• เหตุจลาจลกลุ่มผู้สนับสนุนประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ บุกอาคารรัฐสภา ขัดขวางการลงมติรับรองผลคะแนนของคณะผู้เลือกตั้ง เมื่อวันที่ 6 ม.ค. จบลงด้วยความคุกรุ่น บรรยากาศความแตกแยกยังคงอยู่ ประธานาธิบดีทรัมป์ยังมีท่าทีกระหายในอำนาจ ไม่ยอมรับผลการเลือกตั้ง และไม่ยอมลาออกจากตำแหน่ง 
  • มีความกังวลเกี่ยวกับการเคลื่อนไหวในโลกโซเชียลของกลุ่มแนวคิดรุนแรงที่กำลังระดมพลก่อเหตุรุนแรงรอบใหม่ ซึ่งแม้ตอนนี้จะมีหลายคนได้ถูกจับกุมตัวไปดำเนินคดี และได้รับเสียงประณามจากทั่วโลก แต่กลุ่มผู้สนับสนุนทรัมป์มองว่านี่คือชัยชนะที่พวกเขาอยากเห็นมันเกิดขึ้นอีกครั้ง 
  • ฝ่ายความมั่นคงสหรัฐฯเตรียมการครั้งใหญ่รับมือเหตุรุนแรงรอบสอง ที่อาจเกิดขึ้นในช่วงไม่กี่วันก่อนถึงพิธีสำคัญ นั่นคือพิธีสาบานตนรับตำแหน่งของ นายโจ ไบเดน และนางคามาลา แฮร์ริส ในวันที่ 20 ม.ค. 

ความรุนแรงนองเลือดที่เกิดขึ้นจากเหตุจลาจลในอาคารรัฐสภา ที่กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ของสหรัฐฯ เมื่อ 6 ม.ค. ที่ผ่านมา ได้ทำให้กลุ่มผู้สนับสนุนประธานาธิบดีทรัมป์ที่มีแนวคิดรุนแรง พากันเข้าสู่โหมดฮึกเหิม และเหิมเกริมมากขึ้นที่สุดในรอบหลายปี

จากกลุ่มทฤษฎีสมคบคิดชายขอบที่ไร้หลักฐานอ้างอิงอย่าง QAnon กลายมาเป็นกลุ่มที่มีคนติดตามและได้รับความนิยม ภาพของ Jake Angeli ชายสวมเขาสัตว์และหมวกขนสัตว์ถือธงชาติอเมริกา ที่บุกเข้าไปในสภาคองเกรส ถูกเผยแพร่ไปทั่วโลก แม้เจ้าตัวจะถูกจับกุมตัวดำเนินคดีเรียบร้อยแล้วก็ตาม 

ขณะที่สมาชิก Proud Boys กลุ่มคนที่มีแนวคิดขวาจัดสุดโต่ง ต่อต้านผู้อพยพ และเป็นปรปักษ์กับกลุ่ม Black Lives Matter หลังถูกระบุว่า เป็นหนึ่งในกลุ่มหลักที่บุกเข้ารัฐสภา ล่าสุดยังคงโพสต์คลิปวิดีโอเหตุการณ์บุกเข้าไปในรัฐสภา และข้อความที่ระบุว่า การประท้วงรอบใหม่จะมีขึ้นในวันพิธีสาบานตนรับตำแหน่ง เพื่อท้าทายอำนาจของ FBI 

ตอนนี้บรรดาผู้ติดตามการเมืองสหรัฐฯในโลกโซเชียล พบว่า บรรยากาศกำลังร้อนเป็นไฟ เมื่อมีการใช้ถ้อยคำปลุกระดมที่รุนแรง เชิญชวนให้ผู้คนกลับไปวอชิงตัน ดี.ซี. อีกรอบ เพื่อสกัดพิธีสาบานตนเข้ารับตำแหน่งของนายโจ ไบเดน ว่าที่ประธานาธิบดีคนใหม่ ในวันที่ 20 ม.ค.ที่กำลังใกล้เข้ามา

องค์กรต่อต้านความรุนแรงในโลกโซเชียล ตรวจพบข้อความของผู้ใช้โซเชียลเน็ตเวิร์ครายหนึ่ง ที่ชอบโพสต์ข้อความเกี่ยวกับกลุ่ม QAnon กลุ่มสนับสนุนแนวคิดทฤษฎีสมคบคิดขวาจัด ที่ระบุว่า "พวกเราจะกลับไปอีกครั้งในวันที่ 19 ม.ค. จะเอาอาวุธไปด้วย เพื่อสนับสนุนการหาทางออกให้กับประเทศ เอาแบบที่โลกจะไม่มีวันลืม เราจะไปกันอย่างล้นหลามจนตำรวจทหารกี่กองพันก็เอาไม่อยู่"

ข้อความล่าสุดจะมีการสื่อสารออกมาในทำนองว่า การชุมนุมรอบ 2 จะมีขึ้นในวันที่ 20 ม.ค. และรอบนี้จะลุยกันเต็มที่ ไร้ความปรานี ไม่ต้องสนใจว่าทรัมป์จะได้อำนาจคืนมาหรือเปล่า เพราะเป้าหมายจริงๆ คือก่อสงครามเพื่อที่จะทำให้ทุกคนได้เป็นวีรบุรุษของชาติ

หลายเว็บไซต์เครือข่ายสนทนาในโลกโซเชียล อย่าง Parler  Telegram และเว็บไซต์  TheDonald.win ถูกใช้เป็นสื่อกลางกระจายข้อมูลเท็จเกี่ยวกับการเลือกตั้งประธานาธิบดี โจมตีนายโจ ไบเดน และพรรคเดโมแครต ปลุกปั่นแนวคิดความรุนแรงออกมาอย่างต่อเนื่อง จนล่าสุดได้ถูกกูเกิลบล็อกไปเรียบร้อย

นอกจากนักทฤษฎีสมคบคิด และกลุ่มคนที่เชื่อมโยงกองกำลังติดอาวุธแล้ว ก็ยังคงมีชาวอเมริกันจำนวนไม่น้อยที่ติดตามเข้าไปอ่านข้อความพวกนี้แล้วเกิดคล้อยตาม พอติดตามมากๆ เข้าก็เรียกได้ว่าถูกล้างสมองไปโดยปริยาย ถึงกับเก็บข้าวของออกมาร่วมเดินขบวน และเฮโลไปบุกรัฐสภากับเขาด้วย 

ทางด้าน ประธานาธิบดีทรัมป์ ผู้เป็นชนวนเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดความรุนแรงเมื่อวันที่ 6 ม.ค. แม้จะถูกปิดบัญชีทวิตเตอร์ไปแบบถาวร เพื่อเป็นการตัดช่องทางสื่อสารข้อมูลเท็จ และข้อความยุยงให้กลุ่มผู้สนับสนุนออกมาก่อความรุนแรงรอบใหม่ แต่ท่าทีของทรัมป์ก็ยังไม่ได้แสดงออกถึงการยอมรับความพ่ายแพ้และความผิดพลาดของตัวเองที่นำพาประเทศมาถึงจุดนี้

จนถึงตอนนี้ผู้นำสหรัฐฯยังไม่สั่งให้ทำเนียบขาวลดธงลงครึ่งเสาเพื่อไว้อาลัยให้กับตำรวจรัฐสภาที่เสียชีวิตระหว่างควบคุมฝูงชน ขณะที่คนใกล้ชิดทรัมป์ อย่างโดนัลด์ ทรัมป์ จูเนียร์ ลูกชายคนโต หันมาเล่นประเด็นการถูกปิดกั้นสิทธิเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น มีการทวีตข้อความต่อต้านการที่ทรัมป์และกลุ่มผู้สนับสนุนถูกแบนจากโซเชียล แพลตฟอร์ม 

ขณะนี้ฝ่ายรักษาความมั่นคงได้รับคำเตือนให้เฝ้าระวังสูงสุดว่าจะเกิดความรุนแรงรอบใหม่ มีคำสั่งส่งทหารเนชั่นแนล การ์ด กว่า 6,200 คน จาก 5 รัฐ ได้แก่ เวอร์จิเนีย เพนซิลเวเนีย นิวยอร์ก เดลาแวร์ และแมรีแลนด์ ไปช่วยสมทบกับตำรวจรัฐสภา และกองกำลังทหารตำรวจในกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ตลอดช่วง 30 วันข้างหน้าตามปกติ 

มีคำสั่งปิดถนนหลายสาย และวางรั้วเหล็กสูงที่ออกแบบมาใหม่ ป้องกันการปีนเข้าไปในพื้นที่จัดงาน โดยการวางกำลังรักษาความปลอดภัยในวันพิธีสาบานตน เป็นการรักษาความปลอดภัยระดับสูงสุด ต่างจากวันประชุมสภา  

น่าเป็นห่วงว่านับจากนี้สหรัฐฯจะเดินหน้าต่อไปอย่างไรท่ามกลางความแตกต่างทางความคิด และความขัดแย้งของคนหลายกลุ่มที่รอวันปะทุขึ้นมาอีกรอบ ไหนจะปัญหาวิกฤติการแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่คอยฉุดรั้งทุกอย่างเอาไว้ ปัญหาเศรษฐกิจที่เป็นผลพวงตามมา การรับมือกับการผงาดขึ้นของมหาอำนาจใหม่อย่างจีน และการแตกแถวของประเทศคู่อริ ไม่ว่าจะเป็นอิหร่าน และเกาหลีเหนือ ล้วนแต่เป็นความท้าทายที่รออยู่สำหรับว่าที่ประธานาธิบดีโจ ไบเดน.

ผู้เขียน : เมาคลีล่าข่าว

ที่มา : CNN, LATimes, NBC