ไลฟ์สไตล์
100 year

เอ็กซิทโพลชี้ ทรัมป์ได้ใจชาวละตินมากขึ้น ขณะที่คนผิวขาวกลับใจไปเลือกไบเดนแทน

ไทยรัฐออนไลน์
4 พ.ย. 2563 20:26 น.

SHARE

เอ็กซิทโพลชี้ ทรัมป์ได้ใจชาวละตินมากขึ้น ขณะที่คนผิวขาวกลับใจไปเลือกไบเดนแทน

ไทยรัฐออนไลน์4 พ.ย. 2563 20:26 น.

สำนักข่าวรอยเตอร์เผยผลสำรวจจากเอ็กซิทโพลซึ่งระบุว่า ชาวอเมริกันเชื้อสายละตินหันมาเลือกโดนัลด์ ทรัมป์มากขึ้น แต่คนผิวขาวที่เป็นฐานเสียงของเขา กลับเทคะแนนไปให้ไบเดนไม่น้อย


ผลสำรวจของเอ็กซิทโพลของสำนักข่าวรอยเตอร์ สอดคล้องกับผลคะแนนเลือกตั้งที่ทรัมป์คว้าชัยชนะเหนือนายโจ ไบเดนไปได้ทั้งในรัฐฟลอริดา และเทกซัส ซึ่งแสดงให้เห็นว่า ทรัมป์ได้เสียงสนับสนุนจากผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งเชื้อสายละตินมากขึ้นในรัฐฟลอริดา ผลจากเอ็กซิทโพลชี้ว่า ทรัมป์ และไบเดน ต่างได้คะแนนจากชาวอเมริกันเชื้อสายละตินทั้งคู่ ทั้งๆ ที่ในปี 2016 ทรัมป์ได้คะแนนจากคนกลุ่มนี้เพียง 4 ใน 10 เสียง และโดยภาพรวมเขาได้คะแนนจากผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งที่ไม่ใช่คนขาวเพียง 3 จาก 10 เสียง ขณะเดียวกันเอ็กซิทโพลของสำนักวิจัยเอดิสันระบุว่า ทรัมป์ยังคงครองใจคนผิวขาวในรัฐฟลอริดา โดยมีคนขาว 6 ใน 10 คน ที่ระบุว่าเขาโหวตให้ทรัมป์เหมือนกับที่เคยโหวตให้เมื่อ 4 ปีก่อน

ข่าวแนะนำ

สำหรับเหตุผลที่ทรัมป์ได้ใจชาวอเมริกันเชื้อสายคิวบาในพื้นที่ทางตอนใต้ของฟลอริดา ก็คือการตอกย้ำนโยบายแข็งกร้าวต่อคิวบาและเวเนซุเอลา พร้อมโจมตีไบเดนและเดโมแครตว่าเป็นพวกสังคมนิยมเหมือนกับสองประเทศนั้น

ส่วนในรัฐเทกซัส พบว่า ชาวฮิสแปนิก 4 ใน 10 คน โหวตเลือกทรัมป์ เพิ่มขึ้นมาจาก 4 ปีก่อน ที่คิดเป็นอัตรา 3 ต่อ 10 เท่านั้น

ผลเอ็กซิทโพลยังชี้ด้วยว่า ในขณะที่ไบเดนมีคะแนนนำทรัมป์ในกลุ่มคนผิวสี แต่ทรัมป์ก็ได้คะแนนจากกลุ่มคนผิวสีในสัดส่วนที่เพิ่มขึ้นหากเทียบกับในปี 2016 ด้วย โดยผลสำรวจพบว่า ชาวอเมริกันเชื้อสายแอฟริกันราว 11% ชาวฮิสแปนิก 31% รวมทั้งชาวอเมริกันเชื้อสายเอเชีย ลงคะแนนให้ทรัมป์ เพิ่มขึ้นจากปี 2016 ถึง 3 เปอร์เซ็นต์ ที่น่าแปลกใจคือผลสำรวจพบว่า นายโดนัลด์ ทรัมป์ สูญเสียคะแนนเสียงจากกลุ่มชายผิวขาว รวมทั้งผู้สูงอายุในรัฐจอร์เจีย เพนซิลเวเนีย และวิสคอนซิน ไปให้แก่นายไบเดนบางส่วน โดยทรัมป์ได้คะแนนจากชายผิวขาว 7 ใน 10 เสียง ลดลงมาจาก 8 ใน 10 เสียง เมื่อปี 2016 ขณะที่ในกลุ่มผู้สูงอายุ ทรัมป์ได้ไป 6 ใน 10 เสียง ลดลงจาก 7 ใน 10 เสียง เมื่อ 4 ปีก่อน แม้ภาพรวมเขาจะยังได้คะแนนเสียงข้างมากก็ตาม โดยทั้ง 3 รัฐนี้เป็นรัฐที่ทรัมป์คว้าชัยไปเมื่อปี 2016 แต่ในปีนี้ทั้ง 3 รัฐนี้คะแนนยังไม่ชี้ชัด นอกจากนี้ทรัมป์ยังเสียคะแนนเสียงสนับสนุนจากชายผิวขาว กลุ่มผู้มีการศึกษา และกลุ่มคนที่อายุต่ำกว่า 44 ปี ในรัฐเพนซิลเวเนีย ซึ่งเป็นรัฐสำคัญที่ส่งผลต่อการแพ้ชนะด้วย

ส่วนในรัฐวิสคอนซิน กลุ่มชายผิวขาวที่ระดับการศึกษาต่ำกว่ามหาวิทยาลัย 6 ใน 10 คน ลงคะแนนให้ทรัมป์ ซึ่งลดลงมาจาก 7 ใน 10 คน เมื่อปี 2016 ขณะที่กลุ่มอิสระ 4 ใน 10 คน หนุนทรัมป์ในการเลือกตั้งครั้งนี้

ส่วนประเด็นความกังวลเกี่ยวกับการระบาดของโควิด-19 ผลสำรวจจากเอ็กซิทโพลพบว่า ผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งเพียง 2 ใน 10 คนเท่านั้น ที่ระบุว่าโควิด-19 เป็นปัจจัยสำคัญที่สุดสำหรับการตัดสินใจเลือกประธานาธิบดี ขณะที่ครึ่งหนึ่งของผู้มีสิทธิ์ลงคะแนนเชื่อว่า การควบคุมการระบาดของโควิด-19 เป็นเรื่องสำคัญ แม้ว่ามาตรการนั้นจะส่งผลต่อเศรษฐกิจก็ตาม

โดยผลสำรวจเอ็กซิทโพลทั่วประเทศชี้ว่า ผู้มีสิทธิ์เลือกตั้ง 4 ใน 10 คิดว่ามาตรการคุมการระบาดของโควิด-19 เลวร้ายมาก โดยในรัฐฟลอริดา รวมทั้งนอร์ท แคโรไลนา พบว่า 5 ใน 10 ของผู้ลงคะแนนคิดว่าการรับมือกับการระบาดของโควิด-19 ในเวลานี้ส่งผลไปในทางย่ำแย่

ขณะเดียวกัน เอ็กซิทโพลยังพบว่า ผู้ออกไปใช้สิทธิ์เลือกตั้ง 9 ใน 10 คน ได้ตัดสินใจว่าจะเลือกใครมาตั้งแต่เดือนตุลาคมแล้ว และ 9 ใน 10 คน ยังเชื่อมั่นว่าการนับคะแนนของรัฐที่พวกเขาอยู่จะมีความแม่นยำและถูกต้อง.

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

แท็กที่เกี่ยวข้อง

เลือกตั้งสหรัฐผลเลือกตั้งสหรัฐเลือกตั้งสหรัฐ 2020เลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐผลเลือกตั้งสหรัฐล่าสุดผลการเลือกตั้งสหรัฐ 2563ทรัมป์

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันศุกร์ที่ 27 พฤศจิกายน 2563 เวลา 03:22 น.