หุ้นสหรัฐฯ ปิดทำนิวไฮ หลังพรรคเดโมแครตครองเสียงข้างมากในสภาคองเกรสสหรัฐฯ เพิ่มความหวังได้แพ็กเกจกระตุ้นเศรษฐกิจก้อนใหญ่ขึ้น ขณะที่ราคาน้ำมันกับราคาทองคำเพิ่มขึ้นปานกลาง
ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดการซื้อขายวันที่ 7 ม.ค. 2564 ในแดนบวก โดยดัชนีดาวโจนส์เพิ่มขึ้น 211.73 จุด หรือราว 0.69% ปิดที่ 31,041.13 จุด ส่วนดัชนีเอสแอนด์พี 500 บวกเพิ่ม 55.65 จุด หรือราว 1.48% ปิดที่ 3,803.79 จุด ขณะที่ดัชนีแนสแด็ก พุ่งขึ้น 326.69 จุด หรือราว 2.56% ปิดที่ 13,067.48 จุด
ความเคลื่อนไหวของตลาดล่าสุดเกิดขึ้นในขณะที่ เสียงเรียกร้องให้ถอดถอนประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เพิ่มสูงขึ้น หลังจากเมื่อวันพุธเขาปลุกระดมมวลชนในมาชุมนุมหน้ารัฐสภา จนนำไปสู่เหตุจลาจล และมีผู้เสียชีวิต 4 ศพ โดยนาย เดนนิส ดิค นักลงทุนจาก ‘Bright Trading LLC’ ระบุว่า ตอนนี้ตลาดมองผ่านนายทรัมป์ ไปยังอนาคตของรัฐบาลไบเดนแล้ว
“สภาคองเกรสของเดโมแครต จะให้ความสำคัญกับธุรกิจขนาดเล็ก และร้านค้าปลีกตามเมืองเล็กๆ มากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด” นายดิค กล่าว โดยก่อนหน้านี้เดโมแครตคว้าชัยในการเลือกตั้ง ส.ว. รัฐจอร์เจีย ทำให้พวกเขาครองเสียงข้างมากทั้งในสภาล่างและสภาสูง สามารถผ่านนโยบายได้ง่ายขึ้น โดยเฉพาะการเพิ่มวงเงินในแพ็กเกจกระตุ้นเศรษฐกิจ ที่พวกเขาทำไม่สำเร็จก่อนหน้านี้
ด้านราคาน้ำมันเพิ่มขึ้นเป็นวันที่ 3 ติดต่อกัน โดยยังได้แรงหนุนจากข่าวการลดลงของน้ำมันดิบในสต๊อกของสหรัฐฯ เมื่อสัปดาห์ก่อน และการตัดสินใจของซาอุฯ ที่จะลดกำลังผลิตน้ำมันต่อวันของประเทศลง 1 ล้านบาร์เรล ในเดือนกุมภาพันธ์และมีนาคม เพื่อควบคุมปริมาณน้ำมันดิบในตลาด
สัญญาซื้อขายน้ำมันดิบล่วงหน้า เวสต์เทกซัส อินเตอร์มีเดียต (WTI) งวดส่งมอบเดือนกุมภาพันธ์ เพิ่มขึ้น 0.20 ดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 0.4% ไปอยู่ที่ 50.83 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ขณะที่สัญญาน้ำมันดิบเบรนต์ทะเลเหนือลอนดอน งวดส่งมอบเดือนกุมภาพันธ์ เพิ่มขึ้น 0.20 ดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 0.4% ไปอยู่ที่ 54.50 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล
ส่วนราคาทองคำกลับมาบวกอีกครั้งหลังจากร่วงหนักเมื่อวันพุธ จากความคาดหวังว่า รัฐบาลสหรัฐฯ จะออกแพ็กเกจกระตุ้นเศรษฐกิจก่อนใหม่ในอนาคตอันใกล้นี้ โดยสัญญาซื้อขายทองคำล่วงหน้าตลาดโคเม็กซ์ งวดส่งมอบเดือนกุมภาพันธ์ เพิ่มขึ้น 5.00 ดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 0.3% ปิดที่ 1,913.60 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์.
ที่มา: Reuters


