ไลฟ์สไตล์
100 year

สินทรัพย์ดิจิทัลเสี่ยง?

นิติการุณย์ มิ่งรุจิราลัย
26 ก.พ. 2564 05:03 น.
SHARE

สินทรัพย์ดิจิทัลเสี่ยง?

นิติการุณย์ มิ่งรุจิราลัย

26 ก.พ. 2564 05:03 น.

มีผู้คนสอบถามเรื่องบิตคอยน์กันมากในอีเมล songlok1997@gmail.com  และไลน์ไอดี @ntp59 ผมเข้าใจว่าหลายท่านอาจจะกำลังลงทุนซื้อบิตคอยน์และเงินสกุลดิจิทัลอื่นกันอยู่ ผมขออนุญาตไม่ออกความเห็นครับ ถ้าผมบอกว่าไม่ควรลงทุน หากต่อไปบิตคอยน์ดี ท่านก็จะเสียโอกาส หากผมบอกว่าบิตคอยน์ดี ท่านไปลงทุนแล้วเสียหาย ท่านก็อาจจะโยนความผิดมาที่ผม

ขออนุญาตนำประโยคของผู้คนระดับโลกมารับใช้ดีกว่า นางเจเน็ต เยลเลน รัฐมนตรีคลังสหรัฐฯ เตือนเมื่อ 22 กุมภาพันธ์ 2564 ว่าความกังวลของตนก็คือ บิตคอยน์มักจะถูกใช้ไปในทางผิดกฎหมาย บิตคอยน์เป็นสินทรัพย์ที่มีการเก็งกำไรสูง คนลงทุนก็ต้องคิดถึงความผันผวนของราคาที่เดี๋ยวขึ้นเดี๋ยวลง ซึ่งอาจทำให้นักลงทุนขาดทุนมโหฬารได้

ข่าวแนะนำ

ปกติบิตคอยน์ดังอยู่แล้ว ทว่ามาดังแบบพุ่งกระฉูดส่งตูดจัมโบ้ก็ตอนที่อีลอน มัสก์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของเทสลาอิงค์ประกาศเมื่อ 8 กุมภาพันธ์ 2564 ว่าจะลงทุนในบิตคอยน์ 1.5 พันล้านดอลลาร์ (4.5 หมื่นล้านบาท) แถมยังบอกว่า ลูกค้าที่ซื้อรถเทสลาและผลิตภัณฑ์อื่นของบริษัทสามารถชำระด้วยบิตคอยน์ได้

ผมเห็นคล้ายกับนางเยลเลนว่าบิตคอยน์เสี่ยงเกินไป เพราะการขึ้นลงของราคาขึ้นอยู่กับคำพูดของคนบางคน (ผู้ที่อาจจะมีผลประโยชน์อยู่กับการขึ้นลงของราคาบิตคอยน์) เช่น คำพูดไม่กี่ประโยคของนายมัสก์ ทำให้ราคาบิตคอยน์ในวันที่แกพูดพุ่งกว่า 4.4 หมื่นดอลลาร์สหรัฐฯต่อ 1 บิตคอยน์ เพียงตูมเดียว บริษัทเทสลาทำกำไร 1 พันล้านดอลลาร์ (3 หมื่นล้านบาท) ผ่านปีใหม่มาไม่ถึง 2 เดือน มูลค่าบิตคอยน์พุ่งกระฉูดปรู๊ดปร๊าดมากถึงร้อยละ 200

2 สัปดาห์ต่อมา 22 กุมภาพันธ์ 2564 นายมัสก์บอกว่าราคาบิตคอยน์อยู่ในระดับสูงเกินไป ราคาบิตคอยน์ก็รูดมหาราช บางคนขาดทุนกันถึงร้อยพันล้านบาท บิตคอยน์สร้างอภิพญามหาเศรษฐีได้เพียงชั่วข้ามคืน แต่ก็ทำให้เศรษฐีเป็นยาจกได้อย่างเร็วรวดพรวดพราดเหมือนกัน

ไม่ต้องดูใครดอกครับ ก่อน 22 กุมภาพันธ์ นายมัสก์เป็นคนรวยที่สุดในโลก หลังจากพูดจาไม่กี่ประโยค หุ้นเทสลาร่วงถึงร้อยละ 8.6 ทำให้มูลค่าทรัพย์สินของนายมัสก์หายไป 1.52 หมื่นล้านดอลลาร์ (4.5 แสนล้านบาท) เหลือเพียง 1.83 แสนล้านดอลลาร์ คนที่ตั้งบริษัทแอมะซอนอย่างเจฟ เบซอส ซึ่งมีทรัพย์สิน 1.86 แสนล้านดอลลาร์ ก็ขึ้นมาเป็นคนที่รวยที่สุดในโลกแทน

ปีใหม่ พ.ศ. 2560 ราคาบิตคอยน์อยู่ที่ 1,000 ดอลลาร์ พอถึงเดือนธันวาคม 2560 ราคาก็พุ่งไปถึง 1.8 หมื่นดอลลาร์ ตอนนั้น มีคนทำนายทายว่าราคาจะต้องเขยิบไปแตะ 2 หมื่นดอลลาร์แน่นอน ทว่า เวลาหมุนเวียนเปลี่ยนไปได้ไม่ถึง 2 เดือน กุมภาพันธ์ 2561 อ้าว ราคาบิตคอยน์ร่วงลงมาเหลือ 9,000 ดอลลาร์ และเมื่อถึงธันวาคม 2561 เฮ้ย เหลือเพียง 4,000 ดอลลาร์

ใครที่ตามบิตคอยน์มาตั้งแต่ต้นจนถึงปัจจุบันก็คงจะนึกออกนะครับ ว่าบางปี มูลค่าบิตคอยน์ร่วงลงมากถึงร้อยละ 49 บางปี ภายในเวลา 3 วัน ราคาบิตคอยน์ร่วงลงพรวดเดียวร้อยละ 83 ที่เป็นอันตรายมากมายก็คือ ต่อไปในอนาคต ถ้านักลงทุนรายใหญ่เกิดบ้าตัดสินใจแลกบิตคอยน์มาเป็นดอลลาร์ อ้า วันนั้น ราคาบิตคอยน์จะร่วงกราวรูด นรกของแท้แน่นอนจะอุบัติ

ไม่ใช่เฉพาะรัฐมนตรีคลังเยลเลนเท่านั้นที่กังวลเรื่องบิตคอยน์จนต้องออกมาเตือน นักวิเคราะห์ของเจพี มอร์แกน วินซ์ มาร์ติน และอีกมากมายหลายแห่งที่สัมผัสกับตลาดเงินตลาดทุนมานาน ก็ออกมาเตือนคนที่จะลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัลอย่างบิตคอยน์ว่า โปรดระวังให้มาก

อันตรายที่สุดก็คือคนที่กระโจนเข้าไปลงทุนในธุรกิจที่ตัวเองไม่มีความรู้ อ่านแต่โซเชียลมีเดีย เห็นคนโน้นรวย คนนี้รวย เห็นเขารวยก็ตื่นเต้นจนตาถลนออกมานอกเบ้า เอ้า ไปกู้หนี้ยืมสินมาลงทุนตามเขา พอมีปัญหาขึ้นมาก็สิ้นเนื้อประดาตัว.

แท็กที่เกี่ยวข้อง

เปิดฟ้าส่องโลกนิติการุณย์ มิ่งรุจิราลัยบิตคอยน์เงินบิตคอยน์เงินดิจิทัลเงินสกุลดิจิทัลลงทุน

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันจันทร์ที่ 19 เมษายน 2564 เวลา 13:22 น.