โลกในยุคปัจจุบันละเอียดอ่อนอย่างมาก คำพูดคำจา หรือการปฏิบัตินอกจากจะต้องตามประเพณีท้องถิ่นแล้ว ยังต้องนึกถึงหลักปฏิบัติสากลอีกด้วย โดยเฉพาะอย่างยิ่งคำที่เกี่ยวกับเรื่องเผ่าพันธุ์สีผิว เพศสภาพ ความทุพพลภาพของร่างกาย หรือแม้แต่ความอ้วน ความผอม ความสูง ความเตี้ย ศาสนา นิกาย การศึกษา ฐานะทางเศรษฐกิจ ฯลฯ

อย่างในตอนนี้มีภาพยนตร์เรื่อง Monster Hunter ซึ่งเป็นภาพยนตร์ดัง แต่อาจจะไม่ได้ฉายในจีนแผ่นดินใหญ่ เพราะมีถ้อยคำของนักแสดงคนหนึ่งที่สื่อถึงคนจีนที่ฟังแล้วถือว่าเป็นถ้อยคำที่เหยียดผิว

เพียงฉากเดียวที่มีตัวละครทหารที่รับบทโดยดาราชาวอเมริกันเชื้อสายจีน ดาราคนนี้ชี้ไปที่ขาของตัวเองแล้วพูดว่า “What
kind of knees are these? Chinese.” รู้ไหมนี่คือหัวเข่าอะไร หัวเข่าคนจีนไง ประโยคสั้นๆนี้สร้างความไม่พอใจให้คนจีน จำนวนมาก

นอกจากนั้น ยังมีการออกเสียงของนักแสดงที่ออกเสียงคำว่า Chinese เป็นไช–นีส์ หรือ Chi–knees! ซึ่งออกเสียงคล้ายกับการออกเสียงในเพลงเหยียดผิวของเด็กฝรั่งมังค่าที่เอาไว้ร้องเหยียดคนเอเชีย เช่น “Chi–nese, Jap–a–nese, dirty knees, look at these” นักแสดงออกเสียงคำว่า Chi–knees พร้อมทำท่าตบเข่า และทำตาหยี ซึ่งพวกเด็กอเมริกันเชื้อสายเอเชียมักจะเคยถูกฝรั่งมังค่าล้อด้วยเพลงพวกนี้กันแทบทุกคน

Monster Hunter มีดาราชาวไทยที่ชื่อ จา พนม รับบทเป็นนักล่าตัวนำของเรื่อง โดย Monster Hunter เป็นเกมที่ตัวละครต้องสวมบทบาทนักล่า ใช้อาวุธในการล่าสัตว์ป่าขนาดยักษ์ หนังเรื่องนี้ยังมีนักแสดงดังอย่างเช่น มิลลา โจโววิช และดาราดังอีกหลายคน ถ้าภาพยนตร์เรื่องนี้ไม่ได้ฉายในเมืองจีน รายได้ที่บริษัทผู้สร้างจะได้รับมีปัญหาแน่นอน

...

ที่กำลังดังอีกเรื่องหนึ่งและเกี่ยวข้องกับการเหยียดความทุพพลภาพ ก็เป็นเรื่องของดาราไทยคนหนึ่งที่เขียนถึง ส.ว.สตรีอเมริกันเชื้อสายไทย แทมมี่ ดักเวิร์ธ ซึ่งนักแสดงไทยแสดงความเห็นในเฟซบุ๊กในลักษณะดูหมิ่นสมาชิกวุฒิสภารัฐอิลลินอยส์ ลัดดา แทมมี่ ว่าพิการซ้ำซ้อน หลังจากที่ ส.ว.แทมมี่ เรียกร้องให้ผู้นำไทย ฟังเสียงประชาชน และให้เคารพในหลักการประชาธิปไตย ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของการเป็นรัฐบาล

การใช้คำดูหมิ่นสภาพบุคคลอย่างที่ดาราไทยคนนี้กระทำเป็นเรื่องที่ยอมรับไม่ได้ในสากล และมีโอกาสที่ปัญหานี้จะขยายบานปลายออกไปได้

สมัยนี้มีนักการเมือง ดาราภาพยนตร์ สื่อมวลชน และบุคคลที่มีชื่อเสียงด้านอื่นๆ ตายน้ำตื้นเพราะคำพูดคำจา ข้อเขียน หรือการปฏิบัติของตัวเองกันจำนวนหนึ่งครับ ที่ถือกันในหลายประเทศก็เป็นเรื่องเพศสภาพ โดยเฉพาะประเทศที่ยอมรับ LGBTQ ที่หมายถึง กลุ่มเพศทางเลือกคือ เลสเบี้ยน เกย์ ไบเซ็กชวล คนข้ามเพศ และเควียร์ ในสมัยนี้แม้แต่คู่สมรสของเอกอัครราชทูตของบางประเทศก็เป็นกลุ่ม LGBTQ ผู้นำ นายกรัฐมนตรี หรือ รัฐมนตรีของหลายประเทศก็เป็น LGBTQ และไม่มีการถูกดูหมิ่นเหยียดหยาม ได้รับการยอมรับเป็นอย่างดี

การไปกล่าวคำปราศรัยในบางประเทศก็ต้องระมัดระวังเรื่องการใช้คำเป็นอย่างมาก เช่นคำว่า ท่านประธานที่เคารพ ซึ่งแต่เดิม เราใช้ว่า Mr.Chairman เดี๋ยวนี้ก็เริ่มมีคนต่อต้านว่าเฉพาะผู้ชายเท่านั้นหรือที่จะเป็นประธานได้ จึงมีการเปลี่ยนมาใช้คำว่า Chairperson แทน

ปัจจุบันมีปัญญาประดิษฐ์หรือเอไอ ที่สามารถประมวลผลและค้นหาอย่างฉับไว การติดต่อเพื่อที่จะเดินทางไปยังประเทศใดอาจจะถูกสืบประวัติหนหลังได้อย่างง่ายดาย ทุกอย่างถูกบันทึกไว้ในระบบออนไลน์ ทำให้ไม่ได้รับวีซ่า หรือถูกระงับการเข้าประเทศหรือแม้แต่การสมัครงาน สมัยนี้ก็มีการตรวจสอบทัศนคติ การปฏิบัติในอดีต คำพูดคำจา ประโยคและวลีที่เหยียดผิว เหยียดเพศสภาพ

การใช้ภาษาไม่ได้ถูกจำกัดอยู่แค่ภาษาใดภาษาหนึ่ง โปรแกรมแปลภาษาทำให้ทุกภาษาเป็นสากล และอาจสร้างปัญหาตามมาได้ง่าย โปรดระวังครับ.

นิติการุณย์ มิ่งรุจิราลัย
songlok1997@gmail.com