรื่อยๆตามอัตราค่าครองชีพที่ผันแปรไปตามช่วงเวลา

    แต่น่าเสียดายที่ของเรายังเป็นตัวเลขลอยๆอยู่ไม่สามารถจะบอกได้ว่าคนจนจริงๆคือใคร? อยู่ที่ไหน?

    พอจะหาคนจนเพื่อรับแจกเงินก็วุ่นไปหมดดังที่เกิดขึ้นเมื่อ 2-3 ปีก่อน...เพราะมีคน “อยากจน” หรือ “แกล้งจน” แฝงเข้ามารับสิทธิ์แทนคนจนจำนวนมาก

    ในขณะที่ของจีนเขาชี้เป้าได้ว่า มีกี่คน? อยู่ที่ไหน? แล้วก็พุ่งไปให้ความช่วยเหลือจนในที่สุดก็สอบผ่านมีรายได้เกินเส้นวัดความยากจน 4,000 หยวนต่อปี ครบ 100 เปอร์เซ็นต์ ในที่สุด

    อย่างไรก็ตาม เราจะต้องเข้าใจด้วยว่า ปัญหาของการพัฒนาประเทศนั้นไม่มีวันสิ้นสุด เมื่อแก้ปัญหาหนึ่งได้ก็ต้องมีอีกปัญหาอื่นๆตามมา

    ทุกวันนี้อาจพูดได้ว่าจีนไม่มีคนจนแล้วจากตัวเลขข้อมูลที่ว่า...แต่ถ้าถามต่อไปว่า...แล้วช่องว่างระหว่างคนรวยสุดของจีนกับคนที่เพิ่งผ่านเส้นวัดความยากจนเป็นอย่างไร?

    ก็คงได้คำตอบว่า น่าจะเป็นปัญหาที่รัฐบาลจีนจะต้องแก้ต่อไป เพราะรายได้ของคนรวยของจีนวันนี้เทียบกับคนที่เพิ่งผ่านเส้นวัดความยากจนน่าจะต่างกันราวฟ้ากับดิน

    ข่าวล่าสุดบอกว่า ปีที่ผ่านมาเศรษฐีจีนที่มีรายได้ทะลุ 1 พันล้านดอลลาร์ หรือ 33,000 ล้านบาทต่อปี มีจำนวนถึง 1,058 คน มากที่สุดในโลก มากกว่าสหรัฐฯที่มีแค่ 696 คน ถึง 362 คน เลยทีเดียว

    มหาเศรษฐีอันดับ 1 ของจีนก็คือ คุณ จง ซานซาน มีทรัพย์สิน 85,000 ล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 2,550,000 ล้านบาท เทียบกับเส้นวัดความยากจน 4,000 หยวน หรือ 18,700 บาท ก็เห็นจะต่างกันลิบลับ

    สรุปก็คือคนจนเมืองจีนอาจไม่มีแล้ว แต่ช่องว่างระหว่างคนรวยสุดๆกับคนเพิ่งหายจนของจีนยังห่างกันมาก

    จะเป็นปัญหาของจีนต่อไปหรือไม่ในอนาคต คงต้องติดตามกันต่อไปครับ.

    “ซูม”

    อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

      แท็กที่เกี่ยวข้อง

      สี จิ้นผิงจีนคนจนไม่มีคนจนเศรษฐีจีนเหะหะพาทีซูม

      คุณอาจสนใจข่าวนี้

      thairath-logo

      ApplicationMy Thairath

      ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
      Trendvg3 logo
      Sonp logo
      inet logo
      วันพฤหัสที่ 28 ตุลาคม 2564 เวลา 20:50 น.
      ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
      เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์