อิหร่านยึดเรือบรรทุกสารเคมีสัญชาติเกาหลีใต้ที่แล่นอยู่ในช่องแคบฮอร์มุซ อ้างปล่อยสารเคมีสร้างมลพิษอ่าวเปอร์เซีย ก่อนหน้านั้นอิหร่านเพิ่งท้าทายประชาคมโลก ประกาศเสริมสมรรถนะยูเรเนียม 20%
เมื่อวันที่ 5 ม.ค. สำนักข่าว Aljazeera รายงานว่า กองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิหร่านเข้ายึดเรือ "เอ็มที ฮันกุก เคมิ" เรือบรรทุกสารเคมีสัญชาติเกาหลีใต้ ขณะแล่นอยู่นอกน่านน้ำของโอมาน บริเวณช่องแคบฮอร์มุซ หลังออกเดินทางจากท่าเรืออัล จูเบล ในซาอุดีอาระเบีย เพื่อมุ่งหน้าไปยังเกาหลีใต้
ทางการอิหร่านระบุว่า เรือลำนี้บรรทุกสารเคมี เอธานอล 7,200 ตัน เป็นการละเมิดข้อตกลงทางด้านสิ่งแวดล้อม สร้างมลพิษให้แก่น่านน้ำอ่าวเปอร์เซีย จากนั้นได้คุ้มกันไปยังท่าเรือเมืองบันดาร์ อับบาส โดยไม่ได้ระบุว่า บนเรือลำนี้มีลูกเรือกี่คนและเป็นคนสัญชาติใดบ้าง ขณะที่บริษัทด้านความมั่นคงในการเดินเรือ เปิดเผยว่า เรือลำนี้มีลูกเรือประมาณ 23 คน จากอินโดนีเซีย และเมียนมา
ด้านกระทรวงการต่างประเทศเกาหลีใต้ ออกแถลงการณ์เรียกร้องให้ทางการอิหร่านปล่อยเรือบรรทุกสารเคมีของเกาหลีใต้โดยทันที พร้อมระบุว่า กองกำลังเกาหลีใต้ที่ประจำการในช่องแคบฮอร์มุซได้รุดไปยังที่เกิดเหตุแล้ว
เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นในขณะที่มีรายงานว่า เจ้าหน้าที่ระดับสูงของกระทรวงการต่างประเทศเกาหลีใต้จะเดินทางไปยังกรุงเตหะราน ในสัปดาห์นี้เพื่อหารือมาตรการของเกาหลีใต้ในการอายัดเงินบัญชีอิหร่านตามประกาศคว่ำบาตรของสหรัฐฯ
...
ก่อนหน้านี้เพียงไม่กี่ชั่วโมง ทางการอิหร่านเพิ่งแจ้งไปทางสำนักงานพลังงานปรมาณูสากลว่า อิหร่านวางแผนที่จะเพิ่มสมรรถนะแร่ยูเรเนียมให้มีความบริสุทธิ์ถึง 20% ซึ่งเป็นระดับก่อนที่อิหร่านจะทำข้อตกลงนิวเคลียร์ เมื่อปี 2558
ก่อนหน้านี้ รัฐสภาอิหร่าน อนุมัติกฎหมายการเพิ่มสมรรถนะแร่ยูเรเนียม เพื่อตอบโต้ต่อกรณีที่นักวิทยาศาสตร์นิวเคลียร์ระดับสูงของอิหร่านถูกลอบสังหาร ซึ่งอิหร่านกล่าวโทษว่าเป็นฝีมือของอิสราเอล ขณะที่อิหร่านเคยละเมิดข้อตกลงในปี 2562 เพื่อตอบโต้ต่อการที่สหรัฐฯถอนตัวออกจากข้อตกลงนิวเคลียร์ และกลับไปกำหนดมาตรการคว่ำบาตรกับอิหร่านอีกครั้ง.
ที่มา : Aljazeera