คณะผู้เลือกตั้งลงคะแนนเสียงให้นายโจ ไบเดน เกินกว่า 270 เสียงแล้ว ทำให้เขากลายเป็นผู้ชนะการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ครั้งล่าสุดอย่างเป็นทางการ
สำนักข่าว ซีเอ็นเอ็น รายงานว่า เมื่อวันที่ 14 ธ.ค. 2563 ทุกรัฐในสหรัฐฯ จัดการประชุมสมาชิกคณะผู้เลือกตั้ง (electoral college) เพื่อลงคะแนนเสียงตัดสินว่า ใครจะเป็นผู้ชนะการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ซึ่งผลปรากฏว่า ผู้ท้าชิงอย่างนายโจ ไบเดน ได้คะแนนเสียงเกิน 270 เสียงทำให้เขาได้เป็นผู้ชนะอย่างเป็นทางการแล้ว
ระบบการเลือกตั้งของสหรัฐฯ พิเศษกว่าประเทศอื่นๆ โดยผู้โหวตไม่ได้เลือกผู้สมัครที่พวกเขาต้องการโดยตรง แต่โหวตเพื่อให้ได้ ‘ผู้เลือกตั้ง’ ซึ่งจะไปลงคะแนนเสียงเลือกผู้ชนะอย่างเป็นทางการอีกทีหนึ่ง โดยที่แต่ละรัฐจะมีจำนวนผู้เลือกตั้งไม่เท่ากัน และผู้สมัครที่ได้คะแนนเสียงมากที่สุดในรัฐนั้นๆ จะได้คะแนนคณะผู้เลือกตั้งไปทั้งหมด ซึ่งใครได้เกินกว่า 270 เสียงก็จะเป็นผู้ชนะการเลือกตั้ง
...
ความเคลื่อนไหวล่าสุด ส่งผลกระทบอย่างหนักต่อความพยายามของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่ต้องการขัดขวางชัยชนะของนายไบเดน ด้วยการฟ้องร้องในรัฐต่างๆ ซึ่งจนถึงตอนนี้ถูกศาลปฏิเสธทั้งหมด
ทั้งนี้ การประชุมของคณะผู้เลือกตั้งทั้ง 538 คน ถือเป็นขั้นตอนสำคัญในกระบวนการเลือกตั้งสหรัฐฯ เพื่อยืนยันผลการเลือกตั้งทั่วไป โดยกฎหมายกำหนดให้ผู้เลือกตั้งลงคะแนนเสียงเลือกประธานาธิบดีและรองประธานาธิบดีในวันจันทร์แรกหลังจากวันพุธที่ 2 ของเดือนธันวาคม ซึ่งปีนี้ตรงกับวันที่ 14 ธ.ค.
อย่างไรก็ตาม นี่ไม่ใช่ขั้นตอนสุดท้ายเพื่อเลือกประธานาธิบดี หลังจากนี้ผลโหวตของคณะผู้เลือกตั้งจะถูกส่งไปนับในการประชุมร่วมของสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา ในวันที่ 6 ม.ค. ซึ่งรองประธานาธิบดี ไมค์ เพนซ์ เป็นประธาน โดยสมาชิกสภาสามารถคัดค้านผลการเลือกตั้งในแต่ละรัฐได้ แต่การคัดค้านจะถูกพิจารณาเมื่อสมาชิกของทั้ง 2 สภาเห็นชอบ
ในกรณีที่ สมาชิกทั้ง 2 สภาเห็นชอบพิจารณาการคัดค้านผลเลือกตั้ง สภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา จะแยกกันอภิปรายในเรื่องดังกล่าว เป็นเวลา 2 ชั่วโมงก่อนจะมีการลงมติ แต่สภาล่างอยู่ภายใต้การควบคุมของพรรคเดโมแครต ขณะที่มี ส.ว.รีพับลิกันในสภาสูงหลายคนที่ไม่เห็นด้วยกับนายทรัมป์ที่อ้างว่ามีการโกงเลือกตั้ง การท้าทายผลการเลือกตั้งในสภาสูงจึงไม่น่าประสบความสำเร็จ