พิธีสมรสหมู่ของเหล่าทหารไต้หวันในปีนี้ จะมีทหาร 2 นายที่จูงมือคู่รักเพศเดียวกันเข้าร่วมพิธีสมรสหมู่เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ หลังจากไต้หวันอนุญาตให้คนเพศเดียวกันแต่งงานกันได้ตามกฎหมาย

นายทหาร 2 นาย จะจูงมือคู่รักเพศเดียวกันเข้าร่วมพิธีสมรสหมู่ของกองทัพในวันศุกร์ที่ 30 ตุลาคมนี้ ซึ่งนับเป็นครั้งแรกที่มีคู่รักเพศเดียวกันเข้าร่วม หลังจากเมื่อปีก่อนมีคู่รักเพศเดียวกันลงทะเบียนร่วมพิธีสมรสหมู่ของกองทัพอากาศ 3 คู่ แต่ก็ต้องยกเลิกไป เพราะเกิดกระแสเป็นวงกว้างในแวดวงสื่อ

โดยกองทัพไต้หวันจะมีการจัดพิธีสมรสหมู่ให้แก่บุคลากรในกองทัพเป็นประจำทุกปีอยู่แล้ว แต่ในปีนี้ทางเพจเฟซบุ๊กของกองทัพได้มีการโพสต์รูปของคู่แต่งงานเพศเดียวกันที่แต่งชุดเครื่องแบบเต็มยศอย่างเปิดเผย โดยระบุในแถลงการณ์ว่า ไต้หวันได้กลายมาเป็นประเทศแรกในเอเชียที่ผ่านกฎหมายสมรสคู่รักเพศเดียวกัน ซึ่งทางกระทรวงกลาโหมขออวยพรให้แก่เจ้าหน้าที่ที่จะเข้าพิธีแต่งงานกับคู่รักเพศเดียวกันด้วย

โดยโพสต์ดังกล่าวถูกแชร์ต่อกันเป็นจำนวนมาก และมีคนกดไลค์แล้วกว่า 25,000 ครั้ง พร้อมทั้งยังมีการแสดงความคิดเห็นไปในเชิงบวก ทั้งชื่นชมกองทัพที่โพสต์รูปนี้อย่างเปิดเผย รวมทั้งยังอวยพรให้คู่สมรสทั้ง 2 คู่มีความสุข

ทั้งนี้ ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา ชาวไต้หวันมีการเคลื่อนไหวเรียกร้องสิทธิให้กลุ่มคนรักร่วมเพศอย่างต่อเนื่อง จนกระทั่งปีที่แล้ว ไต้หวันได้สร้างประวัติศาสตร์เป็นประเทศแรกในเอเชีย ที่ผ่านกฎหมายการสมรสเพศเดียวกัน จนเป็นข่าวโด่งดังไปทั่วโลก ซึ่งนับตั้งแต่กฎหมายดังกล่าวมีผลบังคับใช้ มีกลุ่มคนเพศเดียวกันได้มาจดทะเบียนสมรสอย่างถูกต้องตามกฎหมายแล้วราว 4,000 คู่ ซึ่งแม้ว่าคนกลุ่มใหญ่จะเห็นด้วยกับกฎหมายดังกล่าว แต่ก็ยังมีกลุ่มคนบางส่วนโดยเฉพาะกลุ่มอนุรักษนิยม และคนรุ่นเก่ายังคงไม่เห็นด้วยกับกฎหมายฉบับนี้

...

อย่างไรก็ตาม กฎหมายฉบับนี้จะรองรับสิทธิเฉพาะคู่สมรสเพศเดียวกันที่เป็นชาวไต้หวันทั้งคู่ แต่หากชาวไต้หวันจะสมรสกับชาวต่างชาติ กฎหมายจะรับรองเฉพาะกรณีที่ชาวต่างชาตินั้นมาจากประเทศที่มีการบังคับใช้กฎหมายฉบับนี้แล้วเท่านั้น โดยครอบคลุม 26 ประเทศ ได้แก่ อาร์เจนตินา, ออสเตรเลีย, ออสเตรีย, เบลเยียม, บราซิล, แคนาดา, โคลอมเบีย, เดนมาร์ก, ฟินแลนด์, ฝรั่งเศส, เยอรมนี, ไอซ์แลนด์, ไอร์แลนด์, ลักเซมเบิร์ก, มอลตา, เม็กซิโก, เนเธอร์แลนด์, นิวซีแลนด์, นอร์เวย์, โปรตุเกส, แอฟริกาใต้, สเปน, สวีเดน, สหราชอาณาจักร, สหรัฐอเมริกา และอุรุกวัย.

ที่มา : แชนแนลนิวส์เอเชีย