สงครามโลกครั้งที่ 1 เกิดจากลัทธิชาตินิยมในฝรั่งเศสและเยอรมนี และความคลั่งความเป็นสลาฟในคาบสมุทรบอลข่านที่มีรัสเซียสนับสนุน ทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศตึงเครียด แต่ละประเทศแข่งกันหาอาณานิคมในตะวันออกไกลและสร้างแสนยานุภาพทั้งทางบกและทางเรือ สงครามโลกครั้งที่ 1 ระเบิดเมื่ออาร์ชดุ๊กฟรานซิส เฟอร์ดินานด์ มกุฎราชกุมารแห่งจักรวรรดิออสเตรีย-ฮังการี และเจ้าหญิงโซฟี พระชายาถูกลอบปลงพระชนม์ สงครามโลกครั้งนี้มีทหารเสียชีวิต 13 ล้านคน บาดเจ็บ 20 ล้านคน พิการตลอดชีวิต 7 ล้านคน
สงครามโลกครั้งที่ 2 เริ่มจากการที่เยอรมนีบุกโปแลนด์เมื่อ 1 กันยายน 1939 และสงครามก็ขยายไปทั่วยุโรป ต่อมาญี่ปุ่นซึ่งเป็นพันธมิตรของเยอรมนีและอิตาลีโจมตีฐานทัพเรือสหรัฐฯที่ฮาวาย สหรัฐฯจึงประกาศสงครามต่อญี่ปุ่น เยอรมนีซึ่งเป็นพันธมิตรของญี่ปุ่นประกาศสงครามต่อสหรัฐฯ สงครามโลกครั้งที่ 2 ทำให้พลเรือนและทหารทั่วโลกเสียชีวิตกว่า 60 ล้านคน
วันก่อน นายพล เซอร์ นิค คาร์เตอร์ แห่งกองทัพอังกฤษ ให้สัมภาษณ์ว่าโควิด-19 สร้างความหายนะทางเศรษฐกิจและจะจุดชนวนความขัดแย้งในภูมิภาคคล้ายความขัดแย้งที่เคยนำไปสู่สงครามโลกครั้งที่ 2 จะทำให้โลกไร้เสถียรภาพและมีความเสี่ยงที่จะลงเอยด้วยสงครามเต็มรูปแบบ
ไม่ใช่เฉพาะผู้บัญชาการระดับสูงของกองทัพอังกฤษเท่านั้นที่คิดอย่างนี้ ผู้นำโลกและนักวิเคราะห์หลายคนคิดตรงกันว่าวิกฤติโควิด-19 จะทำให้ประเทศต่างๆ ตึงเครียดและจะเผชิญหน้ากันเหมือนกับสถานการณ์ในศตวรรษที่แล้ว สุดท้ายก็จะลุกลามบานปลายกลายเป็นสงครามโลกอย่างที่ไม่เคยมีใครคิดมาก่อน
ขณะนี้ มีคนติดเชื้อโควิด-19 จำนวน 51.28 ล้านคน ตายแล้ว 1.27 ล้านคน มหาอำนาจชาติต่างๆ มีคนติดโรคเกินล้านแทบทั้งสิ้น ไม่ว่าสหรัฐฯ (10.4) อินเดีย (8.6) บราซิล (5.6) รัสเซีย (1.8) ฝรั่งเศส (1.8) สเปน (1.4) อาร์เจนตินา (1.2) อังกฤษ (1.2) โคลอมเบีย (1.1) ฯลฯ
สมัยนี้มีโซเชียลมีเดียที่เราสามารถอ่านและรับรู้ความทุกข์ยากของผู้คนทั้งโลก แม้จะเขียนเป็นภาษาอื่น แต่เครื่องแปลภาษาที่มีประสิทธิภาพก็ทำให้เราได้ทราบถึงผลของโควิด-19 ที่ทำให้ผู้คนเผชิญความหายนะทางเศรษฐกิจ ความอดอยาก และไม่มีที่อยู่อาศัย แม้แต่ผู้นำและรัฐมนตรีของประเทศต่างๆ ก็ไม่รอดพ้น
ผู้นำประเทศที่กำลังติดเชื้อโควิด-19 อยู่ในขณะนี้มีประธานาธิบดี รัฐมนตรีคลัง รัฐมนตรีกลาโหมของอูเครน เดิมสถานการณ์โควิด-19 ในอูเครนไม่รุนแรง แต่เพราะการยอมให้คนเดินทางเข้าประเทศ สุดท้ายก็ควบคุมการระบาดไม่ได้ ตอนนี้มีผู้ติดเชื้อใหม่เพิ่มจากวันละ 1.5 หมื่นคนไปเป็นวันละ 2 หมื่นคน ประเทศกำลังเผชิญความหายนะขั้นร้ายแรง
สงครามโลกยังมีฝ่ายแพ้ฝ่ายชนะ แต่โควิด-19 มีแต่แพ้กับแพ้ร่วมกัน ประเทศใดประเทศหนึ่งซึ่งควบคุมการระบาด
ได้ดี แต่เผลอปล่อยให้คนต่างชาติเดินทางเข้ามา อาจจะเพราะทนความอดอยากปากแห้งไม่ไหว รัฐบาลจึงยอมเสี่ยงเพื่อแลกเศษเงินกับหายนะภัยของการระบาดใหม่ที่เอาสุขภาพของประชาชนในชาติเป็นเดิมพัน
ของบางอย่างได้ไม่คุ้มเสีย ได้เงินไม่กี่พันกี่หมื่นล้านบาทจากนักท่องเที่ยว แต่ต้องมาเสียค่าใช้จ่ายกับผู้คนที่เจ็บป่วยล้มตายเป็นหมื่นเป็นแสนล้านบาท ตัวเงินไม่เท่าใดดอกครับ แต่ชีวิตของผู้คนในประเทศสำคัญมากกว่า ผู้เชี่ยวชาญด้านสาธารณสุขหลายคนทำนายว่า โควิด-19 จะกลับมาระบาดอีกหลายระลอก และมีโอกาสที่จะรุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ
สงครามโลกครั้งที่ 1 และครั้งที่ 2 มีผู้คนบาดเจ็บล้มตายเพราะอาวุธยุทโธปกรณ์ที่มนุษย์สร้างขึ้น ตอนนี้มีนักไวรัสวิทยาหลายท่านออกมายืนยันว่า ไวรัสที่ทำให้เกิดโควิด-19 เกิดจากฝีมือมนุษย์ เช่น ศาสตราจารย์ ลุค มองแตเยอร์ ผู้ค้นพบไวรัสเอชไอวีซึ่งเป็น RNA Virus เหมือนโคโรนาไวรัส ท่านรับรางวัลโนเบลสาขาการแพทย์ ค.ศ.2008
มีงานวิจัยศึกษาโปรตีนที่สำคัญของไวรัส วิเคราะห์รหัสพันธุกรรมทั้งหมดของไวรัสโควิดที่มีความยาวมากกว่า 3 หมื่นคู่เบส สุดท้ายทุกคนสรุปว่า ไวรัสโควิด-19 ไม่ได้เกิดจากธรรมชาติ แต่เกิดจากการตัดต่อพันธุกรรม
สิ่งที่เราเผชิญทุกวันนี้ จึงไม่ต่างจากสงคราม.
นิติการุณย์ มิ่งรุจิราลัย
songlok1997@gmail.com