ไลฟ์สไตล์
100 year

ใต้ปมขัดแย้งนองเลือด "ฝรั่งเศสกับโลกมุสลิม" และ "เสรีภาพกับศาสนา"

ไทยรัฐออนไลน์
2 พ.ย. 2563 10:50 น.

SHARE

ใต้ปมขัดแย้งนองเลือด "ฝรั่งเศสกับโลกมุสลิม" และ "เสรีภาพกับศาสนา"

ไทยรัฐออนไลน์2 พ.ย. 2563 10:50 น.

  • เกิดเหตุมือมีดบุกสังหาร 3 ศพ ในโบสถ์เมืองนีซ เมื่อวันที่ 29 ต.ค. หนึ่งในผู้เสียชีวิตถูกตัดคออย่างโหดเหี้ยม ส่วนคนร้ายเป็นผู้อพยพชาวตูนิเซีย ประธานาธิบดีเอ็มมานูเอล มาครง ระบุว่า "เป็นการโจมตีโดยแบบก่อการร้าย" พร้อมสั่งเสริมกำลังทหารในประเทศ ด้านนายกรัฐมนตรีฌอง คาสเท็กซ์ ประกาศเตือนภัยระดับสูงสุด และจะตอบโต้เหตุรุนแรงครั้งนี้
  • ตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา ชาวมุสลิมหลายประเทศทั่วโลกปลุกกระแสคว่ำบาตรสินค้าฝรั่งเศส หลังจากนายมาครงประกาศว่าจะปราบปรามกลุ่มมุสลิมในประเทศที่มีแนวคิดรุนแรง ตามมาด้วยเหตุคนร้ายฆ่าตัดคอนายซามูเอล ปาตี ครูชาวฝรั่งเศส เมื่อวันที่ 16 ต.ค. หลังจากนายปาตีนำภาพศาสดามูฮัมหมัดบนหน้านิตยสารชาร์ลี เอบโด มาประกอบการเรียนการสอนหัวข้อเกี่ยวกับเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น

ข่าวแนะนำ

ที่มาปมขัดแย้ง ฝรั่งเศสกับโลกมุสลิม

ย้อนไปนับตั้งแต่เกิดเหตุรุนแรงสังหาร 12 ศพในกรุงปารีส จากกรณีนิตยสาร "ชาร์ลี เอบโด" ตีพิมพ์ภาพการ์ตูนล้อเลียนศาสดามูฮัมหมัด เมื่อปี 2558 ก็ได้ก่อให้เกิดคำถามเกี่ยวกับเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น และเสรีภาพในความเชื่อทางศาสนาที่มักจะสวนทางกัน ในขณะที่ฝรั่งเศสมีพลเมืองที่เป็นชาวมุสลิมในประเทศมากกว่า 7 ล้านคน 

ผ่านมา 5 ปี คุณครูสอนวิชาภูมิศาสตร์ประวัติศาสตร์ หยิบภาพการ์ตูนอื้อฉาวขึ้นมาประกอบการสอนเรื่องเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น เขาถูกคนร้ายใช้มีดฆ่าตัดศีรษะ ทำให้หลายฝ่ายตระหนักว่าความคิดเห็นที่แตกต่างกัน ระหว่างกลุ่มที่ยึดมั่นใน "เสรีภาพการแสดงความคิดเห็น" กับกลุ่มที่เชื่อในหลัก "เสรีภาพความเชื่อทางศาสนา" และข้อถกเถียงอย่างยาวนานเกี่ยวกับแนวคิดฆราวาสนิยม (Secularism) ประเด็นอ่อนไหวที่พร้อมจะปะทุ นำไปสู่ความรุนแรงนองเลือดได้ทุกเมื่อ

เมื่อวันที่ 2 ต.ค. ก่อนที่จะเกิดเหตุฆ่าตัดหัวครูและความรุนแรงรอบใหม่ปะทุขึ้น นายมาครง ประกาศแผนการร่างกฎหมายกวาดล้างกลุ่มชาวมุสลิมที่มีแนวคิดสุดโต่งในประเทศ ด้วยการส่งเสริมการศึกษา วัฒนธรรม การกีฬา บอกว่าน่าจะเป็นรูปเป็นร่างในเดือนธันวาคมปีนี้ พร้อมประกาศสนับสนุนการแสดงความคิดเห็นตามหลักเสรีภาพ

จากนั้นได้มีวาทะตอบโต้ดุเดือดระหว่างนายมาครงกับนายเรเยป เทเยบ เออร์โดอาน ของตุรกี ที่ออกมาตั้งคำถามว่า นายมาครงมีปัญหาอะไรมากไหมกับชาวมุสลิม และควรเข้ารับการตรวจสุขภาพจิต ตามมาด้วยกระแสการแบนสินค้าฝรั่งเศสใหลายประเทศมุสลิม ก่อนที่จะเกิดเหตุฆ่า 3 ศพในโบสถ์เมืองนีซ

ชนวนมาครงทำสงครามกับก่อการร้าย

หลังเกิดเหตุสังหารครูปาตี ประธานาธิบดีมาครงเดินหน้าปราบปรามแนวคิดอิสลามสุดโต่งทั่วประเทศ มีคำสั่งปิดสุเหร่าและสลาย "กลุ่มชีค ยาสซิน" ที่ให้การสนับสนุนกลุ่มก่อการร้ายชาวปาเลสไตน์ที่มีฐานในฉนวนกาซา มีการบุกตรวจค้นองค์กรอิสลามหลายแห่งที่แสดงท่าทีส่อไปทางสร้างความเกลียดชัง แตกแยกในประเทศ และหลังเกิดเหตุโจมตีโบสถ์เมืองนีซ ประธานาธิบดีมาครงกล่าวประณามเหตุการณ์นี้ และให้คำมั่นว่ารัฐบาลจะใช้มาตรการใหม่ในการต่อสู้กับการก่อการร้าย โดยบอกว่า รัฐบาลจะส่งกำลังทหารเข้าประจำการในสถานที่สำคัญ เช่น โรงเรียน และโบสถ์ ขณะที่หลายฝ่ายมองว่าท่าทีของมาครงยิ่งทำให้เกิดกระแส "เกลียดกลัวอิสลาม" (Islamophobia) ภายในประเทศ

อีก 18 เดือนฝรั่งเศสจะเข้าสู่การเลือกตั้งทั่วไป และประธานาธิบดีมาครงก็หวังว่าจะได้รับเลือกตั้งกลับมาอีกสมัย แต่ปีนี้มาครงถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักเกี่ยวกับผลงานการแก้ปัญหาเศรษฐกิจตกต่ำ และการจัดการการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ที่รุนแรง 

เอชเอ เฮลเยอร์ นักวิชาการด้านศาสนาและกิจการระหว่างประเทศ สถาบันคาร์เนกี้เพื่อสันติภาพระหว่างประเทศ มองว่า ท่าทีและการตอบโต้ต่อเหตุรุนแรงในประเทศช่วงนี้อาจทำให้เขาได้รับคะแนนนิยมจากกลุ่มขวาสุดโต่งในประเทศ แต่ในระยะยาวแล้วอาจก่อให้เกิดปัญหาตามมา 

ฝรั่งเศสกับทางออกจากวิกฤติขัดแย้งชาวมุสลิม

ประธานาธิบดีมาครงให้สัมภาษณ์กับสถานีโทรทัศน์อัลจาซีรา เมื่อวันที่ 31 ต.ค. ระบุว่า เขาเข้าใจความรู้สึกของชาวมุสลิมที่ตกใจและเดือดแค้นกับภาพการ์ตูนล้อเลียนศาสดามูฮัมหมัด แต่ย้ำว่ากลุ่มมุสลิมที่มีแนวคิดรุนแรงนั้นเป็นภัยไม่เพียงกับฝรั่งเศส แต่เป็นภัยกับทุกคน รวมไปถึงชาวมุสลิมเองด้วย และขอให้ทุกคนเข้าใจว่าเขามีบทบาทหน้าที่สองสิ่งที่ต้องทำคือ ส่งเสริมความสงบ และปกป้องสิทธิในการที่จะอยู่อย่างสงบ

มาร์วาน บิชารา นักวิเคราะห์การเมืองอาวุโสของอัลจาซีรา มองว่า คำกล่าวของนายมาครงแสดงให้เห็นว่าเขาพยายามที่จะทำให้เกิดความชัดเจนว่าจุดยืนของเขาคืออะไร ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญสำหรับฝรั่งเศสและโลกมุสลิม โดยความเจ็บปวดและบอบช้ำได้เกิดขึ้นแล้ว แต่ยังไม่แน่ชัดว่าความรุนแรงนองเลือดจะจบลงหรือขยายวงออกไป และเกิดความสูญเสียขึ้นอีกหรือไม่ แต่สุดท้ายแล้วย่อมไม่มีใครเป็นผู้ชนะ ไม่ว่าจะเป็นฝรั่งเศส หรือโลกมุสลิม ในขณะที่ผู้ได้รับผลกระทบมากที่สุดจะเป็นชาวมุสลิมที่อาศัยอยู่ในฝรั่งเศสและหลายประเทศในยุโรปนั่นเอง ดังนั้นการที่มาครงออกมาระบุชัดว่า ที่ผ่านมาเขาไม่ได้มีความประสงค์ที่จะเป็นปรปักษ์กับอิสลาม ในฐานะศาสนา ก็น่าจะเป็นการเริ่มต้นให้เกิดบรรยากาศที่ดีขึ้นระหว่างฝรั่งเศส ยุโรป กับโลกมุสลิม. 

ผู้เขียน : เมาคลีล่าข่าว

ที่มา: France24, DW, Aljazeera

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ฝรั่งเศสเอ็มมานูเอล มาครงนีซก่อการร้ายฝรั่งเศสก่อการร้ายข่าวต่างประเทศต่างประเทศ

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันศุกร์ที่ 4 ธันวาคม 2563 เวลา 05:53 น.