ผลการศึกษาใหม่ชี้ว่า ผู้ใหญ่ในจีนมากกว่าครึ่ง มีน้ำหนักเกินมาตรฐานแล้ว ขณะที่ทั่วโลกมีคนป่วยเป็นโรคอ้วนเพิ่มขึ้น 3 เท่านับตั้งแต่ปี 2518

สำนักข่าว บีบีซี รายงานว่า คณะกรรมาธิการสุขภาพแห่งชาติของจีน เผยแพร่ผลการฉบับใหม่ในวันพุธที่ 23 ธ.ค. 2563 ระบุว่า ตอนนี้ผู้ใหญ่ในประเทศมากกว่า 50% จัดว่ามีน้ำหนักเกินเกณฑ์มาตรฐานแล้ว โดย 16.4% ในจำนวนดังกล่าวเป็นโรคอ้วน ทั้งที่ในปี 2545 อัตราส่วนผู้ใหญ่ที่น้ำหนักเกินมีเพียง 29%

รายงานชี้ว่า สาเหตุที่ทำให้คนน้ำหนักเกินเพิ่มขึ้น เป็นเพราะตอนนี้ผู้ใหญ่ในจีนออกกำลังกายน้อยลง เหลือไม่ถึง 25% ที่ออกกำลังอย่างน้อย 1 ครั้งต่อ 1 สัปดาห์ นอกจากนี้ พวกเขายังบริโภคเนื้อสัตว์มากขึ้น แต่กินผลไม้น้อยลงด้วย

ดร.หวัง ตัน นักโภชนาการในเมืองฮาร์บิน บอกกับสำนักข่าว เอเอฟพี ว่า ตอนนี้ผู้ใหญ่จำนวนมากในประเทศ ออกกำลังกายน้อยเกินไป, อยู่ภายใต้แรงกดดันมากเกินไป และมีตารางการทำงานที่ไม่เป็นผลดีต่อสุขภาพ โดยเมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมา รัฐบาลจีนเผยแผนต่อสู้กับการเพิ่มขึ้นของผู้ป่วยโรคอ้วนในประเทศออกมาแล้ว

ทั้งนี้ ปัญหาโรคอ้วนกลับมาได้รับความสนใจอีกครั้งในช่วงการระบาดของไวรัสโควิด-19 เนื่องจากมีผลวิจัยชี้ว่า ผู้มีน้ำหนักเกินหรือเป็นโรคอ้วน จะมีโอกาสป่วยรุนแรงหรือเสียชีวิตเพราะไวรัสตัวนี้มากกว่าคนปกติ ซึ่งจีนไม่ใช่ประเทศเดียวที่จำนวนประชากรน้ำหนักเกินเพิ่มสูงขึ้นในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา

องค์การอนามัยโลก รายงานเมื่อช่วงต้นปี 2563 ว่า จำนวนผู้ป่วยโรคอ้วนทั่วโลกเพิ่มขึ้นถึง 3 เท่านั้นตั้งแต่ปี 2518 รวมทั้งในประเทศที่มีรายได้น้อย หรือปานกลางด้วย โดยสถิติในปี 2559 ชี้ว่า ผู้ใหญ่ทั่วโลกเกือบ 40% มีน้ำหนักเกิน และราว 13% เป็นโรคอ้วน

...

แต่ประเทศที่มีปัญหามากที่สุดกลับเป็นชาติเล็กๆ อย่าง กาตาร์ โดยพวกเขามีประชากรน้ำหนักเกิน หรือเป็นโรคอ้วนมากกว่า 70% จากประชากรทั้งหมด 2.78 ล้านคน