4 ปี “ทรัมป์” เหลือแต่อัปยศ อีกเพียงไม่กี่วันก็จะถึงวันสาบานตนรับตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯคนใหม่ของ “โจ ไบเดน” ที่ชนะการเลือกตั้งด้วยคะแนนท่วมท้น “โดนัลด์ ทรัมป์” ก็ต้องพ้นจากตำแหน่งในฐานะผู้แพ้ ไม่สามารถไปต่ออีก 4 ปีได้ ซึ่งอดีตผู้นำที่ผ่านมาส่วนใหญ่จะได้รับการเลือกตั้งบริหารประเทศต่อไปจนครบวาระ 8 ปี
ถ้าว่ากันไปตามครรลองยอมรับว่าแพ้ก็จบ
ปัญหาการเมืองของสหรัฐฯในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อครั้งนี้ถือว่าหนักหนาไม่น้อยเพราะเกิดความขัดแย้งในสังคมการเมืองมาอย่างต่อเนื่อง
การกล่าวหาอีกฝ่าย “โกงเลือกตั้ง” โดยไม่มีพยานหลักฐานมายืนยันเป็นวิธีการต่อสู้ที่ “ทรัมป์” นำมาใช้การปลุกระดมผู้สนับสนุนชุมนุมประท้วงจนเป็นเหตุความรุนแรงที่รัฐสภามีผู้เสียชีวิต 5 คน และบาดเจ็บอีกบางส่วน
แม้ “ทรัมป์” จะออกมาปฏิเสธว่าเขาไม่ได้สนับสนุนให้ใช้ความรุนแรง และยืนยันว่าพิธีสาบานตนเข้ารับตำแหน่งจะเป็นไปอย่างราบรื่น
แต่ไม่มีใครเชื่อถือ...
มีความเคลื่อนไหวสำคัญก็คือกลุ่มผู้สนับสนุน “ทรัมป์” ได้เคลื่อนไหวอย่างเปิดเผยนัดชุมนุมก่อนวันที่ 20 ม.ค.64 ซึ่งเป็นวันสาบานตนทุกรัฐทั่วประเทศและกรุงวอชิงตัน
นั่นทำให้สถานการณ์ปั่นป่วนไปทั้งประเทศ เพราะเกรงว่าจะเกิดเหตุรุนแรงและการถ่ายโอนอำนาจไม่ราบรื่น
ทางการเมืองบรรดานักการเมืองจึงหาวิธีที่จะกำจัด “ทรัมป์” ออกจากตำแหน่ง เนื่องจากยังมีอำนาจอยู่
หนึ่งก็คือการให้พ้นจากตำแหน่ง ซึ่งมีกฎหมายพิเศษและให้รองประธานาธิบดีเข้ารับตำแหน่งแทนแต่ได้รับการปฏิเสธไปแล้ว
“ไมค์ เพนซ์” รองประธานาธิบดีขึ้นเป็นประธานาธิบดีเพื่อเป็นการปลดทางอ้อม แต่เจ้าตัวบอกว่าไม่ต้องการให้เรื่องบานปลายไปมากกว่านี้
อีกมุมหนึ่งก็คือการถอดถอนซึ่งเป็นครั้งที่ 2 ปรากฏสภาผู้แทนฯเห็นชอบด้วย แต่ต้องให้วุฒิสภาลงมติเห็นด้วยมติ 2 ใน 3
ด้วยวิธีแก้ปัญหาด้วยการเมืองในระบบคงไม่สำเร็จและไม่ทันการณ์แล้วอย่างการถอดถอนวุฒิสภาจะประชุมกันใน
วันที่ 19 ม.ค.64 ก่อนพิธีสาบานตนเพียงวันเดียวก็คงไม่ได้แล้ว
มาตรการทางสภานั้นมุ่งให้ “ทรัมป์” พ้นจากตำแหน่งพ้นจากอำนาจ และยังปิดล้อมโดยปริยาย หากเขาถูกถอดถอนอีก 4 ปีก็ลงสมัครประธานาธิบดีไม่ได้
ถามว่าเหตุจะบานปลายหรือไม่?
คงตอบไม่ได้เพราะเอาอะไรแน่ได้ยาก เมื่อคิดเพียงแค่ต้องการเอาชนะมันจึงขาดหลักขาดเหตุผล
หรือเอาแบบไทยๆก็คือ “ขาดสติ” ไปแล้ว
แต่มันเป็นเรื่องใหญ่และสำคัญของประเทศบรรดาแม่ทัพนายกองทุกเหล่า จึงต้องออกมาประกาศท่าทีชัดเจนว่าพวกเขายึดมั่นและปกป้อง “รัฐธรรมนูญ” ซึ่งวิธีการนี้แทบจะไม่เคยเห็นกันมาก่อน
ก็ได้คำตอบแล้วว่าหมายถึงอะไร?
พวก คสช.ว่าไงดีล่ะ...
“สายล่อฟ้า”