ตำรวจประจำรัฐสภาสกัดม็อบหนุนทรัมป์ สิ้นชีพอีกหนึ่งราย หลังบาดเจ็บสาหัสขณะพยายามสกัดม็อบ ด้านแนนซี เพโลซี ประธานสภาผู้แทนฯหาทางปลดทรัมป์ก่อนหมดวาระ
เมื่อ 8 มกราคม 64 สำนักข่าวบีบีซีรายงานความคืบหน้ากรณีเกิดเหตุจลาจลช็อกโลก ม็อบหนุนประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์แห่งสหรัฐฯ บุกรัฐสภาขัดขวางการประชุมรับรอง โจ ไบเดน ชนะเลือกตั้งประธานาธิบดีเมื่อพฤศจิกายนที่ผ่านมา ทำให้มีผู้เสียชีวิต 4 ศพ ว่า ได้เกิดเรื่องสะเทือนใจตามมาอีก เมื่อสำนักงานตำรวจในกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. แถลงว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจรักษาความปลอดภัยประจำรัฐสภานายหนึ่งซึ่งได้รับบาดเจ็บสาหัส จากการพยายามยับยั้งม็อบในครั้งนี้ ได้เสียชีวิตแล้ว ส่งผลให้จำนวนผู้เสียชีวิตจากเหตุจลาจลเพิ่มเป็น 5 ศพ
ด้านนางแนนซี เพโลซี ประธานสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ ได้เรียกร้องให้รองประธานาธิบดีไมค์ เพนซ์ ใช้บทบัญญัติแก้ไขรัฐธรรมนูญที่ 25 เปิดทางให้โอนอำนาจให้รองประธานาธิบดีดำรงตำแหน่งรักษาการประธานาธิบดีได้ หากประธานาธิบดีไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ต่อไปได้ ไม่ว่าจะเป็นกรณีประธานาธิบดีอยู่ในสภาพเป็นบุคคลไร้ความสามารถเนื่องจากอาการป่วยทางกายหรือจิต
...
ในขณะเดียวกัน นางแนนซี เพโลซี ได้มีอีกทางเลือกหนึ่ง ตามที่ประกาศในตอนแรกหลังเกิดเหตุจลาจล คือการใช้กระบวนการอิมพีชเมนต์ ถอดถอนทรัมป์พ้นจากตำแหน่งประธานาธิบดี แม้จะเหลือเวลาเพียงไม่กี่วันทรัมป์จะหมดวาระในตำแหน่ง
ทั้งนี้ ประธานาธิบดีทรัมป์โดนประณามอย่างหนัก หลังจากเขาได้ยุยงให้ม็อบเคลื่อนขบวนไปยังรัฐสภาเพื่อกดดันสภาคองเกรสเมื่อวันที่ 6 มกราคม โดยกล่าวหาว่าโจ ไบเดน ขโมยชัยชนะในการเลือกตั้งประธานาธิบดีจากตนไป และต่อมาได้เกิดเหตุการณ์ที่สร้างความอับอายขายหน้าให้แก่สหรัฐฯ เมื่อม็อบได้บุกเข้าไปในอาคารรัฐสภาเพื่อขัดขวางการรับรองโจ ไบเดน จนทำให้มีผู้เสียชีวิตรวมแล้ว 5 ศพ และยังถือเป็นการทำลายกระบวนการประชาธิปไตยของสหรัฐอเมริกาอย่างร้ายแรง.