ไลฟ์สไตล์
100 year

หุ้นทั่วโลกขึ้นขานรับไบเดน ชนะขาดคะแนนดิบ

ไทยรัฐฉบับพิมพ์
6 พ.ย. 2563 05:20 น.

SHARE

หุ้นทั่วโลกขึ้นขานรับไบเดน ชนะขาดคะแนนดิบ

ไทยรัฐฉบับพิมพ์6 พ.ย. 2563 05:20 น.

ศึกเลือกตั้งชิงเก้าอี้ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา “โจ ไบเดน” มั่นใจคว้าชัยชนะขึ้นเป็นผู้นำแดนอินทรี หลังมีคะแนนดิบถล่มทลาย หากผลออกมาชนะจะเป็นประธานาธิบดีคนแรกในประวัติศาสตร์อเมริกัน ที่ได้รับคะแนนดิบสูงสุด ส่วนผู้สนับสนุนทรัมป์ก่อหวอดคัดค้านการนับคะแนนเพราะเชื่อว่าทรัมป์จะชนะ รัฐวิสคอนซินขอให้นับคะแนนใหม่ อ้างว่าพบความไม่ชอบมาพากล ส่วนที่จอร์เจียอ้างว่าเห็นมีการนำบัตรเลือกตั้งมาใส่เพิ่มและยังเฮโลชุมนุมประท้วงในหลายรัฐ จนหวิดเกิดจลาจล แวดวงนักธุรกิจเมืองไทยเกาะติดการเลือกตั้งสหรัฐฯ ประธานกรรมการหอการค้าไทยเชื่อนโยบายไบเดนดีกว่าทรัมป์

ทั่วโลกเฝ้ารอฟังผลการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ที่บรรยากาศการนับคะแนนศึกเลือกตั้ง ครั้งนี้เป็นไปอย่างเข้มข้น เมื่อวันที่ 5 พ.ย.ตามเวลาประเทศไทย ท่ามกลางการลุ้นระทึกว่าใครจะเป็นผู้ครองเสียง “คณะผู้เลือกตั้ง” ครบ 270 เสียงจากทั้งหมด 538 เสียงตามเกณฑ์ ระหว่างนายโจ ไบเดน อดีตรองประธานาธิบดีสหรัฐฯ จากพรรคเดโมแครต กับนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ จากพรรครีพับลิกัน ขณะที่มีกระแสความไม่พอใจของผู้สนับสนุนทั้งสองฝ่ายเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ต่อการนับผลอันล่าช้าในรัฐที่ยังไม่ชี้ขาดทั้งเนวาดา เพนซิลเวเนีย นอร์ทแคโรไลนา และจอร์เจีย

ข่าวแนะนำ

ความคืบหน้าการนับคะแนนในช่วงเช้าวันเดียวกัน ตามเวลาประเทศไทย ปรากฏว่าคะแนนคณะผู้เลือกตั้งของนายไบเดนพุ่งสูงเป็น 264 เสียง หลังทิศทางการนับคะแนนดิบจะทำให้คว้าชัยชนะในรัฐตัวแปรสำคัญ หรือ “สวิงสเตต” ทั้งอริโซนา 11 เสียง วิสคอนซิน 10 เสียง และมิชิแกน 16 เสียง ขาดอีกเพียง 6 เสียงจะครบเกณฑ์ชนะเลือกตั้ง 270 เสียง ส่วนนายทรัมป์คะแนนคณะผู้เลือกตั้งอยู่ที่ 217 เสียง โดยยังมีคะแนนนำอยู่ที่รัฐตัวแปรเพนซิลเวเนีย จอร์เจีย นอร์ทแคโรไลนา ที่มีคณะผู้เลือกตั้ง 20 เสียง 16 เสียง และ 15 เสียงตามลำดับ แต่หากจะได้ชัยชนะย่อมหมายความว่านายทรัมป์ต้องชนะรัฐที่เหลือทั้งหมด รวมถึงรัฐเนวาดาที่นายไบเดนมีคะแนนนำ

โดยต่อมาจากการคำนวณคะแนนดิบของสำนักข่าวเอพี พบว่าทิศทางความได้เปรียบต่างเอนเอียงไปยังฝั่งนายไบเดนอย่างต่อเนื่อง ที่รัฐตัวแปรเพนซิลเวเนีย นายไบเดนมีคะแนนตามหลังนายทรัมป์ประมาณ 164,000 เสียง จากที่วันก่อนตามหลังอยู่ถึง 670,000 เสียง จากข้อมูลของคณะกรรมการการเลือกตั้งในรัฐพบด้วยว่าบัตรเลือกตั้งทางไปรษณีย์ที่ยังไม่นับส่วนใหญ่มาจากเขตฐานเสียงของเดโมแครต ที่รัฐตัวแปรจอร์เจีย นายทรัมป์มีคะแนนนำเพียง 28,000 เสียง และเหลือบัตรเลือกตั้งที่ยังไม่ได้นับ 90,000 ใบ

ที่รัฐตัวแปรนอร์ทแคโรไลนา จากผลการนับคะแนนเสร็จสิ้น 96 เปอร์เซ็นต์ นายทรัมป์มีคะแนนนำอยู่ประมาณ 76,000 เสียง ส่วนที่รัฐเนวาดา คะแนน ทั้งสองฝ่ายถือว่าสูสีอย่างมาก หลังจากการนับคะแนนเสร็จสิ้นไป 75 เปอร์เซ็นต์ พบว่านายไบเดนมีคะแนนนำอยู่ประมาณ 7,600 เสียง หน่วยนับคะแนนท้องถิ่นแจ้งเพียงว่าจะรายงานความคืบหน้าอีกครั้งในช่วงเที่ยงคืนของวันเดียวกันตามเวลาในประเทศไทย

ด้านนายโจ ไบเดน ผู้ท้าชิงจากพรรคเดโมแครต ได้ออกแถลงการณ์ในวันเดียวกัน ที่เมืองวิลมิงตัน รัฐเดลาแวร์ ระบุว่าเมื่อการนับคะแนนเสร็จสิ้นเชื่อว่าเราจะเป็นผู้ชนะการเลือกตั้งครั้งนี้ ผมจะบริหารบ้านเมืองในฐานะประธานาธิบดีสหรัฐฯ ต้องย้ำว่าตำแหน่งประธานาธิบดี ไม่สามารถเลือกข้างและทำให้เกิดความแตกแยกได้ พร้อมแสดงความมั่นใจว่าจะได้รับชัยชนะในรัฐตัวแปรเพนซิลเวเนียในที่สุด นอกจากนี้ นายไบเดนยังเปิดตัวเว็บไซต์ใหม่ชื่อ “สร้างคืนกลับมาให้ดีกว่าเดิม” ให้ข้อมูลประชาชนเกี่ยวกับคณะทำงานเปลี่ยนถ่ายอำนาจ ที่จะเริ่มงานแก้ไขวิกฤตการณ์ที่สหรัฐฯกำลังเผชิญ ทันทีที่นายไบเดนได้รับตำแหน่งผู้นำสหรัฐฯในเดือน ม.ค.

ส่วนกรณีที่นายทรัมป์ลักไก่ชิงประกาศชัยชนะล่วงหน้า ในวันปิดหีบเลือกตั้งเมื่อ 4 พ.ย. ตามเวลาประเทศไทย พร้อมกล่าวหาอย่างไร้หลักฐานว่า มีการโกงเกิดขึ้น จะยื่นเรื่องต่อศาลฎีกาขอให้ยุติการนับคะแนนที่เหลือ เพราะว่าตัวเองชนะแน่นอนนั้น ทีมหาเสียงของนายทรัมป์ได้เผยความคืบหน้าว่า ฝ่ายกฎหมายเตรียมการยื่นเรื่องต่อศาลรัฐบาลกลางในรัฐตัวแปร 4 รัฐ โดยรัฐวิสคอนซินจะขอให้มีการนับคะแนนใหม่เพราะพบความไม่ชอบมา พากลของระบบการนับ รัฐมิชิแกนจะขอให้มีการหยุดนับคะแนนโดยไม่ระบุเหตุผล ขณะที่รัฐจอร์เจีย ฝ่ายกฎหมายจะดำเนินการขอให้หยุดกระบวนการนับคะแนนของเขตแชทแฮม เคาน์ตี้ เนื่องจากมีผู้พบเห็น เจ้าหน้าที่หน่วยนำบัตรเลือกตั้งมาใส่เพิ่ม ในกองที่ยังไม่ได้นับคะแนน ส่วนรัฐเพนซิลเวเนียจะขออุทธรณ์ คัดค้านคำตัดสินของศาลที่อนุญาตให้นับคะแนนบัตรเลือกตั้งที่ส่งมายังศูนย์รวมคะแนนล่าช้า ตราบใดที่มีตราประทับรับเข้าระบบภายในวันที่ 3 พ.ย.

จากนั้นในช่วงเย็นวันเดียวกันตามเวลาประเทศ ไทย ได้เกิดเหตุการณ์ชุมนุมขึ้นตามเมืองต่างๆใน สหรัฐฯ โดยที่รัฐอริโซนา กลุ่มผู้สนับสนุนนายทรัมป์ได้รวมตัวประท้วงบริเวณหน้าศูนย์นับคะแนนเมืองฟีนิกซ์ เรียกร้องให้ยุติการนับคะแนน หลังทิศทางการนับคะแนนบ่งชี้ว่านายไบเดนได้รับชัยชนะ พร้อมมีความพยายามบุกเข้าไปในศูนย์นับคะแนน จนเจ้าหน้าที่ความมั่นคงต้องเข้าระงับเหตุปิดกั้นพื้นที่ เช่นเดียวกับที่เมืองดีทรอยต์ รัฐมิชิแกน ทิศทางบ่งชี้ให้นายไบเดนคว้าชัย กลุ่มผู้สนับสนุนนายทรัมป์ ได้กรูกันเคาะกระจกเรียกร้องให้หยุดการนับคะแนน ส่วนที่เมืองพอร์ตแลนด์ รัฐโอเรกอน กลุ่มผู้สนับสนุนพรรคเดโมแครต ได้จัดชุมนุมแสดงความไม่พอใจนายทรัมป์ จนลุกลามกลายเป็นเหตุจลาจล บุกทุบกระจกห้างร้านสรรพสินค้า

ขณะเดียวกัน นักการเมืองนานาชาติต่างให้ความสนใจต่อการเลือกตั้งสหรัฐฯทั้งสิ้น โดยนายเจเนส ยันซา นายกรัฐมนตรีสโลวีเนีย ประเทศบ้านเกิดของนางเมลาเนีย ทรัมป์ สตรีหมายเลขหนึ่ง ได้กล่าวให้กำลังใจและสนับสนุนนายทรัมป์ ด้านนายโดมินิก ราบ รมว.ต่างประเทศอังกฤษ ระบุให้จับตารอผล ที่มีความไม่แน่นอนสูง นางแอนเนเกรต คาร์เรนบาวเออร์ รมว.กลาโหมเยอรมนี แสดงความกังวลว่า อาจเกิดวิกฤตการณ์ด้านรัฐธรรมนูญในสหรัฐฯ นายวยาเชสลาฟ นิโคนอฟ ส.ส.รัสเซีย มองว่าไม่ว่าฝ่ายใดชนะ ผู้สนับสนุนอีกฝ่ายย่อมมองว่าไม่ชอบธรรม ทางที่ดีตุนข้าวโพดคั่วไว้เยอะๆ เพื่อรอชม ส่วนนายหวาง เหวินปิง โฆษกกระทรวงต่างประเทศจีน ให้ความเห็นว่า เป็นเรื่องการเมืองภายในสหรัฐฯจีนไม่ยุ่ง

ทั้งนี้ จากการนับคะแนนดิบหรือป๊อปปูลาร์ โหวต ที่ยังคงดำเนินไปอย่างต่อเนื่องพบว่านายไบเดนได้รับคะแนนดิบสนับสนุนถึง 72.1 ล้านเสียง และหากชนะจะถือว่าเป็นประธานาธิบดีคนแรกในประวัติศาสตร์ประเทศที่ได้รับคะแนนดิบสูงสุด ขณะที่นายทรัมป์ได้รับคะแนนดิบสนับสนุน 68.6 ล้านเสียง มากกว่าที่ได้รับในการเลือกตั้งปี 2559 กว่า 5 ล้านเสียง ส่วนองค์กรคำนวณด้านการเลือกตั้งสหรัฐฯ ประเมินว่าจากคะแนนเสียงที่ปรากฏเชื่อได้ว่ามีผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้งครั้งนี้ 66.9 เปอร์เซ็นต์ ถือว่ามากที่สุดในรอบ 120 ปี

ต่อมาช่วงค่ำวันที่ 5 พ.ย.ตามเวลาประเทศไทย สำนักข่าวต่างประเทศสรุปจำนวนบัตรเลือกตั้งที่ยังไม่ถูกนับเป็นคะแนนดิบ ตามรัฐตัวแปรสำคัญที่ผลยังไม่ชี้ชัด โดยที่รัฐจอร์เจีย นายทรัมป์นำนายไบเดนอยู่ 22,567 คะแนน เหลือบัตรยังไม่นับ 100,000 ใบ ที่รัฐนอร์ทแคโรไลนา นายทรัมป์นำอยู่ 76,701 คะแนน เหลือบัตรยังไม่นับ 348,000 ใบ ที่รัฐเพนซิลเวเนีย นายทรัมป์นำอยู่ 164,418 คะแนน เหลือบัตรยังไม่นับ 784,000 ใบ ส่วนที่รัฐเนวาดา นายไบเดนนำนายทรัมป์ 7,647 คะแนน เหลือบัตรยังไม่นับ 398,000 ใบ

ส่วนความเห็นของบุคคลในแวดวงธุรกิจเมืองไทยเกี่ยวกับการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ นายเชาว์ เก่งชน ประธานกรรมการบริหาร บริษัทศูนย์วิจัยกสิกรไทย จำกัด กล่าวว่า นายไบเดน ผู้สมัครจากพรรคเดโมแครตชนะการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ นักลงทุนมองว่ามาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ และเพิ่มภาษีรายได้หนุนการลงทุนตามที่ใช้หาเสียงคงเกิดขึ้นได้ยาก เนื่องจากพรรครีพับลิกันยังคงครองเสียงข้างมากวุฒิสภา สิ่งที่ประเทศไทยต้องติดตาม สหรัฐฯจะกลับเข้าร่วม CPTPP (Comprehensive and Progressive Trans-pacific Partnership: ความตกลงที่ครอบคลุมและก้าวหน้าสำหรับหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจภาคพื้นแปซิฟิก) หรือไม่ หากสหรัฐฯ เข้าร่วมประเทศไทยต้องพิจารณาเข้าร่วม เพื่อไม่ให้เสียประโยชน์

ส่วนนายกลินท์ สารสิน ประธานกรรมการหอการค้าไทย กล่าวว่า ถ้าไบเดนชนะการเลือกตั้ง จะส่งผลดีต่อเศรษฐกิจและการค้าของไทยมากกว่าทรัมป์ เพราะจะทำให้บรรยากาศการค้าโลกจะดีขึ้น การใช้นโยบายกีดกันการค้าจะลดน้อยลง สงครามการค้ากับจีนจะเบาบางลง นโยบายอเมริกา เฟิร์ส ไม่มีอีกแล้ว ซึ่งเป็นสิ่งที่ดีสำหรับการค้าการส่งออกของไทย ที่สำคัญจะทำให้ไทยเจรจาในเรื่องต่างๆ กับสหรัฐฯได้ง่ายขึ้น เพราะไบเดนจะมีนโยบายประนีประนอมกว่าทรัมป์ ใช้การเจรจามากขึ้น เรื่องสิ่งแวดล้อม การใช้พลังงานสะอาด ที่เป็นนโยบายหลักของนายไบเดนและอาจกลายเป็นข้ออ้างกีดกันทางการค้านั้น เชื่อว่า ผู้ประกอบการของไทยปรับตัวได้อยู่แล้ว ไม่น่ามีปัญหาอะไร

นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.พาณิชย์ กล่าวว่า ส่วนตัวเห็นว่านโยบายของนายไบเดน อาจแตกต่างจากนายทรัมป์บางส่วน อาจนำเรื่องสิ่งแวดล้อม แรงงาน มาเป็นเงื่อนไขทางการค้าหรือกำ แพงภาษีในรูปแบบอื่นมากขึ้น รวมถึง อาจมีนโยบายที่ยืดหยุ่นทางการค้ามากขึ้น เพราะอาจกลับมาเน้นเรื่องการค้าแบบพหุภาคี เช่น กลับมาให้ความสำคัญกับองค์การการค้าโลก (ดับบลิวทีโอ) และเรื่องการกลับเข้าสู่การเจรจาความตกลงที่ก้าวหน้า และครอบคลุมภาคพื้นแปซิฟิก (ซีพีทีพีพี) แต่สิ่งที่น่าจะคล้ายกันคือเรื่องการให้สิทธิพิเศษทางภาษีศุลกากร (จีเอสพี) กับประเทศต่างๆ คิดว่าสหรัฐฯ ยังคงใช้นโยบายนี้อยู่ ไม่ว่าใครจะชนะการเลือกตั้ง กระทรวงพาณิชย์ได้ติดตามสถานการณ์ร่วมกับเอกชน อย่างใกล้ชิดอยู่แล้ว

ขณะเดียวกัน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตลาดหุ้นทั่วโลกทะยานขึ้น ขานรับผลการนับคะแนนเลือกตั้งสหรัฐฯ หลังคะแนนนายไบเดน กลับขึ้นมานำนายทรัมป์ และมีโอกาสได้ชัยชนะในการเลือกตั้งเป็นประธานาธิบดีคนใหม่ โดยดัชนี้หุ้นไทยในช่วงบ่าย ตลาดปรับตัวขึ้นอย่างร้อนแรง ก่อนมาปิดตลาดที่ระดับ 1,264.32 จุด เพิ่มขึ้นมากถึง 41.88 จุด ท่ามกลาง มูลค่าซื้อขาย 80,914.90 ล้านบาท โดยนักลงทุนสถาบันกองทุนในประเทศไทย ซื้อสุทธิกลับมาหนักสุด 6,159 ล้านบาท ส่วนนักลงทุนรายย่อยฉวยโอกาสขายทำกำไร โดยขายสุทธิ 6,857 ล้านบาท ส่วนต่างชาติขายสุทธิ 122 ล้านบาท

นายไพบูลย์ นลินทรางกูล ประธานกรรมการสภาธุรกิจตลาดทุนไทย กล่าวว่า หากนายไบเดน ได้รับเลือก จะใช้นโยบายเศรษฐกิจเน้นดูแลกลุ่มคนชนชั้นล่างถึงกลางเป็นหลัก ส่งผลให้มีเงินทุนไหลออกจากสินทรัพย์ลงทุนในสหรัฐฯ ไปลงทุนตลาดหุ้น ในประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่รวมถึงตลาดหุ้นไทย

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

แท็กที่เกี่ยวข้อง

เลือกตั้งสหรัฐข่าวหน้า1โจ ไบเดนโดนัลด์ ทรัมป์พรรคเดโมแครตพรรครีพับลิกันข่าววันนี้ข่าวทั่วไป

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันศุกร์ที่ 4 ธันวาคม 2563 เวลา 05:21 น.