ไลฟ์สไตล์
100 year

จับตาจีนสัมปทานปลูกทุเรียนใน สปป.ลาว

นิติการุณย์ มิ่งรุจิราลัย
24 ก.พ. 2564 05:03 น.
SHARE

จับตาจีนสัมปทานปลูกทุเรียนใน สปป.ลาว

นิติการุณย์ มิ่งรุจิราลัย

24 ก.พ. 2564 05:03 น.

ระหว่างเสาร์ 14-อังคาร 17 กรกฎาคม 2561 ผมติดตาม ร.ต.อ. ดร. นิติภูมิธณัฐ มิ่งรุจิราลัย ซึ่งนำคณะเพื่อนไลน์ไอดี @ntp59 จำนวน 40 คน เดินทางไปวังเวียงซึ่งเป็นเมืองตรงกลางระหว่างนครหลวงเวียงจันทน์กับหลวงพระบาง ตระเวนไปตามสวนผลไม้ต่างๆ ซึ่งให้ผลผลิตมาหลายปีแล้ว ทั้งทุเรียน เงาะ มังคุด ลางสาด ลองกอง ฯลฯ เป็นสวนผลไม้ที่คนไทยไปเห็นแล้วก็แปลกประหลาดใจ เพราะไม่เคยคิดมาก่อนว่าแผ่นดิน สปป.ลาวจะปลูกผลไม้ได้หลากหลาย และมีผลผลิตที่สมบูรณ์มาก

ในระหว่างนั้นพวกเราได้ไปเยือนสถานที่ต่างๆ ซึ่งกำลังสร้างทั้งสถานีรถไฟจากชายแดนลาว-จีนไปยังนครหลวงเวียงจันทน์ ซึ่งช่วง พ.ศ.2561 การสร้างทางไปได้กว่าร้อยละ 70 แล้ว คณะยังไปเยี่ยมเยือนการก่อสร้างมอเตอร์เวย์สายเวียงจันทน์-หลวงพระบาง ซึ่งในขณะนั้นไปได้มากกว่าร้อยละ 80 เช่นกัน

ข่าวแนะนำ

เดือนกรกฎาคม 2561 อาจารย์นิติภูมิธณัฐนำคณะไปฟังบรรยายสรุปจากเจ้าเมืองและหัวหน้าหน่วยราชการฝ่ายต่างๆของเมืองหินเหิบ เรื่องการให้เช่าที่ดินสำหรับทำการเกษตร โดยเฉพาะอย่างยิ่งการทำสวนผลไม้ ตอนนั้นค่าเช่าต่อเฮกตาร์ถูกมาก ข้อมูลจากบรรดาข้าราชการเมืองหินเหิบยังทำให้เราทราบว่า นอกจากคณะของเราแล้ว ก็ยังมีคณะของคนจีนมาติดต่อขอเช่าพื้นที่ในเมืองและจังหวัดทางแถบนี้ด้วย

ที่ดินที่เป็นแหล่งเกษตรกรรมของ สปป.ลาวเป็นดินภูเขาไฟเก่า มีแหล่งน้ำสมบูรณ์ และเป็นแหล่งน้ำสะอาดซึ่งไหลจากเทือกเขาต่างๆลงสู่แม่น้ำโขง นอกจากนั้น เรายังได้ประชุมร่วมกับคุณพิพัฒน์พงษ์ จันทร์ดี กรรมการผู้อำนวยการ บจก.ไฟฟ้าน้ำลิก 1 ทำให้ทราบว่าเขื่อนนี้ลงทุนทั้งสิ้น 3,800 ล้านบาท ทำหน้าที่ผลิตกระแสไฟฟ้าให้ทางรัฐบาล สปป.ลาวและขายไฟฟ้าให้กับหลายประเทศรวมทั้งไทยด้วย อาจารย์นิติภูมิธณัฐเดินทางไปพักกับคุณพิพัฒน์พงษ์หลายครั้งตั้งแต่เริ่มก่อสร้าง จนกระทั่งเขื่อนน้ำลิก 1 สร้างเสร็จเรียบร้อย พอเขื่อนสร้างเสร็จก็ทำให้พื้นที่เหนือเขื่อนมีน้ำบริบูรณ์เพิ่มขึ้นยาวถึง 28 กิโลเมตร

เจ้าเมืองหินเหิบและรองผู้ว่าฯ นครหลวงเวียงจันทน์ เคยเดินทางมาจันทบุรีเพื่อดูกิจการทำสวนผลไม้และมีความประทับใจมาก อยากจะนำโมเดลการทำสวนผลไม้ของจันทบุรีนำไปใช้กับพื้นที่ในแขวงเวียงจันทน์ (จังหวัดเวียงจันทน์ พื้นที่ 15,927 ตร.กม. ไม่ใช่นครเวียงจันทน์ที่เป็นเมืองหลวง ที่มีพื้นที่ 3,920 ตร.กม.)

วันนี้มีข่าวว่านักลงทุนจีนขอสัมปทานที่ดินแขวงจำปาสักจากรัฐบาลจีน 2-3 หมื่นไร่ ทางกลุ่มนักธุรกิจจีนชุดนี้ต้องการปลูกทุเรียนพันธุ์พื้นเมืองและหมอนทองเพื่อป้อนตลาดจีน ซึ่งการขนส่งทำได้ง่ายกว่าทุเรียนจากประเทศไทยและกัมพูชาเพราะมีทางรถไฟที่สามารถตรงเข้าไปยังชายแดนจีน นอกจากนั้น ผลไม้จาก สปป.ลาวยังได้เปรียบเรื่องภาษีเพราะมีข้อตกลงการค้าเสรีกับหลายประเทศ เช่น จีน อิตาลี นิวซีแลนด์ ญี่ปุ่น อินเดีย ฯลฯ ทำให้ส่งออกทุเรียน และผลไม้อื่นได้ด้วยต้นทุนที่ต่ำกว่า และสามารถควบคุมคุณภาพตามที่ตลาดปลายทางต้องการ โดยเฉพาะอย่างยิ่งตลาดจีน

ข่าวนักลงทุนจีนขอสัมปทานปลูกทุเรียนใน สปป.ลาวครั้งนี้ เกษตรกรชาวไทยน่าจะนำมาศึกษารายละเอียดและปรับปรุง และเตรียมรับความเปลี่ยนแปลงที่กำลังเกิดขึ้นในภูมิภาคของเรา เพราะนักลงทุนชาวจีนมีทั้งทุน มีการค้นคว้าวิจัย และมีตลาด รวมทั้งได้รับการสนับสนุนอย่างเต็มที่จากธนาคารและรัฐบาลจีน

ผมเคยติดตามอาจารย์นิติภูมิธณัฐเดินทางไปซื้อเพทายหรือเซอร์คอนที่จังหวัดรัตนคีรีของประเทศกัมพูชา ซึ่งมีพรมแดนประชิดติดกับเวียดนาม กลุ่มเพื่อนกัมพูชาของอาจารย์ได้พาพวกเราไปตามสวนเงาะ ลำไย พริกไทย และสวนทุเรียนซึ่งเป็นการทำแบบเกษตรแปลงใหญ่ในพื้นที่อำเภอต่างๆของจังหวัดรัตนคีรี ทั้งที่เป็นเกษตรแปลงใหญ่ของชาวจีนซึ่งไปเช่าพื้นที่ 90 ปี ทั้งนักธุรกิจชาวกัมพูชาที่ถือทั้งสัญชาติกัมพูชาและยุโรปซึ่งเป็นผู้อพยพไปลงหลักปักฐานในประเทศอื่นตั้งแต่สมัยสงครามกลางเมืองกัมพูชา นักลงทุนเหล่านี้ไปลงหลักปักฐานในต่างประเทศจนมีภาษาต่างประเทศดี มีคอนเนกชัน มีตลาดและมีเทคโนโลยีขั้นสูง เมื่อสถานการณ์ในสหรัฐฯและยุโรปแย่ลง ก็กลับมาหาโอกาสทางการเกษตรในประเทศดั้งเดิมของตนเองและบรรพบุรุษ

เรื่องอย่างนี้ ต้องติดตามอย่างใกล้ชิดครับ เพื่อความอยู่รอดของเกษตรกรไทย.

นิติการุณย์ มิ่งรุจิราลัย
songlok1997@gmail.com

แท็กที่เกี่ยวข้อง

หน้าต่างโลกนิติการุณย์ มิ่งรุจิราลัยจีนลาวทุเรียนสวนผลไม้สัมปทานส่งออก

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันเสาร์ที่ 6 มีนาคม 2564 เวลา 05:21 น.