ไลฟ์สไตล์
100 year

ชิงประธานาธิบดีสหรัฐฯ "ทรัมป์" รอง "ไบเดน" แห่ลงสิทธิล่วงหน้าถล่มทลาย 91 ล้านคน

ไทยรัฐฉบับพิมพ์
3 พ.ย. 2563 05:01 น.

SHARE

ชิงประธานาธิบดีสหรัฐฯ "ทรัมป์" รอง "ไบเดน" แห่ลงสิทธิล่วงหน้าถล่มทลาย 91 ล้านคน

ไทยรัฐฉบับพิมพ์3 พ.ย. 2563 05:01 น.

รอลุ้น ใครจะได้เป็น “ผู้นำสหรัฐอเมริกา คนที่ 46” ระหว่างคนหน้าเดิม “โดนัลด์ ทรัมป์” กับผู้ท้าชิง “โจ ไบเดน” ที่ต้องวัดกันที่คะแนนเสียงจากผู้เลือกตั้ง “ทรัมป์” มีคะแนนตามหลัง “ไบเดน” เพียบ โดยการเลือกตั้งคราวนี้เกิดปรากฏการณ์ใหม่ คนอเมริกันแห่ใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้าถล่มทลายกว่า 91 ล้านคนศึกเลือกตั้งสหรัฐอเมริกา ถึงวันชี้ชะตาแล้วเมื่อวันที่ 3 พ.ย. หรือวันที่ 4 พ.ย. ตามเวลาประเทศไทย หลังชาวอเมริกันผู้มีสิทธิเลือกตั้งจะลงคะแนนตัดสินว่าใครคือผู้นำสหรัฐอเมริกา คนที่ 46 ระหว่างนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีคนปัจจุบันจากพรรครีพับลิกัน กับนายโจ ไบเดน อดีตรองประธานาธิบดีสหรัฐฯ จากพรรคเดโมแครต ท่ามกลางบรรยากาศการนับคะแนนอย่างลุ้นระทึก เนื่องจากมีผู้มาใช้สิทธิลงคะแนนล่วงหน้าอย่างถล่มทลายกว่า 91.6 ล้านคน หรือคิดเป็น 67 เปอร์เซ็นต์ของผู้มาใช้สิทธิทั้งหมดในการเลือกตั้งปี 2559

ในช่วงโค้งสุดท้ายของการหาเสียง นายทรัมป์ได้ใช้เวลาในการเดินสายในรัฐตัวแปร “สวิง สเตต” หรือรัฐที่ประชากรไม่ฝักใฝ่พรรคใดพรรคหนึ่งอย่างแน่ชัด ทั้งรัฐมิชิแกน นอร์ทแคโรไลนา จอร์เจีย และฟลอริดา ขณะที่นายไบเดนตะลุยหาเสียงในรัฐตัวแปร “เพนซิลเวเนีย” เพียงรัฐเดียว นักวิเคราะห์มองว่า นายทรัมป์ต้องการโกยคะแนนนิยมให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ หลังจากผลสำรวจความนิยมในรัฐเหล่านี้ต่างบ่งชี้ว่านายทรัมป์มีคะแนนตามหลังนายไบเดน ส่วนนายไบเดนประเมินแล้วว่า หากคว้าชัยในรัฐเพนซิลเวเนียได้ โอกาสที่จะได้เก้าอี้ประธานาธิบดีสหรัฐฯคงไม่ไกล และผลโพลทั่วประเทศบ่งชี้ว่านายไบเดนมีคะแนนนิยม 52 เปอร์เซ็นต์ นายทรัมป์ 43 เปอร์เซ็นต์

ข่าวแนะนำ

ทั้งนี้ ระบบเลือกตั้งสหรัฐฯ จะชี้วัดกันที่ “คณะผู้เลือกตั้งประธานาธิบดี” (Electoral College) ของแต่ละรัฐ จำนวนคณะเลือกตั้งในแต่ละรัฐจะเท่ากับสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของรัฐในสภาคองเกรส กำหนดโดยสัดส่วนสำมะโนประชากรของรัฐรวมกับจำนวนวุฒิสมาชิกประจำรัฐ 2 คน เท่ากับว่าคณะผู้เลือกตั้งจะมีจำนวนทั้งหมด 538 คน และผู้ได้รับเลือกตั้งเป็นผู้นำสหรัฐฯ จะต้องได้รับคะแนนเสียงจากผู้เลือกตั้งไม่ต่ำกว่า 270 เสียง รัฐส่วนใหญ่ของอเมริกาจะใช้ระบบ ผู้ชนะได้รับคะแนนเสียง ผู้เลือกตั้งทั้งหมด หรือ Winner-take-all คือผู้สมัครแข่งขันที่ได้คะแนนเสียงมากที่สุดจากประชาชน จะได้รับคะแนนของผู้เลือกตั้งไปทั้งหมด

ในการเลือกตั้งแต่ละครั้ง มีหลายรัฐที่ฝักใฝ่พรรคใดพรรคหนึ่งอย่างชัดเจน ทำให้คู่ท้าชิงตำแหน่งประธานาธิบดี สามารถประเมินได้ว่าตัวเองมีคะแนนสะสมไว้เท่าไร และขาดอีกเท่าไรจะครบกำหนด 270 เสียง อย่างพรรคเดโมแครตครองรัฐแคลิฟอร์เนีย ที่มีคณะเลือกตั้ง 55 เสียงมาตลอด หรือพรรครีพับลิกัน ครองรัฐเท็กซัส ที่มีคณะเลือกตั้ง 38 เสียงมาตลอด

ด้านหนังสือพิมพ์เดอะ นิวยอร์ก ไทม์ส คำนวณคะแนนสะสมคณะผู้เลือกตั้งของทั้งสองฝ่ายไว้เบื้องต้นว่า นายทรัมป์ครองเสียงคณะผู้เลือกตั้งไว้ 163 เสียง รวมถึงรัฐเท็กซัส 38 เสียง เทนเนสซี 11 เสียง อินเดียนา 11 เสียง หลุยเซียนา 8 เสียง เคนตักกี 8 เสียง เท่ากับว่าขาดอีก 107 เสียงถึงจะชนะเลือกตั้ง ขณะที่นายไบเดนครองเสียงคณะผู้เลือกตั้งไว้ 212 เสียง รวมถึงรัฐแคลิฟอร์เนีย 55 เสียง นิวยอร์ก 29 เสียง อิลลินอยส์ 20 เสียง นิวเจอร์ซีย์ 14 เสียง วอชิงตัน 12 เสียง เท่ากับว่าขาดอีก 58 เสียงถึงจะชนะ

ด้วยเหตุนี้ทุกเป้าสายตาจับจ้องผลคะแนนในรัฐสวิงสเตตอย่างใกล้ชิด รัฐที่ถูกประเมินว่าเป็นตัวแปรในการเลือกตั้งปี 2563 อาทิ รัฐฟลอริดา 29 เสียง เพนซิลเวเนีย 20 เสียง จอร์เจีย 16 เสียง มิชิแกน 16 เสียง นอร์ทแคโรไลนา 15 เสียง อริโซนา 11 เสียง มินเนโซตา 10 เสียง และวิสคอนซิน 10 เสียง รวมคะแนนคณะผู้เลือกตั้งใน 8 รัฐนี้จะเท่ากับ 127 เสียง และหมายความว่าหากผู้สมัครคนใดคนหนึ่งคว้าชัยชนะในรัฐเหล่านี้ทั้งหมดก็จะมีคะแนนคณะผู้เลือกตั้งเกิน 270 เสียงตามเกณฑ์

สำหรับประวัติคู่ท้าชิงบัลลังก์ทำเนียบขาว นายโดนัลด์ จอห์น ทรัมป์ เกิดเมื่อวันที่ 14 มิ.ย.2489 ที่ย่านควีนส์ รัฐนิวยอร์ก อายุ 74 ปี ชีวิตส่วนตัวสืบทอดธุรกิจอสังหาริมทรัพย์จากบิดา และทำธุรกิจเวทีประกวดนางงามมิสยูนิเวิร์สพร้อมรายการเรียลลิตี้ทางโทรทัศน์ มีภริยาทั้งหมด 3 คน ปัจจุบันคือสตรี หมายเลขหนึ่ง นางเมลาเนีย ทรัมป์ อดีตนางแบบ วัย 50 ปี มีลูกกับอดีตภริยารวมทั้งหมด 5 คน ขณะที่ด้านการบริหารประเทศ มุ่งเน้นนโยบายอเมริกามาก่อน ต่อสู้กับอิทธิพลจีน ทำสงครามการค้าตั้งกำแพงภาษีสินค้าจีน พร้อมกดดันชาติพันธมิตรให้ช่วยสหรัฐฯเรื่องการสนับสนุนงบความมั่นคง แต่ถูกโจมตีอย่างหนักเรื่องความสัมพันธ์ไม่ชอบมา พากลกับรัสเซีย และความล้มเหลวในการรับมือสถานการณ์ไวรัสโควิด-19

ส่วนนายโจเซฟ หรือโจ ไบเดน เกิดเมื่อวันที่ 20 พ.ย.2485 ที่เมืองสแครนตัน รัฐเพนซิลเวเนีย อายุ 77 ปี ชีวิตส่วนตัวมีภริยาทั้งหมด 2 คน ปัจจุบันคือ นางจิล ไบเดน ศาสตราจารย์ด้านภาษาอังกฤษ วัย 69 ปี มีลูกทั้งหมด 4 คน คร่ำหวอดในแวดวงการเมืองนับตั้งแต่ได้รับเลือกเป็นวุฒิสมาชิกรัฐเดลาแวร์ ปี 2515 และครองตำแหน่งถึง 7 สมัยติดต่อกัน ก่อนลาออกมารับตำแหน่งรองประธานาธิบดี ระหว่างปี 2552-2560 สมัยนายบารัค โอบามา ดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีมีผลงานเรื่องการ

ผลักดันกฎหมายภาษีช่วงเศรษฐกิจถดถอย สนธิสัญญาลดอาวุธนิวเคลียร์กับรัสเซีย และการลดจำนวนทหารในอิรัก แต่ถูกโจมตีอย่างหนักเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อน กรณีลูกชายคนที่ 2 นายฮันเตอร์ ไบเดน ถูกกล่าวหาว่าใช้เส้นสายหาเงินกับกลุ่มธุรกิจต่างชาติ

แท็กที่เกี่ยวข้อง

เลือกตั้งสหรัฐข่าวหน้า 1เลือกตั้งสหรัฐ 2020เลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐทรัมป์โจ ไบเดนข่าวทั่วไป

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันศุกร์ที่ 27 พฤศจิกายน 2563 เวลา 03:15 น.