รัฐบาลเกาหลีใต้ยกระดับมาตรการคุมเข้มทางสังคม หลังจากที่เพิ่งคลายล็อกไปได้เพียง 1 เดือน พร้อมเตือนประชาชนอาจเกิดวิกฤติครั้งใหญ่หากยังไม่สามารถสกัดการระบาดโควิด-19 ลงได้
มาตรการคุมเข้มรอบใหม่จะเริ่มบังคับใช้ตั้งแต่วันพฤหัสบดีนี้ โดยจะสั่งห้ามจัดกิจกรรมที่มีการรวมตัวเกินกว่า 100 คน จำกัดการจัดกิจกรรมทางศาสนา รวมทั้งลดจำนวนผู้ชมการแข่งขันกีฬาเหลือแค่ 30% ของความจุสนาม นอกจากนี้ยังกำหนดให้สถานที่สุ่มเสี่ยง อย่างเช่น คลับและคาราโอเกะ ต้องมีการเว้นระยะห่างทางสังคมของแขกที่ไปใช้บริการอย่างเข้มงวด
เกาหลีใต้นับเป็นหนึ่งในชาติที่ประสบความสำเร็จในการควบคุมการระบาดใหญ่ของโควิด-19 ในระลอกแรก โดยใช้วิธีติดตามบุคคลใกล้ชิดผู้ป่วย และตรวจคัดกรองเป็นวงกว้าง แต่ตัวเลขผู้ติดเชื้อรายใหม่ก็ยังกลับมาเพิ่มมากขึ้น
โดยตัวเลขผู้ติดเชื้อรายวันทะลุเกิน 200 คน ต่อเนื่องเป็นวันที่ 4 แล้ว และยังพบการแพร่เชื้อแบบเป็นกลุ่มก้อนตามสำนักงาน โรงพยาบาล และการรวมกลุ่มสังสรรค์ในกรุงโซลและปริมณฑลซึ่งมีประชากรราวครึ่งหนึ่งของประชากร 52 ล้านคนทั่วประเทศ จนทำให้รัฐบาลตัดสินใจประกาศมาตรการคุมเข้มรอบใหม่
...
ด้านนายกรัฐมนตรี ชุง เซ-คยุน ของเกาหลีใต้ ระบุในที่ประชุมว่า ความพยายามต่อสู้กับไวรัสโคโรนาของประเทศกำลังเผชิญกับวิกฤติ แม้ว่ามาตรการคุมเข้มจะทำให้ประชาชนไม่สะดวกสบายในการใช้ชีวิตประจำวัน แต่ทุกคนก็มีประสบการณ์แล้วว่าวิกฤติจะรุนแรงมากขึ้นถ้ายังไม่เริ่มดำเนินการตั้งแต่ตอนนี้ ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคแห่งเกาหลีใต้ (KCDC) รายงานว่า พบผู้ติดเชื้อรายใหม่ 230 คน ในรอบ 24 ชั่วโมง ซึ่งสูงที่สุดนับตั้งแต่ต้นเดือนกันยายนที่ผ่านมา โดยพบว่า 68 เปอร์เซ็นต์ของการติดเชื้อในประเทศ 202 ราย เกิดขึ้นในเขตกรุงโซลและพื้นที่โดยรอบ ทำให้ยอดผู้ติดเชื้อสะสมทั่วประเทศเพิ่มเป็น 28,998 ราย เสียชีวิต 494 ศพ
ซึ่งเจ้าหน้าที่สาธารณสุขคาดการณ์ว่า ตัวเลขผู้ติดเชื้อรายวันอาจจะสูงถึง 400 ราย ในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้าหากประชาชนไม่ให้ความร่วมมือ ขณะที่รัฐมนตรีต่างประเทศของเกาหลีใต้ได้ขยายเวลา ข้อแนะนำให้พลเมืองเกาหลีใต้หลีกเลี่ยงการเดินทางไปต่างประเทศต่อไปอีก 1 เดือน เนื่องจากสถานการณ์การระบาดทั่วโลกยังไม่ดีขึ้น.
ที่มา: รอยเตอร์