นักข่าวจีนรายงานโควิดอู่ฮั่น โดนคุก 4 ปี สะท้อนความตกต่ำของเสรีภาพสื่อจีน

ข่าว

    นักข่าวจีนรายงานโควิดอู่ฮั่น โดนคุก 4 ปี สะท้อนความตกต่ำของเสรีภาพสื่อจีน

    ไทยรัฐออนไลน์
    4 ม.ค. 2564 10:41 น.
    SHARE

    นักข่าวจีนรายงานโควิดอู่ฮั่น โดนคุก 4 ปี สะท้อนความตกต่ำของเสรีภาพสื่อจีน

    ไทยรัฐออนไลน์

    4 ม.ค. 2564 10:41 น.
    • ช่วงเดือน ม.ค. 2563 เมืองอู่ฮั่น มณฑลหูเป่ย เป็นจุดเริ่มต้นและเป็นศูนย์กลางการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ในจีน มีรายงานตัวเลขผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นรวดเร็ว ทางการตอบสนองสถานการณ์อย่างเด็ดขาดรุนแรง สั่งปิดเมืองไม่ให้มีการเข้าออก โดยมาตรการปิดเมืองดำเนินไปนานกว่า 2 เดือน 
    • "จาง จ้าน" อดีตทนายความจากเซี่ยงไฮ้ เข้าไปอยู่ที่อู่ฮั่น ก่อนทางการประกาศปิดเมือง ตลอดระยะเวลาที่นั่น เธอเสี่ยงชีวิตเดินทางไปตามสถานที่ต่างๆ ออกสัมภาษณ์ผู้คน เพื่อให้โลกเห็นสิ่งที่เกิดขึ้นในเมืองอู่ฮั่น และหลังจากสถานการณ์คลี่คลายลง เธอโดนตำรวจลับจับกุมตัว ล่าสุดศาลพิพากษาจำคุก "จาง จ้าน" เป็นเวลา 4 ปี ฐานยุยงและปลุกปั่น
    • องค์การผู้สื่อข่าวไร้พรมแดน จัดให้จีนอยู่ในลำดับที่ 177 จากทั้งหมด 180 อันดับประเทศที่ละเมิดเสรีภาพสื่อ โดยจีนมีเสรีภาพสื่อมากกว่าดินแดนอีกเพียง 3 แห่งเท่านั้น คือ เอริเทรียในทวีปแอฟริกา เติร์กเมนิสถาน และเกาหลีเหนือ 

    "จาง จ้าน" อดีตทนายความจากเซี่ยงไฮ้ เดินทางเข้าไปในอู่ฮั่นเมื่อเดือน ก.พ. ในช่วงที่โควิดกำลังระบาดหนัก และเพียงไม่นานก่อนที่จะมีคำสั่งปิดเมือง ระหว่างอยู่ที่อู่ฮั่น เธอทำหน้าที่นักข่าวพลเมือง ไปตามสถานที่ต่างๆ ของเมือง โรงพยาบาลที่ผู้คนแออัดกันแน่นขนัด ถนนหนทาง ร้านค้าปิด ถนนว่างเปล่า สถานที่เก็บศพ เตาเผาศพที่ทำงานทั้งวันทั้งคืน และยังรายงานข่าวการข่มขู่ คุกคามนักข่าวคนอื่นๆ 

    เธอเล่าว่า ตัดสินใจออกไปดูให้เห็นกับตาว่าสถานการณ์บ้านเมืองในตอนนั้นเป็นยังไงกันแน่ หลังอ่านเจอคนท้องถิ่นไปโพสต์ในโซเชียลมีเดีย บอกเล่าถึงสภาพความเป็นอยู่และสิ่งต่างๆ ที่เกิดขึ้นในอู่ฮั่นช่วงล็อกดาวน์ เธอรายงานผ่านวิดีโอไลฟ์ และบทความ ตั้งคำถามถึงแนวทางการจัดการของรัฐบาล และการปกปิดข้อมูลข่าวสาร

    รายงานข่าวของนักข่าวพลเมืองอย่าง จาง จ้าน ทำให้คนทั่วโลกได้เห็นภาพที่ไม่มีในสื่อของรัฐบาล ในช่วงนั้นทางการจีนมัวแต่ชุลมุนวุ่นวายฝุ่นตลบกับการจัดการปัญหาโควิดเลยดูเหมือนว่าไม่มีการเข้มงวดเกี่ยวกับการรายงานข่าวของสื่อต่างๆ แต่พอสถานการณ์เริ่มคลี่คลาย ก็เริ่มออกเช็กบิลทีละคน มีรายงานว่าจาง หายตัวไปเมื่อวันที่ 14 พ.ค. ต่อมาเธอถูกจับกุมตัวส่งกลับเซี่ยงไฮ้ โดยเธอถูกควบคุมตัวโดยไม่มีการตั้งข้อหาจนถึงช่วงเดือน พ.ย. เธอเป็นหนึ่งในนักข่าวพลเมืองหลายคนที่หายตัวไปในช่วงเวลาใกล้เคียงกัน ไม่ว่าจะเป็น นายหลี่ เจ้อหัว, นายเจิน ฉิวชี และฟาง บิน 

    การดำเนินคดี

    เมื่อวันที่ 28 ธ.ค. ศาลตัดสินให้เธอรับโทษจำคุก 4 ปี ในข้อหายุยงปลุกปั่น เธอเป็นนักข่าวพลเมืองคนแรกที่โดนตัดสินโทษในคดีความผิดนี้ จากการรายงานข่าวโควิด-19 ที่อู่ฮั่น เธอถูกตั้งข้อหาในเดือน พ.ย. กรณีเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารอันเป็นเท็จทั้งทางข้อความ วิดีโอ และสังคมออนไลน์ ไม่ว่าจะเป็นวีแชต ทวิตเตอร์ และยูทูบ นอกจากนี้ยังไปให้สัมภาษณ์กับสื่อต่างชาติ เผยแพร่ข้อมูลไม่ถูกต้องเกี่ยวกับสถานการณ์ไวรัสโคโรนาในเมืองอู่ฮั่น ซึ่งมีโทษจำคุกระหว่าง 4-5 ปี และการดำเนินคดีมีขึ้นในแบบปิด 

    ทนายความของจาง จ้าน บอกว่า ระหว่างถูกจับกุมตัว เธออดอาหารประท้วงนานหลายเดือน ไม่ยอมกินอะไรเลย สภาพร่างกายอ่อนแรง จนถูกบังคับให้กินอาหารทางสายยาง ขณะที่จีนบอกว่า ตะวันตกต่างหากที่ต้องรับผิดชอบต่อชะตากรรมของจาง จ้าน เพราะคอยอยู่เบื้องหลังการปั่นหัวให้นักข่าวรายงานในสิ่งที่เป็นข้อมูลเท็จ และสร้างมโนภาพขึ้นมากล่าวหารัฐบาล

    ปฏิกิริยาจากต่างชาติ

    เพียง 1 วันหลังข่าวจาง จ้านถูกศาลตัดสินจำคุก ทั้งสหรัฐฯและอียู ออกมาประณามระบบศาลของจีน นายไมค์ ปอมเปโอ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯกล่าวประณามจีนลงโทษนักข่าวพลเมืองรายนี้ โดยเรียกร้องให้เปล่อยตัวจาง จ้านโดยเร็วที่สุด  

    นายปีเตอร์ สตาโน โฆษกด้านนโยบายต่างประเทศของสหภาพยุโรป กล่าวว่า น่าเป็นห่วงสภาพร่างกายของจาง จ้านที่ถูกทรมาน และได้รับการดูแลอย่างเลวร้ายในช่วงถูกควบคุมตัว ตอนนี้สุขภาพของเธอน่าเป็นห่วงอย่างยิ่ง

    ด้านองค์กรเคลื่อนไหวเพื่อปกป้องสิทธิมนุษยชน กล่าวหาว่ารัฐบาลจีนใช้บทลงโทษรุนแรงที่สุด จัดการกับนักข่าวพลเมือง โดยการให้จำคุกถึง 4 ปี ในขณะที่นักข่าวคนอื่นๆ ที่ถูกจับกุมตัวไป จนถึงตอนนี้ปรากฏตัวออกมาเพียง 1 รายเท่านั้น ที่เหลือยังไม่เป็นที่ทราบชะตากรรมอย่างแน่ชัด

    สะท้อนความตกต่ำ

    ที่จีนไม่มีคำว่าเสรีภาพสื่อ ที่ผ่านมารัฐบาลมักจะลงโทษบรรดานักเคลื่อนไหว คนที่ออกมาตั้งคำถามถึงแนวทางการจัดการโควิดของรัฐบาลจีน

    เว็บไซต์ข่าวเซาท์ไชน่า มอร์นิ่งโพสต์ รายงานว่า ในปี 2020 องค์กรที่คอยสอดส่องสถานการณ์สิทธิเสรีภาพของสื่อทั่วโลก จัดอันดับให้จีนเป็นประเทศที่จำคุกนักข่าวมากที่สุดอันดับ 1 เป็นปีที่ 2 ติดต่อกัน โดยคณะกรรมการปกป้องสื่อมวลชนเปิดเผยว่า จนถึงเมื่อวันที่ 1 ธันวาคมปีที่แล้ว ทางการจีนจับตัวนักข่าวไปอย่างน้อย 274 ราย ในจำนวนนี้คือนักข่าวที่ยังถูกทางการคุมขังอยู่ ไม่ได้รวมคนที่โดนจับแล้วได้รับการปล่อยตัวออกมาแล้ว และในจำนวนนี้ถูกศาลตัดสินโทษจำคุกแล้ว 47 ราย ในบรรดานักข่าวที่ถูกจำคุก หลายรายต้องรับโทษยาวนาน ไม่ก็ถูกควบคุมตัวโดยไม่มีการตั้งข้อหา บางรายไม่ได้ยินข่าวคราวเป็นเวลานาน ไม่ก็ถูกจองจำในสภาพย่ำแย่ 

    ด้านองค์การผู้สื่อข่าวไร้พรมแดน จัดให้จีนอยู่ในอันดับที่ 177 จากทั้งหมด 180 อันดับ เป็นประเทศที่ถูกมองว่ามีเสรีภาพสื่อมากกว่าดินแดนอีกเพียง 3 แห่งเท่านั้น คือ เอริเทรียในทวีปแอฟริกา เติร์กเมนิสถาน และเกาหลีเหนือ. 

    ผู้เขียน : เมาคลีล่าข่าว

    ที่มา : Guardian, DailyMail

    อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

      วิดีโอแนะนำ

      "แพท ณปภา" ประกาศติดโควิด-19 "น้องเรซซิ่ง" ไม่ติด
      02:44

      "แพท ณปภา" ประกาศติดโควิด-19 "น้องเรซซิ่ง" ไม่ติด

      แท็กที่เกี่ยวข้อง

      โควิด-19สถานการณ์โควิดโควิดจีนวัคซีนโควิด จีนนักข่าวจีนเสรีภาพสื่อข่าวต่างประเทศ

      คุณอาจสนใจข่าวนี้

      thairath-logo

      ApplicationMy Thairath

      ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
      วันศุกร์ที่ 28 มกราคม 2565 เวลา 16:31 น.
      ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
      เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์