คามาลา แฮร์ริส ผู้ท้าชิงรองปธน.สหรัฐฯ ทายาทการเมือง ปูทางสู่ ปธน.

ข่าว

    คามาลา แฮร์ริส ผู้ท้าชิงรองปธน.สหรัฐฯ ทายาทการเมือง ปูทางสู่ ปธน.

    ไทยรัฐออนไลน์
    2 พ.ย. 2563 10:46 น.
    SHARE

    คามาลา แฮร์ริส ผู้ท้าชิงรองปธน.สหรัฐฯ ทายาทการเมือง ปูทางสู่ ปธน.

    ไทยรัฐออนไลน์

    2 พ.ย. 2563 10:46 น.

    คามาลา แฮร์ริส สตรีผู้สร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ คู่ชิงรองประธานาธิบดีจากเดโมแครต คาดดึงฐานเสียงหญิงผิวสี

    สิ่งที่ทำให้การเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกาในครั้งนี้มีความแปลกใหม่และน่าจับตามอง คงหนีไม่พ้นการที่นายโจ ไบเดน ผู้สมัครเข้าชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา เลือกนางคามาลา แฮร์ริส สมาชิกวุฒิสภาจากรัฐแคลิฟอร์เนีย เชื้อสายอินเดีย-จาเมกา วัย 56 ปี ให้เป็นคู่ท้าชิงตำแน่งรองประธานาธิบดี ซึ่งถือเป็นครั้งแรกในรอบ 244 ปี ของสหรัฐอเมริกาที่มีหญิงผิวสีเชื้อสายอินเดียเข้าชิงตำแหน่งดังกล่าว แต่เธอไม่ใช่นักการเมืองหน้าใหม่แต่อย่างใด เพราะมีดีกรีเป็นวุฒิสมาชิกรัฐแคลิฟอร์เนีย และเป็นหญิงผิวสีคนแรกในประวัติศาสตร์รัฐแคลิฟอร์เนียที่ได้รับตำแหน่งดังกล่าว และมีผลงานทางการเมืองมากมาย

    คามาลา แฮร์ริส เกิดวันที่ 20 ตุลาคม 1964 ในเมืองโอ๊คแลนด์ รัฐแคลิฟอร์เนีย แม่ของเธอเป็นนักวิจัยโรคมะเร็งจากอินเดีย ขณะที่พ่อของเธอ นายโดนัลด์ แฮร์ริส เป็นนักเศรษฐศาสตร์จากจาเมกา หลังจากที่ทั้งสองหย่าร้างกันขณะที่แฮร์ริสอายุได้ 7 ขวบ เธอได้ย้ายไปอาศัยที่เมืองมอนทรีออล ประเทศแคนาดากับแม่

    ชื่อ 'คามาลา' มีความหมายว่าดอกบัว ตามที่แม่ของเธอตั้งให้ นอกจากนี้ คำว่า คามาลา ยังเป็นอีกชื่อหนึ่งของเทพเจ้า Lakshmi ของชาวฮินดู สื่อความหมายว่าพลังของสตรี 

    แฮร์ริส ได้โลดแล่นในการเมืองอเมริกันมายาวนาน เธอจบการศึกษาระดับปริญญาตรีจากมหาวิทยาลัย Howard University และปริญญาด้านนิติศาสตร์จากมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย

    ในปี 2004 ขณะดำรงตำแหน่งอัยการประจำซานฟรานซิสโก แฮร์ริสถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักจากการผลักดันแคมเปญไม่ตัดสินโทษประหารต่อสมาชิกแก๊งความรุนแรงที่ฆ่าเจ้าหน้าที่ตำรวจ 

    ถัดมาแฮร์ริสได้เข้ารับตำแหน่งวุฒิสมาชิกรัฐแคลิฟอร์เนีย ซึ่งแฮร์ริสถือเป็นหญิงผิวสีคนแรกในประวัติศาสตร์รัฐแคลิฟอร์เนียที่ได้รับตำแหน่งดังกล่าว และถือเป็นวุฒิสมาชิกผิวสีคนที่สองของสหรัฐฯ แฮร์ริสผลักดันระบบสาธารณสุขที่รัฐเป็นผู้รับภาระค่าใช้จ่าย และเสนอกฎที่เพิ่มการเข้าถึงสันทนาการกลางแจ้งในชุมชนเมือง รวมไปถึงงบประมาณช่วยแบ่งเบาภาระค่าที่พักอาศัยที่เพิ่มสูงขึ้น

    การที่นายโจ ไบเดน เลือกนางแฮร์ริสเป็น ‘รันนิงเมท’ คู่หูชิงรองประธานาธิบดี เป็นไปตามที่หลายฝ่ายคาดเดาเอาไว้ แฮร์ริสถูกมองว่าเป็นทายาททางการเมืองของนายไบเดน เพราะถ้าหากนายไบเดนชนะการเลือกตั้ง และขึ้นรับตำแหน่งได้ เขาจะมีอายุ 78 ปี ในวันเข้ารับตำแหน่ง และยังไม่มีความแน่นอนว่าเขาจะลงสมัครชิงตำแหน่งสมัยที่สองหรือไม่ ทำให้เป็นไปได้ว่า เดโมแครตจะวางตัวให้นางแฮร์ริส ก้าวขึ้นมาแทนนายไบเดนในอนาคต

    หลายฝ่ายมองว่าการที่นายไบเดน เลือกเธอมาเป็นคู่ชิงรองประธานาธิบดีนั้นเปรียบเสมือนใบเบิกทางที่จะทำให้ชาวผิวสีในสหรัฐฯ เทคะแนนเสียงให้เขามากขึ้น โดยเฉพาะในช่วงที่การเลือกตั้งประธานาธิบดีของสหรัฐฯ ถูกมองว่าเป็นเวทีของชาวผิวขาว นอกจากนี้ยังเป็นช่วงที่ทั่วโลกลุกฮือขึ้นเรียกร้องความเท่าเทียมจากปรากฏการณ์ Black Lives Matter ในเมืองใหญ่ทั่วโลก.

    ที่มา: Biography, Politico

    อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

    อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

      แท็กที่เกี่ยวข้อง

      เลือกตั้งสหรัฐเลือกตั้งสหรัฐ 2020คามาลา แฮร์ริสเลือกตั้ง อเมริกา

      คุณอาจสนใจข่าวนี้

      thairath-logo

      ApplicationMy Thairath

      ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
      Trendvg3 logo
      Sonp logo
      inet logo
      วันพุธที่ 8 ธันวาคม 2564 เวลา 21:33 น.
      ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
      เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์