นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่นยอมสั่งระงับโครงการสนับสนุนการท่องเที่ยวแล้ว เพื่อควบคุมการระบาดของไวรัสโควิด-19 ที่กำลังเพิ่มสูงขึ้น และเตือนประชาชนวางแผนเดินทางในวันหยุดอย่างระมัดระวัง
สำนักข่าว แชนเนลนิวส์เอเชีย รายงานว่า นายโยชิฮิเดะ สุกะ นายกรัฐมนตรีแห่งประเทศญี่ปุ่น ประกาศระงับโครงการอุดหนุนการท่องเที่ยว ‘Go To Travel’ แล้วในวันจันทร์ที่ 14 ธ.ค. 2563 หลังจากถูกกดดันอย่างหนัก เพื่อควบคุมการระบาดของไวรัสโควิด-19 ซึ่งยังรุนแรงขึ้นอย่างต่อเนื่อง
“เราตัดสินใจใช้มาตรการที่รุนแรงที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ เพื่อหยุดการระบาดของไวรัส เพื่อให้พวกคุณทุกคนสามารถต้อนรับปีใหม่ได้อย่างเงียบสงบ” นายสุกะ กล่าวในที่ประชุมคณะรัฐมนตรีวาระพิเศษ เพื่อมาตรการต่อต้านการระบาด โดยโครงการ Go To Travel จะถูกระงับระหว่างวันที่ 28 ธ.ค. ถึง 11 ม.ค. 2564 แต่การระงับจะเกิดขึ้นก่อน ในพื้นที่การระบาดรุนแรงเช่นกรุงโตเกียว
นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่นยังเรียกร้องให้ประชาชนทบทวนแผนการเดินทางไปเยี่ยมญาติในช่วงวันหยุดด้วย “ผมขอเรียกร้องให้ประชาชนพิจารณาแผนเดินทางกลับบ้านอย่างระมัดระวัง ผมขอให้คุณช่วย เพื่อที่เราทุกคนจะได้ใช้เวลาปีใหม่อย่างสงบสุข”
ทั้งนี้ Go To Travel เป็นโครงการฟื้นการท่องเที่ยวโดยที่รัฐบาลญี่ปุ่นจะช่วยออกเงินให้คนไปเที่ยว เช่น ค่าที่พัก, ค่าทัวร์ และอื่นๆ จากตัวแทนจำหน่ายหรือที่พัก รวมทั้งมีคูปองเงินสดสำหรับใช้ที่จุดหมายปลายทางด้วย แต่การระบาดของไวรัสโควิด-19 ที่รุนแรงขึ้น ทำให้เกิดเสียงเรียกร้องให้ระงับมาตรการนี้มากขึ้นเรื่อยๆ
ตอนนี้ ญี่ปุ่นมียอดผู้ติดเชื้อสะสมอยู่ที่ 177,960 รายแล้ว ขณะที่มีผู้เสียชีวิต 2,584 ศพ โดยรัฐบาลกำลังเผชิญกระแสความไม่พอใจอย่างหนักจากความล้มเหลวในการรับมือการระบาด โดยผลสำรวจความคิดเห็นของประชาชนที่ออกเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมาชี้ว่า ประชาชนยอมรับในรัฐบาลลดลงจากเดือนก่อนถึง 17% เหลือแค่ 40% เท่านั้น