ประธานาธิบดีโจ ไบเดน ลุยทำงานทันที หลังทำพิธีสาบานตนรับตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ลงนามในอำนาจพิเศษฝ่ายบริหารของประธานาธิบดี รื้อนโยบายสมัยอดีตประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แล้วนับ 10 ฉบับ ในวันที่ 20-21 มกราคม ที่ผ่านมา หวังต่อสู้วิกฤติโควิด-19 ที่คร่าชีวิตชาวอเมริกันแล้วกว่า 4 แสนศพ
นอกจากนั้น ยังพาสหรัฐฯกลับมาร่วมมือกับประชาคมโลก ในการแก้ไขปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศ ลดภาวะโลกร้อน การรักษาสิ่งแวดล้อม ไปจนถึงการเปิดประตูรับพลเมืองจากประเทศมุสลิม เอื้ออาทรต่อผู้อพยพ และการขยายขอบเขตของกฎหมาย เพื่อปกป้องคุ้มครองกลุ่มผู้มีความหลากหลายทางเพศ (LGBTQ)
โจ ไบเดน ชี้เหตุผลที่เร่งทำงานทันทีหลังทำพิธีสาบานตนรับตำแหน่งประธานาธิบดีคนใหม่สหรัฐฯว่า ไม่ต้องการจะเสียเวลาในการแก้ไขปัญหาต่างๆ มากมายของประเทศ โดยเฉพาะการต่อสู้กับโควิด-19 อีกทั้งแผนรัฐบาลในการบริหารประเทศ คือยึดหลักวิทยาศาสตร์มาใช้ในการแก้ปัญหา ไม่ใช่การเล่นการเมือง
สำหรับนโยบายสำคัญที่ประธานาธิบดีไบเดนมีการลงนามในอำนาจพิเศษประธานาธิบดี เปลี่ยนแปลงจากนโยบายยุครัฐบาลอดีตประธานาธิบดีทรัมป์ อาทิ
1. ยุติสหรัฐฯถอนตัวจากองค์การอนามัยโลก และให้นายแพทย์แอนโธนี เฟาชี เป็นหัวหน้าคณะผู้แทนสหรัฐฯในองค์การอนามัยโลก
นอกจากนั้น ประธานาธิบดีไบเดน ยังออกมาตรการในการสู้กับการระบาดของโรคโควิด-19 โดยสั่งให้พนักงานและเจ้าหน้าที่ในหน่วยงานรัฐบาลกลางสหรัฐฯทั้งหมด เว้นระยะห่าง และสวมหน้ากากอนามัยเมื่ออยู่ในอาคาร
2. สหรัฐฯกลับเข้าเป็นภาคีความตกลงปารีส ร่วมแก้ปัญหาโลกร้อน ซึ่งกระบวนการนี้จะใช้เวลา 30 วัน
3. เพิกถอนใบอนุญาตสร้างท่อส่งน้ำมัน Keystone XL-สั่งหน่วยงานต่างๆ ทบทวนและเปลี่ยนนโยบายของทรัมป์ด้านสิ่งแวดล้อมกว่า 100 เรื่อง
4. ยุติก่อสร้างกำแพงกั้นชายแดนติดเม็กซิโก โดยการใช้ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินแห่งชาติสมัย รบ.ทรัมป์ เพื่อดึงเงินงบประมาณหลายพันล้านมาสร้าง
5. เปลี่ยนนโยบายทรัมป์สั่งห้ามไม่ให้พลเมืองที่ถือพาสปอร์ต 7 ชาติมุสลิม อาทิ อิหร่าน ลิเบีย ซีเรีย ซูดาน และชาติสำคัญหลายชาติเข้าประเทศสหรัฐฯ
6. ยกเลิกการขยายข้อบังคับใช้กฎหมายต่อผู้อพยพของทรัมป์.
ที่มา : CNN


