มาเลเซียพบผู้ติดเชื้อโควิด-19 มากกว่า 2,000 รายในวันเดียวเป็นครั้งแรก หลังเกิดการระบาดอย่างหนักที่โรงงานผลิตถุงมือยางในรัฐสลังงอร์

สำนักข่าว แชนเนลนิวส์เอเชีย รายงานว่า กระทรวงสาธารณสุขมาเลเซียเปิดเผยในวันอังคารที่ 24 พ.ย. 2563 ว่า พบผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 เพิ่มอีก 2,188 รายในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา นับเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่การระบาดเริ่มต้นขึ้นที่มาเลเซียมีผู้ติดเชื้อมากกว่า 2,000 รายในวันเดียว

รายงานล่าสุดทำให้ยอดผู้ติดเชื้อสะสมในมาเลเซียเพิ่มไปอยู่ที่ 58,847 ราย ในจำนวนนี้มีผู้ที่ยังติดเชื้อ 14,353 ราย 112 รายกำลังรักษาตัวในห้องไอซียู และ 49 รายต้องใช้เครื่องช่วยหายใจ ขณะที่มีผู้เสียชีวิตเพิ่มอีก 4 ศพในรัฐซาบาห์และรัฐปีนัง ทำให้ยอดผู้เสียชีวิตเพิ่มเป็น 341 ศพแล้ว

ผู้ติดเชื้อที่พบใหม่ในวันอังคาร ทุกคนเป็นการติดเชื้อในท้องถิ่น โดย 74.2% หรือ 1,623 รายพบในรัฐสลังงอร์ และ 1,511 รายในจำนวนนี้มาจาก ‘เตอราไต คลัสเตอร์’ (Teratai cluster) หรือกลุ่มก้อนการระบาดที่โรงงานผลิตถุงมือยาง ‘ท็อป โกลฟ’ ที่เมืองกลัง ส่วนอีก 107 รายมาจากการระบาดที่เรือนจำ 4 แห่ง

ทั้งนี้ มาเลเซียกำลังเผชิญกับการระบาดระลอกที่ 3 ของไวรัสโควิด-19 แต่การติดเชื้อที่เพิ่มขึ้นอย่างมากในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา ส่วนใหญ่เป็นเพราะการระบาดที่โรงงานของ ท็อป โกลฟ ซึ่งจนถึงตอนนี้พบพนักงานติดเชื้อแล้วถึง 2,453 ราย จากการตรวจโรคพนักงานราว 5,800 คน ทำให้ ท็อป โกลฟ สั่งปิดโรงงาน 28 แห่งจาก 41 แห่งทั่วประเทศ