ไลฟ์สไตล์
100 year

โลกปฏิวัติการพัฒนาวัคซีน รับมือโควิด-19 จุดความหวังสู้โรคร้ายในอนาคต

ไทยรัฐออนไลน์
4 ม.ค. 2564 01:01 น.
SHARE

โลกปฏิวัติการพัฒนาวัคซีน รับมือโควิด-19 จุดความหวังสู้โรคร้ายในอนาคต

ไทยรัฐออนไลน์

4 ม.ค. 2564 01:01 น.

ในตอนที่นักวิทยาศาสตร์เริ่มการพัฒนาวัคซีนต้านไวรัสโคโรนาสายพันธ์ุ ‘ซาร์ส-โควี-2’ (SARS-CoV-2) ซึ่งเป็นเชื้อก่อโรคโควิด-19 เมื่อช่วงต้นปี 2563 พวกเขาไม่ได้ให้คำมั่นใดๆ ว่าการทดลองจะประสบผลโดยเร็ว เพราะในประวัติศาสตร์ที่ผ่านมา วัคซีนที่พัฒนาเสร็จเร็วที่สุด ตั้งแต่ขั้นตอนการเก็บตัวอย่างจากไวรัสไปจนถึงได้รับการอนุมัติ ต้องใช้เวลาถึง 4 ปี การบอกว่าจะได้วัคซีนในช่วงฤดูร้อนปี 2564 ถือว่ามองโลกในแง่ดีมากแล้ว

แต่พอเดือนธันวาคมมาถึง ผู้พัฒนาหลายเจ้าประกาศผลลัพธ์อันยอดเยี่ยมในการทดสอบวัคซีนขนานใหญ่ และในวันที่ 2 ธ.ค. วัคซีนที่พัฒนาโดยบริษัท ‘ไฟเซอร์’ ของสหรัฐฯ กับ ‘ไบโอเอ็นเทค’ ของเยอรมนี กลายเป็นวัคซีนต้านไวรัสโควิด-19 ตัวแรกที่ได้รับการอนุมัติให้ใช้งานในกรณีฉุกเฉิน

นาตาเลีย ดีน นักชีวสถิติจากมหาวิทยาลัยฟลอริดา กล่าวว่า ความคืบหน้าด้วยความเร็วขนาดนี้ ท้าทายกระบวนทัศน์เรื่องความเป็นไปได้ในการพัฒนาวัคซีนทั้งหมด จุดประกายความหวังว่า วัคซีนอื่นๆ อาจสามารถทำเสร็จได้ภายในระยะเวลาใกล้เคียงกัน โดยเฉพาะวัคซีนต้านโรค มาลาเรีย, วัณโรค และปอดบวม ซึ่งคร่าชีวิตผู้คนหลายล้านคนในแต่ละปี รวมถึงโรคร้ายที่อาจเกิดขึ้นในอนาคตด้วย

ด้านนายแดน บารอค ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยวัคซีนและไวรัสวิทยา ของโรงพยาบาลแพทย์ฮาร์วาร์ด ในเมืองบอสตัน กล่าวว่า ประสบการที่ได้จากการระบาดของโควิด-19 จะเปลี่ยนแปลงวิทยาศาสตร์เกี่ยวกับวัคซีนในอนาคตอย่างแน่นอน เพราะมันแสดงให้เห็นแล้วว่า วัคซีนสามารถพัฒนาได้อย่างรวดเร็วแค่ไหนเวลาที่เกิดวิกฤติอย่างแท้จริงขึ้นทั่วโลก และมีทรัพยากรณ์จำกัด โดยที่ไม่ละเลยเรื่องความปลอดภัย

อย่างไรก็ตาม การพัฒนาวัคซีนด้วยความรวดเร็วอย่างไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนครั้งนี้ มีปัจจัยหลายอย่างช่วยสนับสนุน จนมันสามารถกลายเป็นจริงขึ้นมาได้

ข่าวแนะนำ

ผลการวิจัยที่สั่งสมมาอย่างยาวนาน

การวิจัยเพื่อพัฒนาวัคซีนต้านไวรัสโคโรนาสายพันธ์ุใหม่ตัวนี้ ไม่ได้เริ่มจาก 0 เมื่อเดือนมกราคม เพราะตลอดช่วงหลายปีที่ผ่านมา นักวิจัยศึกษาไวรัสในตระกูลโคโรนามาตลอด ไม่ว่าจะเป็น ไวรัสซาร์ส (SARS) ซึ่งระบาดในจีนเมื่อปี 2545-46 และไวรัสเมอร์ส (MERS) ที่ระบาดในตะวันออกกลางช่วงปี 2555 และหลายคนกำลังวิจัยวัคซีนชนิดใหม่ ซึ่งถูกนำมาใช้ในการระบาดของโควิด-19 ด้วย

วัคซีนแบบดั้งเดิมนั้นจะผลิตจากโปรตีนของไวรัส หรือตัวไวรัสที่ตายแล้ว เพื่อกระตุ้นร่างกายให้สร้างภูมิคุ้มกันต่อการติดเชื้อไวรัสนั้นๆ แต่วัคซีนของบริษัท ไฟเซอร์/ไบโอเอ็นเทค รวมทั้งของบริษัท โมเดอร์นา ซึ่งเป็น 2 เจ้าแรกที่เผยผลการทดสอบเฟส 3 ใช้ ‘กรดไรโบนิวคลีอิกนำรหัส’ (mRNA) ที่มีรหัสโปรตีนสำคัญของไวรัสโควิด-19 ในการสร้างวัคซีน ซึ่งเมื่อ mRNA เข้าสู่เซลล์ของเราแล้ว ร่างกายจะผลิตโปรตีนชนิดนี้ขึ้นมา ทำหน้าที่เป็นสารกระตุ้นสร้างภูมิคุ้มกัน

นักภูมิคุ้มกันวิทยา อากิโกะ อิวาซากิ จากโรงเรียนแพทย์ เยล ในเมืองนิว เฮเวน รัฐคอนเนตทิคัต ซึ่งวิจัยเกี่ยวกับการผลิตวัคซีนจากกรดนิวคลีอิกมานานกว่า 2 ทศวรรษ เผยว่า การสร้างวัคซีนจาก mRNA มีพื้นฐานมาจากการวิจัยวัคซีนจาก DNA ที่เริ่มขึ้นเมื่อ 25 ปีก่อน ขณะที่การสร้างวัคซีนจาก RNA ได้รับประโยชน์จากการวิจัยอย่างเข้มข้นยาวนาน 10-15 ปี และเพิ่งผลิดอกออกผลเมื่อ 5 ปีก่อน มิเช่นนั้น เทคโนโลยี RNA คนไม่พร้อมใช้ในวันนี้


ขณะที่ วัคซีนตัวที่ 3 ที่ผลการทดสอบออกมายอดเยี่ยมเป็นของบริษัท แอสตราเซเนกา ซึ่งร่วมมือกับมหาวิทยาลัย ออกซ์ฟอร์ด ไม่ได้สร้างจาก mRNA แต่ใช้ ไวรัสตัวนำ (viral vector) คือการใช้ไวรัสที่ทำให้อ่อนลงแล้วไม่ก่อให้เกิดโรค มาตัดต่อใส่สารพันธุกรรมโปรตีนหนามของไวรัสโควิด-19 ลงไป เพื่อกระตุ้นให้ร่างกายสร้างภูมิคุ้มกัน ซึ่งวิธีนี้เป็นผลจากการวิจัยไวรัส ซาร์ส, เมอร์ส, อีโบลา และ มาลาเรีย ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา และมีราคาถูกว่าการผลิตวัคซีนจาก mRNA ด้วย

ดร.อิวาซากิ ระบุว่า นักวิจัยที่พัฒนาวัคซีนต้านโควิด-19 โชคดีในหลายๆ ด้าน เพราะไวรัสไม่ได้กลายพันธ์ุเร็วจนเกินไป และไม่ได้ทำลายระบบภูมิคุ้มกันของมนุษย์อย่างมีประสิทธิภาพ เหมือนไวรัส เอชไอวี, โรคงูสวัด หรือแม้แต่ไวรัสไข้หวัดใหญ่ ซึ่งกลายพันธ์ุอย่างรวดเร็วจนต้องเปลี่ยนสูตรวัคซีนใหม่ทุกปี

ทุนสนับสนุนมหาศาล

ส่วนที่ช้าที่สุดในการพัฒนาวัคซีนแต่ละชนิด ไม่ใช้การวิจัย แต่เป็นการทดสอบประสิทธิภาพและความปลอดภัย ซึ่งมักจะใช้เวลานานหลายปี เพราะนักวิจัยต้องทำการทดสอบในสัตว์ก่อน ตามด้วยในมนุษย์ ซึ่งจะแบ่งเป็น 3 ระยะ (เฟส) แต่ละระยะจะเพิ่มจำนวนอาสาสมัครมากขึ้นเรื่อยๆ เช่นเดียวกับค่าใช้จ่ายที่สูงขึ้นเรื่อยๆ ด้วยเช่นกัน

การพัฒนาวัคซีนต้าน โควิด-19 ก็ดำเนินตามขั้นตอนเดียวกัน แต่ที่ต่างออกไปคือ บริษัทผู้ผลิตได้รับทุนสนับสนุนมหาศาลจากหน่วยงานรัฐและมหาเศรษฐีเอกชน ทำให้พวกเขากล้าที่จะดำเนินการทดสอบระยะต่างๆ รวมทั้งการผลิตวัคซีน คู่ขนานกันไปได้ แทนที่จะต้องทำตามลำดับเหมือนเมื่อก่อน เพราะต้องห่วงเรื่องงบประมาณ และความเสี่ยงที่วัคซีนจะใช้ไม่ได้ผล

นับตั้งแต่การระบาดของไวรัสโควิด-19 เริ่มขึ้น ปฏิบัติการ ‘วาร์ป สปีด’ (Operation Warp Speed) ของสหรัฐฯ ลงทุนไปกับการพัฒนาวัคซีนของบริษัทยาหลายแห่งแล้วกว่า 1 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ กลายเป็นโครงการสนับสนุนทางการเงินที่ใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์

ศ. บีอาเท แคมป์แมนน์ ผู้อำนวยการศูนย์วัคซีนของสถาบันเวชศาสตร์เขตร้อนและสุขอนามัยในลอนดอน กล่าวว่า การพัฒนาวัคซีนไม่อาจมีผลลัพธ์ที่รวดเร็วเช่นนี้ได้ หากปราศจากทุนสนับสนุนเหล่านี้ ซึ่งไม่เคยเกิดขึ้นตอนอีโบลาระบาดที่แอฟริกาในปี 2557-59 ทำให้การพัฒนาวัคซีนอีโบลาล่าช้ากว่ามาก การที่เงินทุนหลั่งไหลมาขนาดนี้เป็นเพราะทุกประเทศรวมทั้งชาติร่ำรวยได้รับผลกระทบทางเศรษฐกิจอย่างหนัก บ่งชี้ว่า การพัฒนาวัคซีนในอนาคต รวมทั้งวัคซีนต้านโรคที่มีอยู่แล้วอย่าง มาลาเรีย จะไม่เร็วเท่าครั้งนี้

ความร่วมมือที่ดีขึ้นทั้งระดับชาติและระดับโลก

การระบาดของไวรัสร้ายแรงในอดีตยังมีส่วนกระตุ้นให้เกิดการสร้าง โครงสร้างพื้นฐานระดับชาติและระดับโลก ที่สามารถส่งเสริมให้การพัฒนาวัคซีนรวดเร็วขึ้นได้ โดยการระบาดของไวรัสอีโบลา และไวรัสซิกา ถือเป็นจุดเริ่มต้นอย่างแท้จริงของการพัฒนาความร่วมมือระดับสากล เรื่องวิธีการตอบสนองต่อวิกฤติโรคติดต่อให้ดียิ่งขึ้น

บาร์นีย์ เกรแฮม รองผู้อำนวยการศูนย์วิจัยวัคซีนของ สถาบันโรคติดต่อและภูมิแพ้แห่งชาติของสหรัฐฯ (NIAID) กล่าวว่า หากไวรัสซาร์ส ในปี 2545 ระบาดไปทั่วแบบตอนนี้ โลกคงไม่มีเทคโนโลยีสร้างวัคซีนและระบบความร่วมมือระหว่างประเทศที่ดีพอรับมือ และเราคนเผชิญความยากลำบากยิ่งกว่านี้มาก

หนึ่งในหน่วยงานที่ถูกสร้างขึ้นมาคือ องค์กรความร่วมมือเพื่อพัฒนาความพร้อมรับมือโรคระบาด (Coalition for Epidemic Preparedness Innovations: CEPI) เป็นกองทุนที่รับเงินบริจาคจากทุกภาคส่วน โดยมีเป้าหมายเพื่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานทางเทคโนโลยีที่จำเป็นสำหรับการพัฒนาวัคซีนอย่างรวดเร็ว และมีประสิทธิภาพ โดย CEPI ก็มีส่วนช่วยออกทุนสนับสนุนการพัฒนาวัคซีนต้านโควิด-19 ของของบริษัท โมเดอร์นา และออกฟอร์ด ด้วย

ในขณะเดียวกัน การระบาดของไวรัสโคโรนาสายพันธ์ุใหม่คราวนี้ ทำให้หน่วยงานตรวจสอบของประเทศต่างๆ ต้องคิดใหม่ทำใหม่ในเรื่องการอนุมัติวัคซีนอย่างรวดเร็ว ด้วยการอนุมัติให้มีการใช้ในกรณีฉุกเฉิน เหมือนที่กำลังทำอยู่ในปัจจุบัน แล้วให้บริษัทที่เป็นเจ้าของทำแบบสำรวจหาผลข้างเคียง และระยะเวลาการมีประสิทธิภาพของวัคซีนด้วย

นอกจากนี้ หน่วยงานตรวจสอบแห่งชาติ จะแลกเปลี่ยนข้อมูลเรื่องการทดสอบวัคซีนกับหน่วยงานระดับโลกอย่าง 'สำนักงานความร่วมมือตรวจสอบเวชศาสตร์ระหว่างประเทศ' (ICMRA) ที่ก่อตั้งขึ้นในปี 2555 เพื่อให้นานาชาติมีความเห็นร่วมกันเรื่องปัญหาต่างๆ เช่น ช่วงที่ดีที่สุดในการยุติการทดสอบวัคซีน และการสังเกตผลข้างเคียงของวัคซีนไปพร้อมๆ กับการกระจายวัคซีน เป็นต้น

ประโยชน์ต่อวัคซีนในอนาคต

การระบาดของไวรัส ซาร์ส-โควี-2 ทำให้เกิดความเปลี่ยนแปลงขึ้นในการพัฒนาวัคซีนอย่างถาวรหลายอย่าง เช่นการใช้ mRNA มาช่วยเพิ่มความเร็วในการสร้างวัคซีนสำหรับโรคอื่นๆ โดย ศ.แคมป์แมนน์ กล่าวว่า นี่เป็นเทคโนโลยีที่ปฏิวัติวงการวัคซีนวิทยา เพราะการสังเคราะห์วัคซีน mRNA สามารถทำได้ภายในไม่กี่วัน ตรงข้ามกับการใช้เทคโนโลยีชีวภาพที่ซับซ้อนกว่า อย่างการผลิตโปรตีนในเซลล์

นอกจากนั้น ศ.ริโน รัปปัวลี หัวหน้านักวิทยาศาสตร์ในแผนกวัคซีนของบริษัท แกลกโซสมิธไคลน์ ในอิตาลี เผยว่า RNA ช่วยทำให้การผลิตวัคซีนง่ายขึ้นมาก เพราะสามารถใช้โรงงานเดียวกันในการผลิต RNA สำหรับโรคที่แตกต่างกัน ช่วยลดจำนวนเงินที่ต้องลงทุน ทำให้บริษัทต่างๆ สามารถเพิ่มกำลังผลิตขึ้นได้อีก เพราะพวกเขายังต้องสร้างวัคซีนสำหรับโรคหัด, โปลิโอ และอื่นๆ ด้วย

ขณะที่ ศ.ปีเตอร์ โฮเทซ นักไวรัสวิทยา จากสถาบันการแพทย์ เบย์ลอร์ ในเมืองฮูสตัน รัฐเทกซัส ระบุว่า การทดสอบวัคซีนทางคลินิกขนาดใหญ่ที่กำลังเกิดขึ้นในหลายพื้นที่ของโลกตอนนี้ อาจมอบข้อมูลมากมาย ที่ทำให้นักวิทยาศาสตร์เขาใจเรื่องการตอบสนองของระบบภูมิคุ้มกันของมนุษย์ได้ดีขึ้น ยิ่งกว่าผลลัพธ์ที่ได้จากการวิจัยในช่วงหลายทศวรรษที่ผ่านมาเสียอีก

ถึงกระนั่น การพัฒนาวัคซีนที่รวดเร็วจะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อ มีผู้ติดเชื้อจำนวนมหาศาลจนสามารถดำเนินการทดสอบทางคลินิกขนาดใหญ่ได้ และต้องมีเงินทุนจำนวนมาก รวมทั้งต้องมีพื้นฐานความรู้เกี่ยวกับไวรัสที่เข้มแข็งด้วย ซึ่ง ดร.อิวาซากิ กล่าวว่า ความสำเร็จของวัคซีนโควิด-19 นั้น เป็นตัวอย่างแสดงให้เห็นสิ่งที่วิทยาศาสตร์ทำให้เกิดขึ้นได้อย่างรวดเร็ว “แต่มันไม่ได้เกิดขึ้นในชั่วข้ามคืน”

แท็กที่เกี่ยวข้อง

โควิด-19ไวรัสโคโรน่าวัคซีนโควิดพัฒนาวัคซีนไฟเซอร์วัคซีนโควิด 19 ล่าสุดโควิดวันนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันเสาร์ที่ 6 มีนาคม 2564 เวลา 04:07 น.