ร.ต.อ. ดร.นิติภูมิธณัฐ มิ่งรุจิราลัย เป็นบุคคลที่ 3 ในประวัติศาสตร์ที่ได้รับอนุญาตจากคณะกรรมาธิการความมั่นคงแห่งรัฐหรือเคจีบีให้เข้าไปถ่ายทำในสำนักงาน ซึ่งก่อนหน้านี้ 2 คนเป็นบุคคลสัญชาติรัสเซีย แต่ถ้าพูดถึงชาวต่างชาติ อาจารย์นิติภูมิธณัฐก็เป็นต่างชาติคนแรกที่ได้เข้าไปถ่ายทำในสำนักงานเคจีบี เหตุการณ์นี้เกิดเมื่อ พ.ศ.2544
20 ธันวาคม 2563 ในโอกาสครบรอบ 100 ปีของสำนักข่าวกรองต่างประเทศ หรือเอสวีอาร์ ซึ่งเคยเป็นส่วนหนึ่งของเคจีบี ปูตินไปสำนักงานใหญ่สำนักข่าวกรองต่างประเทศ ปูติน ไปหน่วยนี้ ขณะที่สหรัฐฯ ด่าว่ารัสเซียอยู่เบื้องหลังการโจมตีระบบคอมพิวเตอร์ของรัฐบาลสหรัฐฯ แต่ที่สหรัฐฯกล่าวหานี่มั่วครับ เพราะรัฐมนตรีต่างประเทศคือนายปอมเปโอ บอกว่ารัสเซียอยู่เบื้องหลังการโจมตี แต่ประธานาธิบดีทรัมป์ดันบอกว่าจีนเป็นผู้อยู่เบื้องหลัง เลยไม่รู้ว่าสหรัฐฯจะกล่าวหาใครกันแน่
บ้านเรามีคนพูดถึงเคจีบีกันบ่อย แต่ไม่ค่อยมีใครทราบรายละเอียดมาก เปิดฟ้าส่องโลกขอรับใช้ครับ KGB ย่อมาจาก Komitet Gosudarstvennoy Bezopasnosti แปลเป็นภาษาอังกฤษก็คือ State Security Committee เป็นหน่วยลับที่ควบคุมดูแลกองกำลังตำรวจระหว่าง ค.ศ.1954-1991
หน้าที่หลักของเคจีบีก็คือป้องกันภัยคุกคามจากทั้งศัตรูภายในและภายนอกของสหภาพโซเวียต ไม่เคยมีใครทราบว่าสายลับเคจีบีทั้งหมดมีกี่คน มีแต่เพียงตัวเลขมั่วของพวกสายลับตะวันตกที่ประมาณกันว่าน่าจะอยู่ที่ 4-7 แสนคน
ก่อนหน้าเคจีบี หน้าที่นี้เป็นของ ‘เชกา’ CHEKA ซึ่งตั้งขึ้นเมื่อ 7 ธันวาคม ค.ศ.1917 หลังปฏิวัติเดือนตุลาคม 1917 มีคนพยายามฆ่าท่านเลนิน รัฐบาลโซเวียตจึงตั้ง ‘คณะกรรมาธิการพิเศษแห่งรัสเซียเพื่อต่อสู้ปราบปรามการต่อต้านการปฏิวัติและการก่อวินาศกรรม’ ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา เชกาก็เป็นหน่วยลับที่พรรคบอลเชวิคใช้เป็นเครื่องมือในการปราบฝ่ายตรงข้าม+ควบคุมการเคลื่อนไหวของประชาชน
...
เชกาพัฒนามาเป็น ‘จีพียู’ หรือองค์การบริหารการเมืองของรัฐที่มีสาขาย่อยกระจายไปทุกจังหวัดและตำบล จากนั้นก็พัฒนามาเป็น ‘โอจีพียู’ หรือองค์การบริหารรวมการเมืองของรัฐที่มีการลดอำนาจของตำรวจลง พอถึง ค.ศ.1934 โอจีพียูถูกโอนเข้ามาอยู่กับรัฐมนตรีมหาดไทย อำนาจของหน่วยนี้ก็จึงมีมากขึ้นถึงขนาดสามารถจับคนและส่งไปขังในค่ายกักกันแรงงานที่ไซบีเรียโดยที่ไม่ต้องขึ้นศาล นี่แหละครับคือเครื่องมือการปกครองในช่วง 25 ปีของโจเซฟ สตาลิน
เจ้านายคนดังของโอจีพียู คือ นิโคไล เยจอฟ ต่อมาเยจอบถูกสตาลินปลดแล้วก็ถูกนำไปประหารชีวิต จากนั้นสตาลินก็ให้คนสนิทที่มีชื่อว่าลัฟเรนตี ปัฟโลวิช เบเรีย เป็นรัฐมนตรีมหาดไทยทำหน้าที่ดูแลองค์กรโอจีพียูแทน คนที่ทำงานพวกนี้ต้องทำบาปทำกรรมเยอะ และเกือบทุกคนมักจะลงเอยด้วยการถูกกรรมตามสนองด้วยการถูกประหารชีวิต
ยกตัวอย่างเบเรียอีกคนก็ได้ครับ ต่อมาเบเรียรุ่งถึงขนาดได้เป็นนายกรัฐมนตรี แต่เมื่อเลนินตายกลายเป็นผี แกก็ถอยลงมาเป็นรัฐมนตรีมหาดไทยดูแลหน่วยลับโอจีพียูอีกครั้ง เบเรียใช้หน่วยโอจีพียูทำศึกแย่งอำนาจกับเกออร์กี มาเลนคอฟ ซึ่งตอนนั้นเป็นรัฐมนตรีต่างประเทศ
และบั้นปลายท้ายที่สุด เบเรียก็ถูกประหารชีวิต
นักการเมืองโซเวียตต้องอยู่กันเป็นกลุ่ม กลุ่มไหนชนะก็พาคนทั้งกลุ่มรุ่งเรืองเฟื่องฟุ้ง ถ้าวันใดพลาดและแพ้ คนที่เป็นหัวขบวนมักจะโดนฆ่า เบเรียถูกประหารชีวิตด้วยการถูกสร้างให้เป็นเหยื่อของแผนฆาตกรรมของคณะแพทย์ (ขออนุญาตเล่ารับใช้ในวันหน้า) เมื่อหัวหน้าถูกประหารให้ตายกลายเป็นผีแล้ว หัวหน้าของอีกกลุ่มหนึ่งก็จะพุ่งเข้ามาดำรงตำแหน่งแทน
ตำแหน่งใหญ่สุดในสมัยนั้นคือ ‘เลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์แห่งสหภาพโซเวียต’ ทว่าในแต่ละเมืองก็ยังมี ‘เลขาธิการพรรคประจำเมือง’
เมื่อเบเรียถูกฆ่าตาย นีกีตา ครุชชอฟ เลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์แห่งกรุงมอสโก ก็พุ่งขึ้นมาเป็นผู้นำสหภาพโซเวียต พรุ่งนี้มารับใช้ท่านต่อครับ.
นิติการุณย์ มิ่งรุจิราลัย
songlok1997@gmail.com