ไลฟ์สไตล์
100 year

กองทัพสหรัฐฯ ผ่อนคลายกฎทรงผมทหารหญิง เคารพสิทธิ และความเท่าเทียมทางเพศ

ไทยรัฐออนไลน์
3 มี.ค. 2564 08:00 น.
SHARE

กองทัพสหรัฐฯ ผ่อนคลายกฎทรงผมทหารหญิง เคารพสิทธิ และความเท่าเทียมทางเพศ

ไทยรัฐออนไลน์

3 มี.ค. 2564 08:00 น.
  • กองทัพแห่งสหรัฐอเมริกาได้ออกมาประกาศเปลี่ยนกฎสำหรับเหล่าทหารหญิง โดยเฉพาะเรื่องของการทาลิปสติก และทรงผมที่มีความยืดหยุ่นมากขึ้น ซึ่งนับเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ
  • เหตุผลสำคัญที่กองทัพมีการเปลี่ยนกฎครั้งนี้ คือการแสดงออกถึงความเท่าเทียมและความหลากหลาย และส่งเสริมเสรีภาพในการแสดงออก
  • การเปลี่ยนแปลงเหล่านี้เกิดขึ้นเพียงไม่กี่วันหลังจากที่ประธานาธิบดี โจ ไบเดน เพิ่งยกเลิกการคว่ำบาตรคนข้ามเพศในกองทัพสหรัฐฯ

การเปลี่ยนแปลงในกองทัพสหรัฐฯครั้งนี้ ได้สร้างมาตรฐานใหม่ให้แก่โลกในยุคปัจจุบันที่มักจะพูดถึงความเท่าเทียมและความหลากหลาย โดยการเริ่มกฎระเบียบใหม่ที่เปิดกว้างมากขึ้นสำหรับผู้หญิง สอดคล้องไปกับนโยบายของนายโจ ไบเดน ผู้นำสหรัฐฯที่ให้ความสำคัญกับความเท่าเทียมและความหลากหลายตามที่เขาได้หาเสียงไว้ โดยเขาเพิ่งประกาศยกเลิกการคว่ำบาตรคนข้ามเพศในกองทัพสหรัฐฯ หลังขึ้นดำรงตำแหน่งผู้นำประเทศเพียงไม่นาน

ข่าวแนะนำ

สำหรับกฎระเบียบใหม่สำหรับทหารหญิง จะทำให้พวกเธอสามารถทาลิปสติก หรือทาเล็บได้ รวมไปถึงการทำทรงผมที่หลากหลายมากขึ้น ไม่จำกัดแค่การรวบตึงและเก็บปลายผมขดไว้ที่ท้ายทอยอย่างเดียว ซึ่งแม้จะเป็นเรื่องของรูปลักษณ์ภายนอก แต่นัยสำคัญก็คือเสรีภาพในการแสดงออก และเป็นการสนับสนุนให้ผู้หญิงเข้ามาร่วมในกองทัพให้มากขึ้นด้วย

ในมุมมองของสมาชิกกองกำลังพิทักษ์มาตุภูมิหญิงของสหรัฐฯ นาวาเอก หญิง จาวานา แม็คแฟดเด็น มองว่า การเข้มงวดกับเรื่องทรงผมของทหารหญิงดูจะไม่ใช่เรื่องจำเป็นเลย การผ่อนปรนกฎนี้ นอกจากจะให้เกียรติในฐานะของผู้หญิงคนหนึ่งแล้ว แต่เป็นการเปิดทางให้เธอได้ปฏิบัติหน้าที่ทหารอย่างเต็มภาคภูมิด้วย โดยส่วนตัวแล้วเธอมีผมเป็นลอนหยิกและมันฟูมาก แต่ตลอด 22 ปีที่เธอมารับใช้ชาติ เธอจะต้องใช้เจลและหวีร้อน เพื่อทำให้ผมเรียบก่อนจะรวบเป็นมวยไว้ด้านหลังตามระเบียบเดิม ซึ่งมวยผมเจ้ากรรม มักจะทำให้เธอมีปัญหาเวลาสวมหมวก เพราะหมวกมักจะไหลไปปิดตาเธอ เมื่อเธอต้องอยู่ในท่าเตรียมพร้อมต่อสู้ ทำให้เธอแทบจะมองไม่เห็นอะไรเลย ซึ่งนี่เป็นเพียงหนึ่งในมุมมองของผู้ปฏิบัติงานที่ชี้ให้เห็นจุดอ่อนของระเบียบดังกล่าว

สำหรับการผ่อนคลายกฎระเบียบนี้ ส่งผลให้เหล่าทหารหญิงสามารถมัดผมหางม้าสั้นได้ตลอดเวลา หรือหางม้ายาวในระหว่างการรบและการฝึก หากผมมวยส่งผลกระทบต่ออุปกรณ์การฝึก หรือรบกวนการฝึก ไม่ใช่แค่ผมรองทรงเกรียน หรือการรวบตึงเป็นมวยด้านหลังเพียงอย่างเดียว โดยจะมีผลกับกองกำลังทหารและกองกำลังพิทักษ์มาตุภูมิที่เป็นผู้หญิง ที่มีอยู่ถึง 127,000 คนในเวลานี้ โดยการยอมปรับเปลี่ยนแสดงให้เห็นว่ากองทัพตระหนักว่าผู้หญิงสามารถเป็นทหารได้โดยที่ยังคงเป็นตัวของตัวเอง และพร้อมที่จะรับฟัง รวมทั้งพร้อมที่จะปรับตัวเพื่อรับกับความเปลี่ยนแปลง ไม่ใช่ให้ผู้หญิงพยายามปรับตัวให้เหมือนผู้ชายเท่านั้น

นอกจากเรื่องของทรงผมแล้ว กฎระเบียบใหม่ยังอนุญาตให้ทหารหญิงสามารถทำไฮไลต์สีผม และทาลิปสติกสีสุภาพ รวมทั้งทาสีเล็บได้ ตราบใดที่ไม่เป็นสีที่แฟชั่นหรือฉูดฉาดจนเกินความเหมาะสมไป รวมทั้งยังสามารถสวมต่างหูเม็ดเดียวได้ในเวลาที่ไม่ใช่การฝึกภาคสนาม หรือออกรบ

ที่สำคัญไปกว่านั้น นี่คือครั้งแรกที่มีการผ่อนคลายกฎที่เกี่ยวเนื่องกับการให้นมบุตร โดยทหารหญิงที่ยังต้องปั๊มน้ำนมให้กับบุตร จะได้รับอนุญาตให้สวมเสื้อชั้นในพิเศษภายใต้เสื้อคลุมลายพราง และสามารถปลดกระดุมเครื่องแบบโดยไม่ต้องหาผ้ามาคลุม เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่พวกเธอให้สามารถให้นมบุตรได้ทุกที่อีกด้วย

ย้อนไปในอดีต กองทัพได้ยอมรับผู้หญิงเข้าร่วมมาตั้งแต่สมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 แต่ส่วนใหญ่จะถูกบรรจุอยู่ในหน่วยพยาบาล หรือเสมียนและเลขาเท่านั้น และยังคงปิดกั้นโอกาสของเพศหญิงอย่างมาก โดยหากบุคลากรหญิงตั้งครรภ์จะถูกให้ออกจากกองทัพทันที จนกระทั่งในปี 1972 จึงเกิดการเปลี่ยนแปลงกฎข้อนี้ เนื่องจากรูธ กินส์เบิร์ก ตุลาการหญิง ช่วยต่อสู้เรียกร้องความยุติธรรมให้แก่ทหารหญิง และนับตั้งแต่นั้นมา จำนวนของผู้หญิงในกองทัพก็เติบโตเพิ่มขึ้น จากที่มีอยู่ราว 2 เปอร์เซ็นต์ กลายไปเป็น 15 เปอร์เซ็นต์ และมีการส่งเสริมให้เพศหญิงได้มีโอกาสเติบโตในกองทัพและได้เข้าร่วมในหน่วยสู้รบได้ ขณะเดียวกันกองทัพสหรัฐฯก็มีการเปิดทางให้ผู้หญิงผิวดำเข้าร่วมกับกองทัพมากถึง 1 ใน 3 ของผู้หญิงในกองทัพทั้งหมด แม้ว่าประชากรหญิงผิวดำจะมีเพียง 15 เปอร์เซ็นต์ของประชากรหญิงทั้งประเทศก็ตาม

สำหรับเบื้องหลังที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงกฎระเบียบนี้ขึ้นมา เป็นเพราะการรวบรวมรายชื่อของสมาชิกในกองทัพตั้งแต่ระดับล่างไปจนถึงระดับสูง ซึ่งประกอบไปด้วย ผู้หญิงผิวดำ 10 คน ผู้หญิงผิวขาว 4 คน ผู้หญิงเชื้อสายฮิสแปนิก 1 คน ชายเชื้อสายฮิสแปนิก 1 คน และชายผิวดำ 1 คน ที่มีการรวบรวมข้อมูลจากผู้เชี่ยวชาญด้านการแพทย์ เพื่อระบุว่า การรวบตึงมัดผมมวยไว้ ทำให้เผชิญกับภาวะผมร่วง ปวดศีรษะ และนำไปสู่ปัญหาอื่นๆ ที่กระทบต่อความเป็นอยู่ และประสิทธิภาพในการปฏิบัติหน้าที่ของทหารได้

นอกจากนี้กองทัพยังมีแผนเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงกฎของทหารชายในอนาคตด้วยเช่นกัน โดยเฉพาะเรื่องของการไว้หนวดที่มีการร้องเรียนมาทุกสัปดาห์ แม้ว่าตอนนี้กองทัพจะมีการยกเว้น อนุญาตให้ทหารชายจำนวน 550 คน สามารถไว้หนวดได้ตามเหตุผลทางศาสนาก็ตาม โดยจะมีการนำเรื่องนี้มาพิจารณาอย่างจริงจังในที่ประชุมอีกครั้ง ก่อนจะแจ้งให้ทราบหากมีการเปลี่ยนแปลงต่อไป ซึ่งเป็นการตอกย้ำถึงความยืดหยุ่น และพร้อมรับกับการเปลี่ยนแปลง ให้เข้ากับยุคสมัยที่ทุกอย่างล้วนต้องปรับตัวอย่างรวดเร็วเพื่อความอยู่รอดต่อไป.

ผู้เขียน : อาจุมม่าโอปอล

ที่มา : เอพีนิวส์ดอทคอม, นิวยอร์กเดลี่นิวส์ดอทคอม, นิวยอร์กไทมส์ดอทคอม

แท็กที่เกี่ยวข้อง

กองทัพสหรัฐฯspecial contentกองทัพสหรัฐผ่อนปรนกฎระเบียบอนุญาตทหารหญิงทำสีผมคลายกฎระเบียบเรื่องทรงผมข่าวต่างประเทศข่าวต่างประเทศล่าสุดเปิดโอกาสทหารหญิงpremium content

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันจันทร์ที่ 12 เมษายน 2564 เวลา 11:21 น.