ไลฟ์สไตล์
100 year

เตรียมรับมือหลังโควิด-19

นิติการุณย์ มิ่งรุจิราลัย
1 มี.ค. 2564 05:06 น.
SHARE

เตรียมรับมือหลังโควิด-19

นิติการุณย์ มิ่งรุจิราลัย

1 มี.ค. 2564 05:06 น.

หลายสัปดาห์ที่ผ่านมา ผมได้ข่าวเรื่องนักธุรกิจอินเดียและจีน ที่มีตัวแทนอยู่ในเมืองไทยวิ่งซื้อโรงแรมและอสังหาริมทรัพย์ตามทำเลทองในราคาที่ถูกมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเมืองท่องเที่ยวอย่างเชียงใหม่ พัทยา ภูเก็ต เกาะช้าง เกาะสมุย ฯลฯ ภาวะเศรษฐกิจ ที่ตกต่ำย่ำแย่ทั้งจากฝีมือการบริหารผสมกับวิกฤติโควิด-19 ทำให้ทรัพย์สมบัติของคนไทยที่ใช้เวลาสะสมกันมานับชั่วอายุคน ตกไป อยู่ในมือของกลุ่มทุนต่างชาติในราคาแสนถูก

หลังวิกฤติโควิด-19 เมื่อการท่องเที่ยวฟื้นแล้ว เงินจากการท่องเที่ยวแม้ว่าจะมีมาก แต่ก็มากเพียงตัวเลขที่รัฐบาลเอาไปใช้คุยโม้ โอ้อวด ทว่าเม็ดเงินจำนวนมากเหล่านี้อาจจะไม่ได้อยู่ในมือคนไทย เหมือนกับที่รัฐเคยโม้ว่าไทยเป็นประเทศผลิตรถยนต์เบอร์ต้นของโลก โดยแท้ที่จริง เจ้าของบริษัทผลิตรถยนต์เหล่านั้น ไม่ใช่คนไทย แต่เป็นบริษัทญี่ปุ่น เราได้เพียงค่าแรงงานประมาณร้อยละ 10 และภาษีอีกเล็กน้อย ส่วนเงินที่เหลือก็เข้ากระเป๋านายทุนต่างชาติ

ข่าวแนะนำ

ถ้าอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวอยู่ในมือของนายทุนต่างชาติ เราเป็นแค่สถานที่รองรับ เป็นเจ้าของทรัพยากรธรรมชาติ เจ้าของเกาะ ทะเล หาดทราย น้ำตก ฯลฯ นายทุนข้ามชาติไม่ต้องลงทุนทรัพยากรการท่องเที่ยวเหล่านี้เลย แต่สามารถเข้ามาใช้ได้อย่างเสรี นอกจากนั้น ยังใช้ต้นทุนชื่อเสียงทางด้านการท่องเที่ยวของไทยในการทำธุรกิจ ได้เงินแล้วก็โกยออกไป

ไทยเราอาจจะได้ค่าแรงคนขับรถ คนทำความสะอาด พ่อครัว บริกร ฯลฯ รวมกันแล้วไม่กี่สิบเปอร์เซ็นต์ ทุกอย่างในโลกนี้เมื่อใช้แล้วก็มีค่าสึกหรอ รวมทั้งทรัพยากรการท่องเที่ยวและต้นทุนชื่อเสียงของประเทศ ซึ่งก็ไม่แน่ใจว่าจะคุ้มหรือไม่

หากโรงแรม รีสอร์ต คอนโดมิเนียม และสิ่งอำนวยความสะดวก ทางการท่องเที่ยวเป็นของคนไทย (เหมือนสถานการณ์ก่อนโควิด-19) ก็คุ้มครับ เพราะอย่างไรเงินก็หมุนอยู่ในประเทศไทย เท่าที่ผมฟังเสียงโอดโอยโหยหวนของเจ้าของโรงแรมและรีสอร์ต ส่วนใหญ่น้อยใจรัฐบาล และธนาคารพาณิชย์ที่ไม่ช่วยเหลืออย่างจริงใจ ใช้มาตรการทางกฎหมายฟ้องร้องและยึดสินทรัพย์ ทำให้เจ้าของคนไทยต้องรีบปล่อยขายในราคาถูก

หากตามอ่านการแก้ปัญหาที่เกิดจากวิกฤติโควิด-19 ของประเทศ ต่างๆ รัฐบาลและธนาคารของหลายประเทศร่วมกันกระโจนลงมาช่วย ผู้ประกอบการอย่างสุดลิ่มทิ่มประตู บริหารจัดการเหมือนอยู่ในภาวะ สงครามที่ช่วยกันรบอย่างเต็มที่ เพื่อไม่ให้ผู้ประกอบการล้มหาย ตายจาก เขียนให้เข้าใจง่ายก็คือ เพื่อไม่ให้เสียเมือง ถ้าข้าศึกเข้ามา โจมตียึดเมืองได้เมื่อใด ทุกคนก็อยู่ในภาวะบ้านแตกสาแหรกขาด ไม่มีที่ทำกินและต่อมาก็จะกลายเป็นภาระของสังคม

หลายประเทศแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจหลังวิกฤติโควิด-19 ได้อย่างไวและมีประสิทธิภาพ มีการรีบฉีดวัคซีนให้ ประชากรของตนอย่างเร็ว เมื่อฉีดได้ครอบคลุมคนจำนวนมากแล้ว รัฐบาลก็รีบแถลงนโยบายโรดแมปฟื้นฟูเศรษฐกิจเพื่อให้ประชาชนเกิดความเชื่อมั่น

ข้อมูลจากเว็บไซต์เอาร์เวิลด์อินดาตา 22 กุมภาพันธ์ 2564 ชาวอิสราเอล 100 คน ได้รับการฉีดวัคซีนแล้ว 87.06 คน แต่เดิม สถานที่ต่างๆ ในอิสราเอลถูกล็อกดาวน์ถึง 3 ครั้ง ทำให้เศรษฐกิจ เงียบชะงักงัน พอประชาชนส่วนใหญ่ได้รับวัคซีนโควิด-19 อย่างน้อย 1 โดสแล้ว รัฐบาลอิสราเอลก็รีบเปิดสถานที่ต่างๆ โดยมีมาตรการป้องกันโรคอย่างเข้มงวดกวดขันที่สุด

คนอิสราเอลที่ฉีดวัคซีนแล้วก็จะมี green badge หรือ ‘สัญลักษณ์เขียว’ ซึ่งทำหน้าที่เป็น ‘พาสปอร์ตวัคซีน’ ในรูปแบบ แอปพลิเคชันเป็นเอกสารรับรองว่าบุคคลนั้นได้ฉีดวัคซีนครบถ้วนหรือมีภูมิคุ้มกันเพราะเคยติดเชื้อและรักษาหายแล้ว แต่ละสถานที่ ที่เปิดจะรับเฉพาะคนที่มีพาสปอร์ตวัคซีน โดยหน่วยงานท้องถิ่นของแต่ละเมืองเป็นผู้ตัดสินใจว่าสถานที่ใดต้องใช้ตราเขียว

นี่คือความพยายามในการฟื้นฟูเศรษฐกิจ ฟื้นฟูโดยให้ทุกอย่าง กลับมาเปิดดำเนินกิจการได้ตามปกติอย่างเร็วที่สุด

วันเวลาหมุนเวียนเปลี่ยนไป วิกฤติโควิด-19 พัดผ่านไปแล้ว โรงแรม รีสอร์ต อาคารบ้านช่องในแผ่นดินอิสราเอลยังอยู่กับคนอิสราเอลเหมือนเดิม.

นิติการุณย์ มิ่งรุจิราลัย
songlok1997@gmail.com

แท็กที่เกี่ยวข้อง

โควิด-19ผลกระทบโควิดการท่องเที่ยวอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวนายทุนต่างชาติอสังหาริมทรัพย์เปิดฟ้าส่องโลกนิติการุณย์ มิ่งรุจิราลัย

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันจันทร์ที่ 19 เมษายน 2564 เวลา 09:42 น.