ติดตามอนาคตของโดนัลด์ ทรัมป์ เมื่อพ้นจากตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯ จะเกิดอะไรขึ้น เพราะก่อนหน้ามีคดีอาญา และแพ่ง เป็นจำนวนมาก ไม่สามารถดำเนินคดีได้ เนื่องจากมีเอกสิทธิ์คุ้มครองตามกฎหมายในฐานะประธานาธิบดี ทำให้รอดมีเวลาหายใจ

ขณะทรัมป์ ดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯ มีข้อครหาเกี่ยวกับการใช้ตำแหน่งเอื้อผลประโยชน์ ในการทำธุรกิจให้กับคนในครอบครัว มีพฤติกรรมฉ้อฉลสุ่มเสี่ยงโดนเต็มๆ ทั้งการหลีกเลี่ยงภาษี มีพฤติกรรมฟอกเงิน จากการทำธุรกรรม การถูกกล่าวหามีการล่วงละเมิดทางเพศผู้หญิง และอีกหลายคดีที่ยังไม่หมดอายุความ รวมถึงตกเป็นจำเลย พ่ายแพ้ในศาลอุทธรณ์ อยู่ระหว่างรอการวินิจฉัยของศาลสูงสุด

ความเป็นไปได้ที่โดนัลด์ ทรัมป์ จะเจอวิบากกรรมโดนสอยย้อนหลัง จนติดคุกหัวโตตอนแก่ หลังหมดวาระในการดำรงตำแหน่ง "ประธานาธิบดีสหรัฐฯ" หรือไม่ ทางด้าน ศ.กิตติคุณ ดร.ไชยวัฒน์ ค้ำชู ผู้อำนวยการวิทยาลัยการเมืองการปกครอง สถาบันพระปกเกล้า กล่าวกับ "ทีมข่าวเจาะประเด็นไทยรัฐออนไลน์" ว่า ไม่รู้แน่ชัดว่าข้อมูลที่ทรัมป์ ถูกฟ้องดำเนินคดีมีเท่าไร แต่ที่ผ่านมาตามที่เข้าใจกัน ภายหลังทรัมป์ พ้นจากตำแหน่งประธานาธิบดี จะไม่ได้รับเอกสิทธิ์คุ้มครองอีกต่อไป ไม่ให้ถูกดำเนินคดีอาญา จากคดีที่ยังไม่หมดอายุความ

...

หนึ่งในคดีอาญาที่น่าจะโดนอย่างแน่ๆ อยู่ระหว่างการสอบสวนกรณีจ่ายเงินปิดปากอดีตนางแบบโป๊ ที่อ้างว่ามีสัมพันธ์ลึกซึ้งกับทรัมป์ ก่อนเข้าสู่วงการการเมือง ซึ่งเป็นการทำผิดกฎหมายเลือกตั้ง และคดีนี้ได้ทำให้ ไมเคิล โคเฮน อดีตทนายความของทรัมป์ ถูกจำคุก 3 ปี เนื่องจากมีการปิดบังความจริง ก่อนทรัมป์ จะลงเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ เมื่อ 4 ปีที่แล้ว และจะมีการโยงไปถึงทรัมป์ในเรื่องที่มาของเงิน เนื่องจากเป็นไปไม่ได้ที่ทนายความ จะออกเงินจำนวน 130,000 ดอลลาร์ ให้กับลูกความ คือทรัมป์

นอกจากนี้ ทรัมป์ ยังมีเรื่องการเลี่ยงภาษี แม้จะไม่โดนคดีอาญา แต่จะโดนคดีหนีภาษี จะต้องไปดูหลักฐานจากใบแจ้งจ่ายภาษีว่าสามารถเปิดเผยได้หรือไม่ เป็นการฟอกเงินอ้างข้อมูลแค่เป็นการกู้ยืมเงิน ซึ่งในคดีนี้ไม่แน่ใจจะมีข้อมูลหลักฐานอย่างที่นิวยอร์กไทมส์ออกมาแฉหรือไม่ และในกรณีคดีที่ยังไม่หมดอายุความ ทำให้ทรัมป์ ดิ้นรนพยายามจะต้องชนะเลือกตั้งประธานาธิบดี สมัยที่ 2 ให้สามารถอยู่ต่ออีก 4 ปี หากอยู่ครบก็รอดจากคดีต่างๆ

แต่เมื่อไม่ชนะ อาจจะถูกฟ้อง เนื่องจาก โจ ไบเดน ประกาศในช่วงหาเสียง หากมีอำนาจจะไม่นิรโทษกรรมให้ แตกต่างจากคดีวอเตอร์เกต สุดอื้อฉาว ทำให้ประธานาธิบดีริชาร์ด นิกสัน ต้องลาออกจากตำแหน่ง แต่เจอรัลด์ ฟอร์ด รองประธานาธิบดี จากพรรคเดียวกัน ได้ประกาศนิรโทษกรรมให้นิกสัน ทำให้รอดจากคดีอาญา

“ไบเดน อยู่คนละพรรคกับทรัมป์ จึงไม่นิรโทษกรรมให้ อีกทั้งสมัยทรัมป์ มีอำนาจ มีการยุให้จับคนนั้นคนนี้ รวมทั้งเรื่องผู้ว่าการรัฐมิชิแกน มีการล็อกดาวน์ ป้องกันโควิด แต่ทางทรัมป์ ก็ออกมาบอกว่าทำผิดกฎหมายบังคับให้คนล็อกดาวน์ มีการยุยงให้คนออกมาต่อต้าน คาดว่าเรื่องนี้จะเป็นอีกประเด็นที่จะถูกดำเนินคดี หลังทรัมป์พ้นจากตำแหน่ง และอีกหลายคดี ที่ทรัมป์จะโดนโดยไม่มีข้ออ้างใดๆ ท่ามกลางกระแสข่าวว่าทรัมป์ พยายามจะกลับมาเลือกตั้งอีกครั้งใน 4 ปีข้างหน้า เพื่อให้ตัวเองหลุดรอดคดี หากไบเดน เดินหน้าดำเนินคดีต่อ”

 

กรณีทรัมป์ พ่ายแพ้โจ ไบเดน ได้ตั้งข้อสังเกตว่าส่วนหนึ่งมาจากผู้สนับสนุนพรรครีพับลิกัน เลือกเฉพาะ ส.ส. แต่ไม่ชอบทรัมป์จึงไม่เลือก เพราะทำให้ภาพลักษณ์พรรคเสียหาย และเกิดจาก “คลื่นสีฟ้า” หรือ Blue Wave อยากเห็นการเปลี่ยนแปลง ทำให้ไบเดน พยายามดึงพวกสายกลางในพรรครีพับลิกัน มาเข้าพวกจนประสบชัยชนะ เนื่องจากบุคลิกของทรัมป์ ทำให้พรรคขายหน้าต่างชาติ ทำให้ภาพลักษณ์ตกต่ำ หากเทียบกับประเทศอื่นๆ แบบไม่เคยมีผู้นำคนใด มีพฤติกรรมแย่เท่ากับทรัมป์มาก่อน เอาแต่ผลประโยชน์ของตัวเองเป็นที่ตั้ง ไม่มีครรลองคลองธรรม

...

“สังเกตได้จากอดีตประธานาธิบดี จอร์จ ดับเบิลยู.บุช ยังรีบออกมาแสดงความยินดีกับโจ ไบเดน แม้อยู่ต่างพรรคมีนโยบายต่างกันก็ตาม และบอกว่าเป็นคนดี จะนำความสามัคคีกลับคืนสู่บ้านเมือง แสดงให้เห็นว่าคนรีพับลิกัน เช่นเดียวกับทรัมป์ ยังอยู่เฉยไม่ได้ แต่ก็ไม่ได้ออกมาวิจารณ์ทรัมป์ โดยตรง และแม้ทรัมป์ จะออกมากระตุ้นให้คนสนับสนุน ออกมาชุมนุมไม่ยอมรับผลคะแนน แต่บังเอิญคะแนนที่ออกมาห่างกันมาก จนไม่สามารถลบล้างกันได้ เพราะเกิดจากพฤติกรรมของทรัมป์ ทำร้ายตัวเอง จากความเพี้ยนกว่าผู้นำคนก่อนๆ มีการสร้างความแตกแยก หากกลับมาอีก ก็ยิ่งทำให้ชาติแตกแยกไปใหญ่”

 

ท้ายสุดแล้วทรัมป์ จะติดคุกหรือไม่ หลังพ้นจากตำแหน่ง ขึ้นอยู่กับหลักฐาน แต่ในมุมมองส่วนตัวคิดว่าทรัมป์ มีความกังวลในเรื่องนี้เช่นกัน อย่างเช่นคดีถอดถอน “อิมพีชเมนต์” ตามที่โรเบิร์ต มุลเลอร์ อัยการพิเศษสหรัฐฯ กล่าวหาว่า คณะหาเสียงของทรัมป์สมคบคิดกับรัสเซียโน้มน้าวการเลือกตั้งประธานาธิบดีปี 2559 แต่คิดว่าไบเดน คงไม่รังแกทางกฎหมาย หรือผลักดันให้เอาผิดต่อไป คงปล่อยให้เป็นไปตามกระบวนการยุติธรรม ไม่คิดแก้แค้นให้ทรัมป์ ติดคุก

...

“ตรงกันข้ามกับสมัยทรัมป์ มีความพยายามให้คนใกล้ชิดติดคุกติดตะราง และยังนิรโทษกรรมให้กับ โรเจอร์ สโตน ช่วยคนของตัวเองไม่ติดคุก จากข้อหาให้การเท็จในคดีรัสเซีย แทรกแซงการเลือกตั้ง และระหว่างที่ทรัมป์ รักษาการตำแหน่งประธานาธิบดี ซึ่งตามหลักนิติธรรม นิติรัฐ ไม่สามารถนิรโทษกรรมให้กับตัวเองได้ คิดว่าไม่มีข้อห้ามหากจะทำเช่นนั้น ทั้งๆ ที่รู้อยู่แก่ใจว่าตัวเองผิด ก็เป็นสิ่งที่ไม่ชอบธรรม เพื่อปกป้องผลประโยชน์ของตัวเองไม่ให้รับโทษ แลกกับการถูกประณาม

เพราะนิสัยทรัมป์ อยากทำอะไรก็ได้ เหมือนการออกบอกว่าตัวเองโดนโกงเลือกตั้ง และเท่าดูประวัติศาสตร์การเลือกตั้งในสหรัฐฯ ย้อนไป 20 ปี พบว่าแทบไม่มีการโกงเลือกตั้งเลย ยกเว้นการกระทำผิดกฎหมายเลือกตั้ง สรุปแล้วการโกงเลือกตั้งในสหรัฐฯ ไม่มีเคยมีมาเลย แม้แต่คนของรีพับลิกัน ยังออกมาปฏิเสธในเรื่องนี้”