ผู้ดูแลการผลิตวัคซีนโควิดของรัฐบาลสหรัฐฯ เผย ชาวอเมริกันคนแรกอาจจะได้รับวัคซีนต้านโควิด-19 ในวันที่ 11 ธ.ค.นี้ หากทุกอย่างเป็นไปตามแผน
สำนักข่าว ซีเอ็นเอ็น รายงานว่า มอนเซฟ เซาวี ผู้ดูแลการพัฒนาวัคซีนต้านโควิด-19 ของรัฐบาลสหรัฐฯ ในปฏิบัติการ ‘วาร์ป สปีด’ (Warp Speed) เปิดเผยในวันอาทิตย์ที่ 22 พ.ย. 2563 ว่า หากทุกอย่างเป็นไปตามแผน ชาวอเมริกันคนแรกจะได้รับวัคซีนต้านไวรัสมรณะตัวนี้อย่างเร็วที่สุดในวันที่ 11 ธ.ค.
“แผนของเราคือการขนส่งวัคซีนไปยังศูนย์สร้างภูมิคุ้มกันต่างๆ ภายใน 24 ชั่วโมงหลังจากได้รับอนุมัติการใช้ ผมจึงคาดว่า บางที 2 วันหลังจากได้รับการอนุมัติ ในวันที่ 11 หรือ 12 ธันวาคม หวังว่าผู้คนกลุ่มแรกจะได้รับวัคซีนทั่วสหรัฐฯ ทั่วทุกรัฐ และในทุกพื้นที่ที่สำนักงานสาธารณสุขบอกให้เราไปส่งวัคซีน” นายเซาวีกล่าว
เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา บริษัท ‘ไฟเซอร์’ ผู้ผลิตยารายใหญ่ของสหรัฐฯ ยื่นคำร้องต่อสำนักงานอาหารและยาสหรัฐฯ (FDA) ขออนุญาตใช้วัคซีนต้านโควิด-19 ที่พวกเขาพัฒนาในกรณีฉุกเฉิน โดยคณะกรรมการของ FDA จะจัดการประชุมในวันที่ 10 ธ.ค.นี้ ซึ่งนายเซาวีระบุว่า หากได้รับการอนุมัติ วัคซีนอาจจะเริ่มขนส่งได้ทันทีในวันต่อไป
นายเซาวีเผยอีกว่า ด้วยระดับประสิทธิภาพของวัคซีนที่บริษัท ไฟเซอร์ และบริษัท โมเดอร์นา แสดงให้เห็น “หากสามารถให้วัคซีนแก่ประชากรได้ราว 70% ก็อาจจะทำให้เกิดการสร้างภูมิคุ้มกันหมู่ที่แท้จริง และมันอาจจะเกิดขึ้นในบางพื้นที่ภายในเดือนพฤษภาคม หรืออะไรประมาณนั้นตามแผนที่เราวางเอาไว้”
...
ด้าน ดร. แอนโธนี เฟาชี ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคติดต่อชั้นนำของสหรัฐฯ กล่าวในรายการ ‘Face The Nation’ ของช่อง ซีบีเอส ว่า เขาเห็นด้วยกับนายเซาวีว่า ภูมิคุ้มกันหมู่อาจจะเกิดขึ้นในเดือนพฤษภาคม แต่ย้ำว่า ประชากรส่วนใหญ่ของประเทศต้องได้รับวัคซีน เรื่องดังกล่าวจึงจะเกิดขึ้นได้